จะซื้อคอนโด หรือเช่าเขาอยู่ดี? บทความที่แล้วในหัวข้อเลือกที่อยู่ให้ถูก ชีวิตจะสบาย ผมได้ทำตัวเลขให้เห็นถึงผลเสียของการเลือกที่อยู่อาศัยที่ผิดที่ผิดทางไปแล้วว่า ทำให้ท่านต้องเสียเวลาในการเดินทางระหว่างที่บ้านและที่ทำงาน โดยเฉลี่ยเท่ากับ 2 เดือนกับอีก 6 วันทำการ ซึ่งถ้าท่านมีรายได้จากเงินเดือนตกเดือนละ 30,000 บาท เมื่อคำนวณกลับเป็นจำนวนเงินจะเท่ากับ 7,500 บาท/เดือนเลยทีเดียว ดังนั้นเมื่อท่านเลือกที่จะอยู่ใกล้ที่ทำงานในรัศมีไม่เกิน 2 กิโลเมตร ท่านก็จะมีเวลาเพียงพอที่ค่อยๆเดินละเลียดบรรยากาศยามเช้า และยามเย็นของกรุงเทพมหานครในเส้นทางระหว่างที่พักอาศัยกับที่ทำงานไปอย่างไม่ต้องเร่งรีบ แถมยังตื่นสายได้อีกหน่อย และทำงาน OT กลับบ้านดึกขึ้นอีกนิดก็ได้ อย่าลืมนะครับ OT นี้หมายความว่าท่านจะได้ค่าแรงเป็น 2 เท่าของค่าแรงปกติที่ท่านได้รับในจำนวนชั่วโมงการทำงานที่เท่ากันอีกด้วย หรืองานอดิเรกที่สร้างรายได้เสริม ซึ่งอาจทำให้ท่านได้รับผลตอบแทนมากกว่าอัตราผลตอบแทนที่ท่านได้รับจากงานประจำก็เป็นได้ โดยเฉพาะท่านที่มีอาชีพเป็นผู้ชำนาญเฉพาะทาง น่าจะมีโอกาสรับงานเป็น Freelance สูงกว่าอาชีพอื่นๆ หรือท่านที่มีความถนัดในด้านอื่นๆนอกจากงานประจำ ก็อาจจะใช้เวลาที่ประหยัดได้ในการทำอาชีพเสริม เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติม ไม่แน่ว่าอาชีพเสริมอาจจะทำรายได้มากกว่าอาชีพประจำที่ทำอยู่ก็เป็นได้ ไม่เชื่อลองศึกษาประวัติที่มาของร้าน S&P ซึ่งเริ่มต้นจากความชอบส่วนตัว แล้วก็แปรความชอบเป็นธุรกิจ และขยายใหญ่โตจนกลายเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และขยายกิจการไปต่างประเทศอีกหลายๆประเทศ ใครจะรู้ คนที่จะประสบความสำเร็จทำนองนี้อาจจะเป็นท่านก็ได้ คราวนี้ เรามาดูกันว่า จะซื้อหรือจะเช่าดี และควรจะเป็นบ้านหรือคอนโดดี มาดูที่ประเด็นว่า จะเลือกบ้านหรือคอนโดกันก่อน โดยปกติค่าเช่า หรือราคาซื้อขายต่อตารางเมตรของบ้านที่อยู่ในย่านเดียวกับคอนโด จะถูกกว่าคอนโดมาก แต่กรณีอยู่คนเดียว ผมแนะนำให้เลือกคอนโด เพราะสะดวกสบายและปลอดภัยกว่า การทำความสะอาดก็ง่ายกว่า แต่ถ้าอยู่หลายคนบ้านก็เป็นทางเลือกที่ประหยัดกว่า แต่ก็ต้องเหนื่อยกับเรื่องการทำความสะอาด และความปลอดภัยที่น้อยกว่า ถ้าบ้านหลังนั้นไม่อยู่ในหมู่บ้านที่มีระบบรักษาความปลอดภัย เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ต่อมาก็คือว่าจะซื้อหรือจะเช่าดี ช่วงหลายปีนี้ ตั้งแต่เกิด HAMBURGER CRISIS อัตราดอกเบี้ยทั่วโลกก็ลดลงต่ำมาก บางประเทศถึงกับอัตราดอกเบี้ยติดลบอย่างเช่น สวิส ญี่ปุ่น ฯลฯ ไทยเราก็มีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำมากเช่นกัน ถึงแม้จะไม่ถึงกับอัตราดอกเบี้ยติดลบก็ตาม จึงเป็นโอกาสดีที่จะซื้อบ้าน หรือคอนโดด้วยเงินสด กรณีที่ท่านมีเงินฝากธนาคาร ซึ่งได้ดอกเบี้ยเงินฝากในอัตราที่ต่ำติดดิน และไม่กล้าที่จะลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆที่มีความเสี่ยง เช่นหุ้น ฯลฯ โดยปกติราคาอสังหาริมทรัพย์โดยเฉลี่ยจะขึ้นมากกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร ในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยต่ำๆแบบนี้ ยิ่งถ้าเลือกดีๆ ราคาอสังหาที่ซื้ออาจจะขึ้นเป็น 2 เท่าภายใน 8-12 ปี ซึ่งถ้าท่านฝากเงินธนาคารโดยได้อัตราดอกเบี้ยที่ประมาณ 2% การที่จะให้เงินต้นที่ฝากแบบทบต้น จะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าต้องใช้เวลาถึง 36 ปีเลยทีเดียว ถ้าเช่าเขาอยู่ ค่าเช่าที่จ่ายไป ไม่ทำให้ท่านได้เป็นเจ้าของ ในขณะที่ผ่อนบ้านกับธนาคารสัก 20-30 ปี เมื่อครบกำหนดตามสัญญาเงินกู้ บ้านหรือคอนโดนั้นก็จะกลายเป็นของท่าน ถึงแม้ว่าเงินค่าผ่อนอาจจะสูงกว่าค่าเช่าอยู่บ้างเล็กน้อย ผมลองยกตัวอย่างให้เห็นภาพที่ชัดเจน คอนโดย่านอ่อนนุชราคา 2.40 ล้านบาท ค่าเช่าเดือนละ 14,000, บาท ถ้าผ่อนกับธนาคาร ก็เพียงงวดละประมาณ 16,000 บาท นั่นหมายความว่าจ่ายเพิ่มอีกเดือนละ 2,000 บาท จากค่าเช่า ปีหนึ่งก็จ่ายเพิ่มเพียงปีละ 24,000 บาท ผ่อน 20 ปี ก็จ่ายเพียง 480,000 บาท เท่ากับว่าได้เป็นเจ้าของคอนโดยูนิตนี้ในราคาเพียง 480,000 บาท แถมยังผ่อนจ่ายเพียงเดือนละ 2,000 บาท เท่านั้น เมื่อเทียบกับการที่เช่าเขาอยู่ 20 ปี เห็นหรือยังครับว่า อานิสงค์ของอัตราดอกเบี้ยต่ำมันช่างมหัศจรรย์จริงๆ ยิ่งภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำกลายเป็น NEW NORMAL ไปเสียแล้ว ซึ่งโอกาสที่อัตราดอกเบี้ยจะขึ้นสูงไปอีก 2% ภายใน 2-3 ปี ข้างหน้าพอเป็นไปได้ แต่โอกาสที่จะขึ้นไปสูงปรี๊ดเหมือนสมัยก่อนเกิดวิกฤตการเงินที่บ้านเราเมื่อครั้งที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากเคยขึ้นไปสูงถึง 10 กว่า% แทบมองไม่เห็นเลย เมื่อตัดสินใจจะซื้อโดยผ่อนกับธนาคาร การทำเครดิตของท่านให้น่าเชื่อถือในสายตาของสถาบันการเงิน เพื่อให้สถาบันเหล่านั้นอนุมัติสินเชื่อให้ เป็นสิ่งที่ต้องเตรียมตัวและวางแผนไว้ล่วงหน้าแต่เนิ่นๆ ต้องทำอย่างไร มาติดตามบทความหน้ากันครับ อีกประโยชน์สำหรับที่มีคอนโดและผ่อนมาเกิน 3 ปีแล้ว ยังสามารถรีไฟแนนซ์เพื่อประหยัดเงินจากดอกเบี้ยได้อีกด้วยครับ โดยเข้าไปใช้บริการที่เว็บไซต์ www.refinn.com เพื่อค้นหาและเปรียบเทียบโปรโมชั่นรีไฟแนนซ์บ้านจากธนาคารชั้นนำ เหมือนเป็นเครื่องคิดเลข ที่ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีก็สํานวนเปรียบเทียบให้เรียบร้อยเลยว่า เรารีไฟแนนซ์ไปธนาคารไหนดีที่สุด ซึ่งเป็นบริการที่ใช้ฟรี ไม่เก็บค่าใช้จ่ายใดๆ ด้วยครับ
เกี่ยวกับนักเขียน
กิติชัย เตชะงามเลิศ
นักเล่นหุ้นชื่อดัง เจ้าของผลงาน หนังสือ "จาก1 ล้าน เป็น 500 ล้าน ผมทำอย่างไร" เล่าประสบการณ์การลงทุนของผมที่นำไปใช้ได้ง่ายๆ และหนังสือ "ออมจากน้อยเป็นร้อยล้าน" แนะวิธีออมเงินเพียงเดือนละหลักพัน ก็เป็นเศรษฐี 100 ล้าน ก่อนอายุ 50 ปี