เหตุผล 6 ข้อที่คุณควรเลือกสินเชื่อบ้านแลกเงินมากกว่าสินเชื่อบุคคล(Home for Cash VS. Personal Loan)

ข้อ 1 สินเชื่อบ้านแลกเงิน (โฮมฟอร์แคช) คือ สินเชื่อเอนกประสงค์เหมือนสินเชื่อบุคคล (เพอร์ซันนัลโลน)

สามารถกู้เงินก้อนออกมาได้ ไม่จำเป็นต้องระบุวัตถุประสงค์ในการใช้เงิน (ธนาคารส่วนใหญ่จะไม่ขอให้ระบุแต่ก็มีบางธนาคารที่ขอ) ผู้กู้ส่วนใหญ่นิยมนำไปใช้ในการต่อเติมซ่อมแซมบ้าน ปิดหนี้บัตรเครดิตสินเชื่อบุคคลหรือหนี้นอกระบบ ใช้เป็นเงินดาวน์ในการซื้อคอนโดหลังต่อไป ใช้เป็นค่าเล่าเรียน หรือเพื่อขยายธุรกิจส่วนตัว

ข้อ 2 สินเชื่อบ้านแลกเงินเป็นสินเชื่อที่ใช้ที่อยู่อาศัยที่ปลอดภาระ

เช่น บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ คอนโด อาคารพาณิชย์ ไม่ติดจำนองกับธนาคารหรือใครแล้ว เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ซึ่งหมายความว่าการวิเคราะห์สินเชื่อไม่ได้ยึดเพียงคุณสมบัติผู้กู้ รายได้ อาชีพ ตำแหน่งงาน มาพิจารณาความสามารถในการชำระคืนเท่านั้น แต่ธนาคารเพิ่มโอกาสให้ผู้กู้นำเอาที่อยู่อาศัยมาใช้ร่วมพิจารณาในการขอสินเชื่อด้วย โดยปกติแล้วที่อยู่อาศัยของเรามักจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงเป็นประโยชน์ในการเพิ่มโอกาสจะได้รับการอนุมัติสินเชื่อ จะเห็นได้ว่าอัตราอนุมัติสินเชื่อของบ้านแลกเงินมักจะสูงกว่าการขอกู้สินเชื่อบุคคลอย่างน้อย 2 เท่า

ข้อ 3 วงเงินกู้ที่ได้จากสินเชื่อบ้านแลกเงินสูงกว่าสินเชื่อบุคคลเป็นสิบเท่า

เพราะวงเงินกู้ที่ธนาคารอนุมัติให้จะพิจารณาจากราคาประเมินของหลักประกัน (Appraised Value) โดยแต่ละธนาคารจะมีเพดานของวงเงินที่ไม่เท่ากัน เช่นสูงสุดไม่เกิน 70% หรือ 95% ของมูลค่าหลักประกัน (เช่น หลักประกันคอนโดมิเนียมบนถนนรัชดาภิเษก ครั้งแรกที่คุณซื้อมาราคา 3 ล้านบาท เมื่อเวลาผ่านไปย่านนั้นได้ถูกพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ทำให้มูลค่าคอนโดฯเพิ่มขึ้น มูลค่าประเมินใหม่กลายเป็น 4 ล้านบาท ธนาคารหนึ่งอาจให้เงินกู้ได้สูงสุดถึง 95% ของ 4 ล้านบาท จะได้เท่ากับ 3.8 ล้านบาท) การคำนวณวงเงินกู้แบบนี้แตกต่างจากการคำนวณของสินเชื่อบุคคลที่ให้วงเงินกู้เป็น "จำนวนเท่าของรายได้" สูงสุด 5 เท่าของรายได้

ลองเปรียบเทียบ สมมติผู้กู้มีรายได้ 3 หมื่นบาท หากไม่มีหนี้สินล้นจนเกินไปผู้กู้รายนี้จะสามารถกู้สินเชื่อบ้านในวงเงินประมาณ 3 ล้านบาทได้ เมื่อเวลาผ่านไปมูลค่าของบ้านได้เพิ่มขึ้น ถ้าเขาต้องการใช้เงินก้อนและขอกู้ผ่านสินเชื่อบ้านแลกเงิน จะได้เงินกู้สูงถึง 3.8 ล้านบาทโดยประมาณ (คำนวณ 95% ของมูลค่าประเมินใหม่ สมมติว่าราคาประเมินใหม่อยู่ที่ 4 ล้านบาท) ในทางกลับกัน ถ้าเขาขอกู้สินเชื่อบุคคล เขาจะได้เงินกู้เพียง 1 แสน 5 หมื่นบาท (คำนวณจาก 5 เท่าของรายได้) จะเห็นได้ว่าวงเงินที่ได้รับต่างกันถึง 25 เท่าเชียว

ข้อ 4 สินเชื่อบ้านแลกเงินให้คุณชำระเงินคืนเท่ากันเป็นงวดๆ (Term Loan)

เหมือนสินเชื่อบุคคล แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือ จำนวนงวดผ่อนยาวนานกว่ามาก บางธนาคารให้สูงสุด 10 ปี บางแห่งให้ได้ถึง 30 ปี เมื่อเทียบกับสินเชื่อบุคคลแล้วจะให้สูงสุดเพียง 5 ปี ตัวอย่างเปรียบเทียบ ถ้าคุณกู้เงิน 100,000 บาท ผ่านสินเชื่อบ้านแลกเงินและเลือกผ่อน 30 ปี ยอดผ่อนจะอยู่ที่ 700 บาทเท่านั้นเอง ในขณะที่สินเชื่อบุคคล ยอดผ่อนจะอยู่ที่ 2,800 บาท  สินเชื่อบ้านแลกเงินทำให้ภาระการผ่อนต่อเดือนเบาหวิวลงไปกว่า 3-4 เท่า ผ่อนได้นานกว่าในเม็ดเงินที่น้อยกว่านั่นเอง

ข้อ 5 ดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านแลกเงินคิดแบบ ลดต้นลดดอก

ซึ่งต่างจากสินเชื่อบุคคลที่คิดดอกเบี้ยแบบ คงที่ การคิดดอกเบี้ยที่แตกต่างกันนี้มีผลกับผู้กู้ที่มีแผนการปิดหรือโปะหนี้ เพราะแบบดอกเบี้ยคงที่ จะทำให้การจ่ายค่างวดเกินกว่าที่กำหนด (โปะหนี้) ไม่มีผลทำให้ดอกเบี้ยลดลง  แต่สำหรับแบบลดต้นลดดอกแล้ว จะทำให้หนี้สินหมดเร็วขึ้น ดอกเบี้ยจ่ายจะน้อยลงเพราะถูกคำนวณจากเงินต้นที่หดลงเรื่อยๆ

ข้อ 6 ดอกเบี้ยต่ำกว่า

เป็นที่ทราบกันดีว่าสินเชื่อบุคคลเป็นสินเชื่อที่คิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมได้สูงถึง 28% ต่อปี ในขณะที่สินเชื่อบ้านแลกเงินอัตราดอกเบี้ยโดยเฉลี่ยจากทุกธนาคารอยู่ที่ 8% ต่อปี ธนาคารที่ให้ดอกเบี้ยต่ำเริ่มที่ 5% ต่อปี ส่วนบางแห่งคิดที่ 10% กว่าต่อปี มีผลให้ยอดผ่อนต่อเดือนลดลงไปได้อีก และดอกเบี้ยจ่ายให้ธนาคารจะลดน้อยลง

ตัวอย่างเช่น ผู้กู้ที่ขอสินเชื่อบ้านแลกเงิน 1 แสนบาท ได้รับดอกเบี้ย 7% ต่อปี ผ่อนต่อเดือนอยู่ที่ 700 บาท เมื่อผ่อนครบอายุสัญญาที่ 30 ปี ต้องเสียดอกเบี้ยทั้งสิ้น 140,000 บาท ในขณะที่ ผู้กู้ที่ขอเงินก้อนจากสินเชื่อบุคคลในจำนวนเท่ากัน ดอกเบี้ยรวมค่าธรรมเนียมที่ 28% ต้องผ่อนเดือนละประมาณ 3,100 บาท ดอกเบี้ยที่ต้องชำระทั้งสิ้นถึง 86,000 บาทในเพียงเวลาแค่ 5 ปี

ในปี 2561 นี้นับว่าเป็นช่วงที่ธนาคารหันมาให้ความสำคัญในเรื่องประชาสัมพันธ์สินเชื่อบ้านแลกเงินขึ้นมาก  ทางบริษัทรีฟินน์ได้ทำการอัพเดทสถานการณ์ดอกเบี้ยในตลาดและพบว่าธนาคารบางแห่งได้นำเสนอโปรโมชั่นดอกเบี้ยที่น่าดึงดูดแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ดอกเบี้ยไม่ถึง 4% ต่อปี โดยธนาคารจะเน้นกลุ่มเป้าหมายที่มีรายได้เกินแสนและมีหลักประกันที่มีมูลค่าสูงกว่า 5 ล้านบาท ดอกเบี้ยที่ต่ำเช่นนี้อาจเข้ามาทดแทนการขอกู้เพื่อทำธุรกิจได้อย่างดี เพราะสะดวกกว่าไม่ต้องนำเสนอแผนธุรกิจ ได้วงเงินสูง และใช้เวลาอนุมัติที่น้อยลง

จะเห็นได้ว่าสินเชื่อบ้านแลกเงินเป็นแหล่งสินเชื่อเงินก้อนที่ดีกว่าสินเชื่อบุคคลในหลายๆมิติ ทั้งเรื่องวงเงินกู้ที่สูงกว่า ยอดผ่อนที่น้อยกว่า ดอกเบี้ยที่ถูกกว่าอย่างมากมาย และทั้งสะดวกกว่าในการขอสินเชื่อและการชำระเงินคืน เพียงแค่ว่าเรารู้วิธีการใช้ประโยชน์จากบ้านปลอดภาระของเราให้เป็น การมีสินเชื่อบ้านจึงถูกจัดว่าเป็นการมีหนี้ที่ดี แต่ทว่า การสร้างหนี้โดยใช้ที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกันย่อมมีผลที่ไม่พึงปรารถนาตามมา ถ้าผู้กู้ผิดนัดชำระจนทำให้ที่อยู่อาศัยถูกยึด ดังนั้นผู้กู้ควรกู้แต่เท่าที่จำเป็น ประเมินรายได้และภาระหนี้สินที่ต้องแบกรับอีกเป็นเวลาอีกนานให้ถี่ถ้วน

สินเชื่อบ้านแลกเงินปัจจุบันนี้มีผู้ให้บริการหลายสถาบันการเงิน แต่ละแห่งมีข้อเสนอที่แตกต่างกันและอาจมีการกำหนดคุณสมบัติผู้กู้และหลักประกันที่ต่างกัน เพื่อประหยัดเวลาของคุณในการหาข้อมูลและเปรียบเทียบเองได้เพียงใช้บริการผ่านเว็บไซต์รีฟินน์ www.refinn.com ครบจบที่เดียว

ค้นหาโปรโมชั่นรีไฟแนนซ์ ฟรี

เกี่ยวกับผู้เขียน

พรพิมล ปฐมศักดิ์