ลดหย่อนภาษี ด้วยดอกเบี้ยบ้าน เพื่อนๆ รู้ไหมว่าหากเพื่อนๆมีการกู้สินเชื่อที่อยู่อาศัยจากธนาคารอยู่ เพื่อนๆ สามารถนำดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นจริงจากการกู้ยืมมาใช้ในการหักลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท สำหรับคนส่วนใหญ่บ้านคือทรัพย์สินและหนี้สินที่มีมูลค่ามากที่สุดของเรา ทางรัฐบาลเล็งเห็นความสำคัญของการที่มีอยู่อาศัยจึงได้กำหนดให้เราๆ สามารถนำดอกเบี้ยจากสินเชื่อบ้านที่จ่ายจริงแก่สถาบันการเงินไปขอลดหย่อนจากภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่กรมสรรพากรเรียกเก็บได้ ซึ่งดอกเบี้ยที่นำมาคิดคำนวณได้ในหมวดนี้ต้องมีวัตถุประสงค์คือ กู้เงินเพื่อซื้อบ้าน กู้เพื่อเช่าซื้ออาคารและที่ดินหรือห้องชุด และสร้างอาคารบนที่ดินที่ตัวเองมีกรรมสิทธิ์อยู่เท่านั้น

โดยมีข้อแม้เล็กน้อยคือ
  1. ผู้ยื่นต้องมีรายได้จากการจ้างแรงงานตามมาตรา 40(1) เท่านั้น
  2. ดอกเบี้ยที่ใช้คำนวณต้องเป็นดอกเบี้ยจากสินเชื่อตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดเท่านั้น
  3. ผู้ให้สินเชื่อต้องเป็นสภาบันการเงินที่ประกอบกิจการภายในราชอาณาจักรไทยเท่านั้น
กรมสรรพากรกำหนดให้ผู้ที่มีสิทธิ์ตามที่ได้กล่าวไปข้างบนสามารถนำดอกเบี้ยที่จ่ายจริงมาลดหย่อนได้ตามจริงสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท ซึ่งถ้าหากผู้เสียภาษีมีบ้าน 2 หลังขึ้นไป ภาษีที่สามารถลดหย่อนได้ตามดอกเบี้ยที่จ่ายจริงสามารถนำมารวมกันได้ แต่ต้องไม่เกิน 100,000 บาท และถ้าหากมีการกู้ร่วม ผู้กู้ต้องนำดอกเบี้ยที่จะขอลดหย่อนมาหารตามจำนวนผู้กู้ร่วมก่อน เช่น ถ้าสินเชื่อนั้นคิดดอกเบี้ย 100,000 บาท มีผู้กู้ร่วม 2 คน ก็จะทำให้ผู้กู้สามารถขอลดหย่อนได้เพียง 50,000 บาท ซึ่งการขอลดหย่อนภาษีในหมวดนี้ สามารถใช้ได้กับสินเชื่อบ้านใหม่ สินเชื่อบ้านมือสอง และสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ด้วย แต่ต้องรวมกันไม่เกิน 100,000 บาท หรือเท่าที่จ่ายตามจริง โดยการกรอกขอลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสามารถกรอกได้ใต้หัวข้อ ดอกเบี้ยกู้ยืมเพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างอาคารอยู่อาศัย นอกจากประหยัดเงินจากภาษีแล้ว สามารถประหยัดเงินจากทางอื่นได้อีกหรือไม่? จริงๆแล้ว การบริหารดอกเบี้ยบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุดสามารถทำได้หลายทาง โดยนอกจากนำมาลดหย่อนภาษีแล้ว การบริหารดอกเบี้ยบ้านอีกวิธีหนึ่งที่น่าสนใจก็คือการรีไฟแนนซ์บ้าน ซึ่งเป็นการย้ายธนาคารผู้ปล่อยสินเชื่อจากธนาคารหนึ่งไปอีกธนาคารหนึ่ง และทำให้อัตราดอกเบี้ยถูกลงอย่างมาก ศึกษาได้ที่ www.refinn.com