ชี้เป้าแต่ละช่วงวัย อายุเท่านี้ควรวางแผนการเงินอย่างไร และต้องระวังเรื่องใดบ้าง

แต่ละช่วงวัยของเราก็จะมีภาระ หน้าที่ ความรับผิดชอบ และการใช้เงินที่แตกต่างกันออกไปนะครับ ซึ่งหลายๆ คนมักจะกังวลกันไปล่วงหน้าว่าในอนาคตเราต้องจัดการ หรือบริหารตัวเองให้พร้อมรับมือกับเรื่องไหนบ้าง ซึ่งวันนี้ Refinn เองก็จะมาชี้เป้าให้หายคาใจกันว่า ในแต่ละช่วงวัยเราควรวางแผนการเงินยังไงกันดี และมีเรื่องอะไรบ้างที่ต้องกังวล จะได้เตรียมรับมือกับมันได้อย่างทันท่วงที

1. ช่วงเริ่มทำงาน จนถึงวัย 30 ปี

ช่วงวัยนี้เป็นช่วงวัยแห่งการเริ่มต้น เราต้องค้นหาตัวเองให้เจอว่าเป้าหมายในชีวิตของเราคืออะไร ยิ่งเราหาได้เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี เพราะจะทำให้เราเริ่มต้นการเดินทางสู่จุดหมายของเราได้ไว หลายคนใช้เวลาหาตัวเองอยู่นานหลายปี ทำให้สูญเสียเวลาในการเตรียมพร้อม และการเข้าถึงเป้าหมายไปมากกว่าคนอื่น พยายามลองผิดลองถูกเพื่อให้รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ล้มให้เร็ว ลุกให้ไว ประสบการณ์จะคอยสอนเราให้เรากลายเป็นคนที่พร้อมเผชิญหน้ากับสิ่งต่างๆ ในอนาคต

ส่วนแผนการเงินที่ควรใส่ใจที่สุดในวัยนี้ก็คือ เรื่องของแผนประกัน เพราะวัยนี้เป็นวัยที่ทำงานหนัก บางครั้งอาจต้องมีการเดินทาง หรือหักโหมอยู่บ่อยๆ การทำประกันไว้ในช่วงเริ่มต้น ก็จะทำให้เราเก็บเงินได้แบบสบายใจ ไม่ต้องกลัวว่าจะเอามาใช้กับค่ารักษาหมด

โดยประกันที่วัยนี้ควรมีติดตัวไว้เลยก็คือ ประกันสุขภาพ เพราะจ่ายแค่ปีละไม่กี่พันบาท แต่สามารถเข้าโรงพยาบาลได้ทั้งปี ไม่ว่าจะเป็น ผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน ฉุกเฉิน และยังคุ้มครอง ค่าห้อง ค่าอาหาร ค่าแพทย์ ค่าผ่าตัด ซึ่งต้องบอกเลยว่าไม่ควรละเลย เพราะถ้าเราไม่ทำประกันสุขภาพแต่เจ็บป่วยหนักๆ นอนโรงพยาบาลขึ้นมาทีนึง เงินเก็บที่สะสมมาอาจจะหมดไปในครั้งเดียวเลยก็ได้

ถ้าเพื่อนคนไหนอยากรู้ว่าประกันสุขภาพที่ไหนดี ก็ลองเข้าไปเช็คดูได้ที่ www.rabbitfinance.com กันได้เลยครับ

2. ช่วงวัย 31 จนถึงวัย 45 ปี

ช่วงนี้เค้าเรียกว่า ช่วงวัยกลางคน ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็จะเริ่มมีครอบครัวกันแล้ว เพราะฉะนั้นแผนการเงินจึงตกมาที่การดูแลลูกเป็นหลัก ต้องวางแผนการเงินสำหรับการศึกษาลูก ตั้งแต่อนุบาล จนถึงจบปริญญา ซึ่งตรงนี้เราสามารถคำนวณทุกอย่างได้ตั้งแต่ต้นจนจบ เพราะเรารู้แล้วว่าจะให้ลูกเข้าที่ไหน ยังไงบ้าง และมีค่าใช้จ่ายในแต่ละที่ แต่ละเทอม เป็นเงินจำนวนเท่าไหร่

อีกหนึ่งแผนการเงินที่สำคัญไม่แพ้กันของคนวัยนี้คือ เรื่องของการเกษียณอายุ เพราะฉะนั้นหากอยากจะบริหารทั้ง 2 แผนนี้ให้ออกมาดี ต้องแบ่งสันปันส่วนกันดีๆ โดยให้ความสำคัญกับค่าใช้จ่ายของลูกก่อนค่าใช้จ่ายยามเกษียณ เพราะเรายังมีช่วงวัย 46 ปีขึ้นไปให้ใช้เก็บเงินหลังเกษียณอยู่นั่นเอง

วัยนี้บางคนกำลังผ่อนบ้านหรือคอนโดของตัวเองอยู่ และอาจจะรู้สึกตึงๆมืออยู่บ้าง เพราะการผ่อนอสังหาริมทรัพย์นั้น ดอกเบี้ย 3 ปีแรกถูกจริงๆ แต่หลังจากนั้นแพงขึ้นเพราะดอกเบี้ยลอยตัว ใครที่ยังไม่รู้จักการ รีไฟแนนซ์บ้าน หรือ รีไฟแนนซ์คอนโด ถือว่าพลาดมาก เพราะว่าการรีไฟแนนซ์นั้นทำให้ดอกเบี้ยกลับมาถูกอีกครั้ง ด้วยการย้ายไปผ่อนกับธนาคารใหม่ และเราสามารถเช็คโปรโมชั่นรีไฟแนนซ์บ้านที่ถูกที่สุดได้ผ่าน www.refinn.com ฟรี ไม่มีค่าบริการครับ

3. ช่วงวัย 46 ปี จนถึงเกษียณอายุ

มาจนถึงตอนนี้ให้เราโฟกัสที่แผนการเงินหลังเกษียณอย่างเดียวเลยครับ ให้ดูว่าเรามีเงินพอสำหรับเกษียณอายุแล้วหรือยัง เพราะมันเป็นเรื่องใหญ่มากนะ ถ้าเราพลาดแล้ว คือพลาดเลย เงินหมด คือหมดเลย เมื่อวันที่รายได้เราหยุดลง แต่รายจ่ายเราไม่หยุดด้วย เราก็ต้องมั่นใจว่าเราจะสามารถประคับประคองตัวเองต่อไปได้

ซึ่งถ้าใครรู้ตัวตั้งแต่เนิ่นๆ ว่าไม่มีภาระหน้าที่อื่นๆ ให้ต้องเป็นกังวลล่ะก็ แนะนำให้ใส่ใจและจัดเต็มเก็บเงินเพื่อช่วงเกษียณอายุให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้เลยครับ รับรองว่าอนาคตสบายแน่นอน

ค้นหาโปรโมชั่นรีไฟแนนซ์ ฟรี

เกี่ยวกับผู้เขียน

author-photo
พงศธร ธนบดีภัทร
CEO & Co-Founder ของ www.refinn.com เว็บไซต์รีไฟแนนซ์บ้านออนไลน์ ที่ช่วยคนไทยรีไฟแนนซ์ไปแล้วกว่าพันล้านบาท