สิ่งที่ต้องรู้ ก่อนกู้ติดตั้งโซลาร์

การซื้อบ้านสักหลัง เชื่อแน่ว่าต้องเป็นเรื่องใหญ่ของหลายคน เพราะต้องใช้เงินจำนวนมาก ดังนั้น การขอสินเชื่อจากธนาคารจึงเป็นคำตอบของคนที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองหรือต้องการกู้อเนกประสงค์ บทความนี้ พูดถึงการการขอกู้สินเชื่ออเนกประสงค์ โดยเฉพาะใครที่สนใจอยากติดตั้งโซลาร์ จะต้องทำอย่างไรบ้าง

1. กรณีบ้านเก่า

กรณีที่บ้านของคุณเป็นบ้านเก่า แล้วอยากติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป คุณก็สามารถมีกำไรงอกงามเหมือนบ้านสร้างใหม่ที่ติดแผงโซลาร์บนหลังคาได้ ด้วยวิธีการกู้ดังต่อไปนี้

• กู้โดยใช้หลักประกันเดิมธนาคารเดิม

หมายถึง “สินเชื่ออเนกประสงค์” ดอกเบี้ยจะเท่ากับดอกเบี้ยลอยตัว ซึ่งโดยปกติจะมีอัตราคงที่อยู่ที่ 3 ปีแรก หลักจากนั้นคือ MRR (Minimum Retail Rate) -1 หรือ - 0.5 ขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคาร ซึ่ง ณ ตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 6-7 เปอร์เซ็นต์ โดยการกู้เพิ่มแบบนี้ธนาคารจะดูว่าคุณมีประวัติการผ่อนชำระที่ดีไหม ถ้าดี ธนาคารก็จะปล่อยเงินสินเชื่อก้อนนี้ให้แก่คุณ การกู้แบบนี้เป็นการกู้จากส่วนต่างของราคาประเมินใหม่กับยอดหนี้ค้างที่ยังต้องชำระ เพื่อให้เรานำเงินกู้มาทำอะไรก็ได้ ตัวอย่างเช่น สมมติว่าหมู่บ้านคุณมีรถไฟฟ้าตัดผ่านหน้าบ้าน ราคาประเมินบ้านก็จะเพิ่มมากขึ้นจากราคาเดิมที่เคยซื้อไว้ ก็สามารถนำเงินกู้ส่วนนี้มาใช้เพื่อการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปได้ ถือเป็นการกู้เพิ่ม ประเมินใหม่ โดยธนาคารจะอนุมัติสินเชื่ออเนกประสงค์ให้สูงประมาณ 80-90 เปอร์เซ็นต์ จากราคาที่ประเมินใหม่ (ขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคาร)

• กรณีกู้เต็มวงเงินธนาคารแล้ว

แบบนี้แนะนำให้ขอ “สินเชื่อต่อเติม” คือเป็นการกู้เพิ่ม ต้องมีการประเมินบ้านใหม่ โดยธนาคารจะจ่ายเงินให้คุณเป็นงวดๆ ที่มีการต่อเติม อัตราดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ 4.25 เปอร์เซ็นต์ใน 3 ปีแรก จากนั้นเพิ่มเป็น 6.5 เปอร์เซ็นต์ในปีที่ 4-30 หรือจะเป็นการขอ “สินเชื่อส่วนบุคคล” (Personal loan) ก็จะมีอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 9.9 เปอร์เซ็นต์

• กรณีรีไฟแนนซ์

การที่จะรีไฟแนนซ์ได้ คุณต้องผ่านการผ่อนชำระ 3 ปีแรกกับธนาคารก่อน ไม่อย่างนั้นจะถูกปรับ 3 เปอร์เซ็นต์ ของวงเงินกู้ โดยคุณสามารถติดต่อขอข้อมูลจากธนาคารที่คุณกู้เพื่อการซื้อบ้านได้ค่ะ

2. กรณีบ้านใหม่ - กู้บ้านพร้อมแผงโซลาร์ ประหยัดดอกเบี้ยกว่า

หากคุณกำลังมองหาบ้านใหม่ และอยากติดตั้งแผงโซลาร์บนหลังคาบ้านด้วย ขอแนะนำให้ซื้อบ้านที่ติดตั้ง Solar Roof มาตั้งแต่แรกเลยจะดีกว่า เพราะราคาบ้านได้รวมค่าติดตั้งและค่าแผงโซลาร์เซลล์ไว้แล้ว คุณจะได้ดอกเบี้ยเท่ากับการกู้ซื้อบ้าน อยู่ที่ 3.75 เปอร์เซ็นต์ในปีที่ 1-3 และปรับเป็น 6 เปอร์เซ็นต์ในปีที่ 4-30

แต่หากซื้อแผงโซลาร์มาติดเพิ่มภายหลัง ทางธนาคารจะปล่อยกู้ในอัตราที่สูงกว่าดอกเบี้ยกู้บ้านมาก ยิ่งถ้าในช่วงนั้น รัฐบาลออกนโยบายรับซื้อไฟจากครัวเรือนที่ติด Solar Roof ก็จะทำให้สามารถขายไฟให้กับรัฐเป็นรายได้อีกทางหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นกรณีไหนก็ตาม ขอแนะนำให้มาติดตั้งแผงโซลาร์บนหลังคาบ้าน เพราะยิ่งติดแผงโซลาร์บนหลังคาบ้านเร็วขึ้นเท่าไร คุณก็ยิ่งได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าเร็วขึ้นเท่านั้น

และสุดท้ายอย่าลืมว่า หากสนใจติดตั้งโซลาร์ หรือ EV Charger จากวงเงินเหลือจากรีไฟแนนซ์ นับเป็นอีกทางเลือกเพิ่มเติมที่ช่วยจากลดภาระดอกเบี้ยจากการรีไฟแนนซ์แล้ว ยังสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายจากการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยประหยัดพลังงานได้อีกด้วย สามารถเข้าไปค้นหาโปรโมชั่นรีไฟแนนซ์ได้ทาง www.refinn.com หรือสนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Solar Rooftop ก็สามารถเข้าไปศึกษาเพิ่มได้ทาง www.refinn.com/solar

ค้นหาโปรโมชั่นรีไฟแนนซ์ ฟรี

เกี่ยวกับผู้เขียน

author-photo
SENA DEVELOPMENT
บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยเน้นการพัฒนาสินทรัพย์ ให้เกิดความภูมิใจสูงสุด