เอาตัวรอดอย่างไร ในวันที่เศรษฐกิจตกต่ำ รวมเคล็ดลับ ‘สำรองเงินในกระเป๋า’ แบบไม่มีทางพลาด

เรื่องของเศรษฐกิจโลกเรานั้นเรียกได้ว่าเอาแน่เอานอนไม่ได้เลยนะครับ บทปุบปับจะเกิดฟองสบู่แตกขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ และแน่นอนว่ามันต้องส่งผลกระทบถึงเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะฉะนั้นก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงใดๆ ขึ้นก็ตาม เรามาวางแผนการเงินเพื่อใช้เป็นหนทางรอดในวันที่เศรษฐกิจย่ำแย่กันดีกว่า

1. ลงทุนในสินทรัพย์ที่ไม่เสี่ยง

การฝากเงินไว้กับบัญชีออมทรัพย์เฉยๆ ให้ดอกเบี้ยที่ต่ำมาก แต่ยังอาจมองหาการลงทุนในสินทรัพย์ที่ไม่เสี่ยงและระดับความปลอดภัยถือว่าดี เช่น พันธบัตรรัฐบาล ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าเงินฝากออมทรัพย์และฝากประจำ จะทำให้เรามั่นใจได้ว่าเงินของเราจะยังอยู่ครบ ไม่หายไปไหนแม้แต่บาทเดียว และยังได้ผลตอบแทนจากดอกเบี้ยที่ดีกว่าอีกด้วย หากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมาจริงๆ และเรายังสามารถเรียกใช้เมื่อไหร่ก็ได้ตามที่ต้องการ ต่อให้ตกงานก็ยังมีเงินเก็บก้อนนี้ไว้เลี้ยงชีพได้อีกสักพักเลย

2. หาเงินได้มากกว่า 1 ช่องทาง

เมื่อเศรษฐกิจตกต่ำ อาชีพของเราก็สั่นคลอนด้วย ซึ่งเราอาจจะต้องออกจากงานเมื่อไหร่ก็ได้ เพราะฉะนั้นการเตรียมการโดยหาแหล่งรายได้อื่นๆ ไว้มากกว่า 1 ช่องทาง ก็จะช่วยสร้างความอุ่นใจให้กับเราได้มาก ไม่ว่าจะเป็นการขายของออนไลน์ รับจ้างฟรีแลนซ์ หรืออาชีพอะไรก็ได้ที่ทำเงินได้ ตรงนี้แหละครับคือไม้ตายที่จะช่วยให้เราสบายใจขึ้นเมื่อเกิดวิกฤต

3. มองกันยาวๆ อย่าวัดกันแค่ช่วงเดียว

ถึงแม้ตลาดหุ้นที่เราลงทุนไว้จะตกฮวบ แต่ก็อย่าเพิ่งรีบเทขายเด็ดขาด เพราะในสักวันหนึ่งตลาดก็จะกลับขึ้นมาได้อีกครั้ง ดังนั้นให้อดใจรอไว้จนถึงตอนนั้นจะดีกว่า แต่ถ้าเพื่อนๆ ใกล้เข้าสู่วัยเกษียณเข้าไปทุกที ก็อาจจะต้องเปลี่ยนไปลงทุนในกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ หรือมองหาบัญชีเงินฝากประจำแบบดอกเบี้ยสูงเอาไว้เพื่อความสบายใจดีที่สุด

4. อย่าเก็บเงินไว้ในที่เดียว

การเก็บเงินในที่นี้ก็หมายถึงการลงทุน พยายามลงทุนในหลายๆ อุตสาหกรรม ในหลายๆ ทรัพย์สิน อย่าลงทุนในแหล่งเดียว เพราะถ้าเจ๊งมา ทุกอย่างจะหายไปในทันที การลงทุนในหลายที่ก็เป็นเหมือนการกระจายความเสี่ยง ทำให้เราเอาตัวรอดได้ในวันที่เกิดวิกฤต

5. รักษาเครดิตเท่าชีวิต

เมื่อเศรษฐกิจเกิดตกต่ำ คนที่มีความน่าเชื่อถือ หรือมีเครดิตดีนี่แหละครับที่จะสามารถรอดชีวิตได้ เนื่องจากไม่ว่าใครต่างก็อยากจะกู้เงินเพื่อมาใช้จ่ายกันทั้งนั้น เมื่อคนแย่งกัน ทำให้ต้องตัดสินกันด้วยเครดิตที่มี ดังนั้นพยายามวางแผนการเงิน และการใช้จ่ายหนี้ให้ดีตั้งแต่วันนี้ เพื่ออนาคตเวลาเกิดเหตุฉุกเฉินจะได้มีคนคอยช่วยเหลือ

6. คุณกำลังผ่อนบ้านแพงเกินไปหรือเปล่า

หลายคนอาจไม่รู้ว่า หนี้บ้านที่เราผ่อนอยู่ทุกเดือน ดอกเบี้ยจะแพงขึ้นหลังจากผ่อนมาสักพัก ทำให้หลายคนรีไฟแนนซ์บ้าน หรือรีไฟแนนซ์คอนโด เพื่อย้ายหนี้ก้อนเดิมไปอยู่กับธนาคารที่ให้ดอกเบี้ยถูกกว่า วิธีนี้ไม่เพียงแต่ทำให้ค่าผ่อนต่อเดือนถูกลง แต่ยังทำให้ระยะเวลาการผ่อนสั้นลงอีกด้วย

ถ้าอยากรู้ว่า ณ วันนี้ธนาคารไหนให้ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้านและรีไฟแนนซ์คอนโดถูกที่สุด เราสามารถเข้าไปดูได้ที่ www.refinn.com ที่รวบรวมโปรโมชั่นจาก 15 ธนาคารชั้นนำมาไว้ ฟรี ไม่มีค่าบริการ ถึงเศรษฐกิจที่ผันผวนจะดูน่ากลัว แต่ถ้าเราเตรียมตัวรับมือด้วยการทำตามเคล็ดลับทั้ง 5 ข้อนี้ ก็ไม่มีอะไรที่จะต้องเป็นห่วงอีกแล้วล่ะครับ เพราะมันจะช่วยป้องกันทรัพย์สิน เงินทอง ชื่อเสียง และหาทางออกให้กับเราได้ในเวลาที่เราต้องการนั่นเอง

ค้นหาโปรโมชั่นรีไฟแนนซ์ ฟรี

เกี่ยวกับผู้เขียน

author-photo
พงศธร ธนบดีภัทร
CEO & Co-Founder ของ www.refinn.com เว็บไซต์รีไฟแนนซ์บ้านออนไลน์ ที่ช่วยคนไทยรีไฟแนนซ์ไปแล้วกว่าพันล้านบาท