ดูอย่างไร ว่าเมื่อไหร่ควรรีไฟแนนซ์บ้าน หรือเมื่อไหร่ไม่ควร เพราะอาจได้ไม่คุ้มเสีย

สำหรับเพื่อนๆ ที่มีแพลนเรื่องการรีไฟแนนซ์อยู่ในใจ ก็คงมองหาข้อมูลเรื่องของการรีไฟแนนซ์บ้านให้แน่นที่สุดกันอยู่แน่ๆ ทั้งวิธีการ ทั้งเงื่อนไขต่างๆ ซึ่งในเว็บไซต์ www.refinn.com ก็มีข้อมูลดอกเบี้ยของธนาคาต่างๆ บอกให้เพื่อนๆ ได้รู้กันแบบอัพเดทอยู่ตลอดเวลา แต่ปัญหาหลักๆ ที่คนส่วนใหญ่มักจะเจอในเรื่องของการรีไฟแนนซ์ก็คือ เผลอมองข้ามค่าใช้จ่ายที่สูงมากในการดำเนินการไปนั่นเอง

ซึ่งการรีไฟแนนซ์บ้านนั้นค่าใช้จ่ายไม่ได้มีอะไรเยอะมาก และค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่จะเล็กน้อยมาก เมื่อเทียบกับเงินที่จะประหยัดได้จากการรีไฟแนนซ์และดอกเบี้ยถูกลง ซึ่งวันนี้เราจะมาบอก 3 สถานการณ์ใหญ่ที่อาจจะต้องคิดให้ดี ก่อนตัดสินใจรีไฟแนนซ์

1. ยังอยู่ในช่วงที่ธนาคารเดิมมีค่าปรับ

ธนาคารส่วนใหญ่ที่ปล่อยสินเชื่อบ้าน มักจะมีเงื่อนไขว่า ห้ามรีไฟแนนซ์ไปธนาคารอื่น ก่อนครบ 3 ปี โดยถ้าเราผิดสัญญาก็อาจจะโดนค่าปรับที่ 2-3% ของวงเงินกู้ ซึ่งก็มักจะได้ไม่ค่อยคุ้มกับเงินค่าปรับที่ต้องเสียไปเท่าไหร่ สู้เราผ่อนไปอีกนิดให้ครบ 3 ปีแล้วค่อยรีไฟแนนซ์ดีกว่า แต่ก็ต้องระวัให้ดีนะครับ เพราะบางธนาคารอาจมีเื่อนไขว่า ห้ามรีไฟแนนซ์ภายใน 5 ปีแรก ซึ่งเราสามารถตรวจสอบดูได้จากสัญญาเงินกู้ของเรานันเอง

2. มียอดหนี้เหลือน้อยมาก และเหลือเวลาในการผ่อนไม่นาน

สถานการณ์แรกที่ไม่เหมาะกับการรีไฟแนนซ์บ้านสุดๆ เลยก็คือ เมื่อเรามียอดหนี้ค้างชำระอยู่อีกไม่เยอะแล้ว และเหลือเวลาผ่อนบ้านหลังนี้อีกไม่นานก็หมด หรือใช้เวลาไม่เกิน 1-2 ปีก็จะพ้นจากภาระหนี้ไปได้ ที่ต้องบอกว่าไม่คุ้มก็เพราะการรีไฟแนนซ์ในแต่ละครั้ง เราต้องเสียค่าใช้จ่ายถึง 2 ส่วนด้วยกัน คือ...
1. ค่าใช้จ่ายในการขอสินเชื่อใหม่ เช่น ค่าดำเนินการด้านสินเชื่อ และค่าประเมินราคา
2. ค่าใช้จ่ายกรมที่ดิน เช่น ค่าจดจำนอง ซึ่งส่วนนี้จะตีมูลค่ารวมแล้วเท่ากับหลักพันถึงหลักหมื่น แต่ประเด็นอยู่ที่ว่า ถ้าเราเหลือต้องผ่อนอีกไม่กี่บาท ดอกเบี้ยจะไม่ค่อยแพงแล้ว เพราะดอกเบี้ยจะคิดจากเงินต้น ดังนั้นการรีไฟแนนซ์จึงอาจไม่ค่อยเห็นผลมากนัก ไม่เหมือนกับตอนเรายังมียอดหนี้เยอะๆ เพราะรีไฟแนนซ์บ้านทีนึง จะประหยัดได้เป็นแสนๆ บาทเลยทีเดียว

3. วางแผนไว้ว่าจะขายบ้านในเร็วๆ นี้

สถานการณ์ที่สองที่ต้องบอกว่าไม่เหมาะสมกับการรีไฟแนนซ์บ้านเอาซะเลยก็คือ เมื่อเรามีความคิดที่จะขายบ้านหลังนั้นในเร็วๆ นี้นี่แหละ อาจจะภายใน 2-3 ปี หรือไวกว่านั้นก็แล้วแต่ ที่มันไม่คุ้มกันก็เพราะ การรีไฟแนนซ์บ้านก็เหมือนกับการเริ่มต้นนับสัญญาเงินกู้ใหม่ ซึ่งถ้าเราขายบ้านได้ ก็เท่ากับเราจะปิดหนี้ได้ไวขึ้น ซึ่งก็จะมีค่าใช้จ่ายตามมาคือ ค่าปรับปิดหนี้เร็วกว่ากำหนดตามสัญญาเงื่อนไขของธนาคาร ซึ่งจะมีการคิดค่าปรับในอัตรา 2-3% ของยอดหนี้ที่เหลือ ทำให้เหมือนว่าเราต้องเสียเงินเปล่าส่วนนี้ไปฟรีๆ เลยล่ะครับ

นี่ก็เป็นสิ่งที่เพื่อนๆ ต้องสำรวจตัวเองให้ดีๆ เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์ที่เสียไปของเรา จะได้ถูกใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด และสำหรับคนที่พร้อมจะรีไฟแนนซ์บ้าน หรือรีไฟแนนซ์คอนโดแล้ว ก็สามารถเข้าไปเช็คดอกเบี้ยสินเชื่อรีไฟแนนซ์ได้ที่ www.refinn.com ฟรี ไม่มีค่าบริการครับ

ค้นหาโปรโมชั่นรีไฟแนนซ์ ฟรี

เกี่ยวกับผู้เขียน

author-photo
SENA DEVELOPMENT
บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยเน้นการพัฒนาสินทรัพย์ ให้เกิดความภูมิใจสูงสุด