ได้โบนัสก้อนโต ได้เงินภาษีคืน รับเงินอั่งเปาตรุษจีน จัดการกับเงินก้อนอย่างไรดีที่สุด

รับโบนัสกันไปบ้างแล้ว กำลังเข้าช่วงหน้าได้เงินคืนจากภาษีอีก บางคนโชคดีได้อั่งเปาซองโตมา แล้วจะเอาเงินไปทำอะไรดี ความรู้สึกแรกของคนมักจะคิดว่า เอาไปใช้ช้อปปิ้งซื้อทุกสิ่งอย่างที่อยากได้ แต่จิตใต้สำนึกอาจฉุดเราไว้และบอกว่า เอาไปฝากแบงค์สิ พอเมื่อคำนึงถึงดอกเบี้ยเงินฝากที่ต่ำเตี้ยในปัจจุบันนี้ จึงต้องมองหาทางอื่นที่ทำให้เงินก้อนนี้คุ้มค่าที่สุด ลองพิจารณาบนหลักการง่ายๆว่า เงินก้อนโตนี้เราอยากจะเอามาลงทุนให้งอกเงย เพิ่มสินทรัพย์ หรือจะเอามาจ่ายออกเพื่อลดหนี้สิน อันไหนคุ้มกว่ากัน เปรียบเทียบตามดู

ยกตัวอย่าง คุณเล็ก ได้เงินโบนัส ภาษีคืน และอั่งเปาจากญาติผู้ใหญ่มาทั้งหมด 100,000 บาท ถ้าเอาเงินไปฝากกับธนาคารแบบฝากประจำ 1 ปี ดอกเบี้ยอยู่ที่ 1.25% ต่อปี คือหลังจากหนึ่งปีไปแล้ว คุณเล็กจะได้เงินเพิ่มจากดอกเบี้ย 1,250 บาท เมื่อหักภาษีเงินฝาก15% จะเหลือประมาณ 1,062 บาท วิธีนี้คือหลักการแรก นำเงินไปต่อเงินให้สินทรัพย์งอกเงย (ในกรณีนี้เป็นการยกตัวอย่างการลงทุนที่ไม่มีความเสี่ยง)

หลักการที่สอง คือเอาเงินไปลดหนี้สินให้น้อยลง หรือ เอาไปปิดหนี้ต่างๆ ปิดได้ให้ปิด ปิดไม่ได้ให้โปะ ที่ทำได้ก่อนเลยคือ ลดหนี้บัตรเครดิต เหมาะกับคนที่จ่ายขั้นต่ำทุกเดือน ตามด้วย ลดหนี้สินเชื่อบุคคล บัตรกดเงินสด แต่ทว่า หนี้บางตัวถึงปิดก่อนก็ไม่ได้ช่วยลดดอกเบี้ยได้ เพราะเจ้าหนี้เขาได้รวมดอกเบี้ยเข้าไปเรียบร้อยแล้ว ดูง่ายๆจากการคำนวณดอกเบี้ยที่เรียกว่า ดอกเบี้ยอัตราคงที่เช่น หนี้รถยนต์ ดังนั้นควรเลือกที่เป็นหนี้ประเภทลดต้นลดดอก หนี้ที่เห็นได้ชัดว่าเมื่อจ่ายเพิ่มแล้ว โปะแล้วดอกเบี้ยจะลดลงอย่างเป็นกอบเป็นกำ เห็นผลกับระยะเวลาผ่อนสั้นลงด้วย คงจะหนีไม่พ้น “สินเชื่อที่อยู่อาศัย” สินเชื่อบ้านและคอนโดนั่นเอง

สมมติ คุณเล็กมีหนี้สินเชื่อบ้านคงค้างอยู่ 3 ล้านบาทจ่ายดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี ผ่อนมาแล้ว 4 ปี เหลือผ่อนอีก 25 ปี ถ้าไม่ได้เอาเงินไปโปะ คุณเล็กต้องจ่ายดอกเบี้ยปีละ 145,000 บาท ในขณะที่ถ้าคุณเล็กเอาเงินโบนัสที่ได้ 100,000 บาท ไปโปะ ดอกเบี้ยที่จ่ายให้ธนาคารจะกลายเป็น 140,000 บาท ประหยัดเงินจ่ายดอกไปได้ 145,000 หัก 140,000 เหลือ 5,000 บาทใน 1 ปี อีกทั้งยอดหนี้คงค้างจะลดลงเร็วขึ้นอีก ทำให้ช่วยร่นระยะเวลาการผ่อนให้เร็วขึ้นด้วย

infographic

สรุปข้อแตกต่าง ระหว่างสองทางเลือก แบบแรกนำเงินโบนัสไปออมจะได้ เงินเพิ่มเพียง 1,062 บาทหนึ่งปีให้หลัง แบบที่สอง นำเงินโบนัสไปโปะหนี้สินเชื่อบ้านจะประหยัดดอกเบี้ยได้ถึง 5,000 บาท และลดจำนวนปีในการผ่อนสั้นลง จึงเห็นได้ว่าแบบที่สองคุ้มกว่ามาก ลองนึกดูว่า ยิ่งเงินที่เอามาโปะเยอะเท่าไร ค่าใช่จ่ายดอกเบี้ยจะยิ่งลดได้มากเท่านั้น ด้วยเงินหนึ่งแสนบาท ลดได้ห้าพันบาท ผ่อนหมดเร็วขึ้น 2 ปี หากมีเงินมาโปะ 5 แสนบาท ลดได้ 2 หมื่นห้าพันกว่าบาทในปีเดียว จะทำให้หมดเร็วขึ้นอีกประมาณ 5 ปี

infographic

ปัจจุบันนี้มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยประเภทใหม่ ที่ให้ผู้กู้โปะหนี้ ไม่เพียงแต่เพื่อลดดอกเบี้ย ร่นเวลาผ่อนลง แต่ยังช่วยเสริมสภาพคล่องให้ผู้กู้ด้วย นั่นหมายถึง เงินที่เราเอามาโปะยังอยู่ในบัญชี เผื่อให้เราถอนออกไปเมื่อมีความจำเป็น ในอนาคตที่ต้องการใช้อีก เหมาะสำหรับคนที่ชอบโปะ เพราเงินที่จ่ายออกไปไม่หายไปไหน นำกลับไปใช้ได้ ตัวอย่าง กรณีของคุณเล็ก เธอเอาเงิน 1 แสนบาทมาโปะหนี้บ้านในเดือนมกราคม 2561 แต่ปรากฏว่าพอถึงเดือน มิถุนายน เธอติดปัญหาขาดสภาพคล่อง หาเงินมาจ่ายค่าเทอมลูกไม่ทัน แทนที่จะไปขอเงินญาติพี่น้อง หรือกู้จากแหล่งอื่น คุณเล็กไปถอนเงิน 1 แสนบาทนี้กลับมาจากบัญชีสินเชื่อที่อยู่อาศัยได้ ทันจ่ายค่าเทอมพอดี หลังจากนั้น ถ้าคุณเล็กได้โบนัสก้อนโตมาอีก ก็เอามาโปะใหม่เพื่อลดดอกเบี้ยต่อไป การจ่ายโปะและถอนออกนี้ไม่มีค่าธรรมเนียมอะไร

เราอาจสงสัยว่า ข่วงที่คุณเล็กถอนเงินออกไปก่อนนั้น ดอกเบี้ยเงินกู้จะคิดอย่างไร คำตอบก็คือดอกเบี้ยจะถูกคิดจากยอดหนี้คงเหลือในช่วงเดือนมิถุนายน ที่ถูกปรับเพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 1 แสนบาท เช่น เดือนมิถุนายน 2561 จากที่ควรมียอดคงค้างอยู่ที่ 2,845,000 บาท จะกลายเป็น 2,945,000 มาจาก 2,845,000 (ยอดคงค้าง) บวก 100,000 (เงินที่ถูกถอนออกไป) เมื่อคำนวณแล้ว ค่าใช่จ่ายดอกเบี้ยรวมก็ยังน้อยกว่าการที่ไม่โปะอยู่ดี และด้วยคุณสมบัติแบบนี้ จึงช่วยความคล่องตัวในการบริหารเงินสูง ทำให้ผู้กู้กล้าที่จะโปะหนี้บ่อยขึ้น เพราะรู้ว่าเงินนั้นยังถอนออกมาได้เสมอ สินเชื่อลักษณะนี้เป็นที่นิยมมากในต่างประเทศ บางครั้งจะถูกเรียกว่าบัญชีประเภทหักกลบลบหนี้ (Offset accounts) ในประเทศไทยมีบางธนาคารที่มีสินเชื่อบ้านคุณสมบัตินี้บ้างแล้ว

แค่นี้เองเราก็พอจะตัดสินใจได้แล้วว่า เงินโบนัส หรือเงินก้อนใหญ่ที่เราได้มาเป็นบางโอกาส ควรจะไปทำประโยชน์อะไรให้สูงสุด การเอาเงินไปลงทุนหรือการเอาเงินไปลดหนี้สิน ปิดหนี้ในบางสถานการณ์อาจจะเหมาะมากกว่าการลงทุนก็ได้ เงินก้อนจะทำให้หมดภาระได้รวดเร็ว และสำหรับหนี้บ้านแล้วนอกจากจะทำให้ระยะเวลาผ่อนสั้นลงแล้ว ยังช่วยเรื่องดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในระยะยาวให้น้อยลงอีกด้วย

หาสินเชื่อบ้านให้เหมาะกับตัวคุณ โดยไม่ต้องเสียเวลาออกไปค้นหาเอง ได้ที่เวปไซต์ www.refinn.com ทุกวันทุกเวลา

ค้นหาโปรโมชั่นรีไฟแนนซ์บ้าน ฟรี

เกี่ยวกับผู้เขียน

พรพิมล ปฐมศักดิ์