Maximize กำไรคอนโด ทำไง? (ตอนที่ 2) บทความที่แล้ว ผมได้พูดถึงวิธีที่ 1 คือ วิธีที่จะสร้างผลกำไรจากการลงทุนคอนโดให้ได้มากที่สุด โดยมีวิธีการหลักๆ มีอยู่ 2 วิธีคือ เพิ่มรายได้ และลดต้นทุน ซึ่งการลดระยะเวลาถือครองคอนโด รวมทั้งการประหยัดต้นทุนดอกเบี้ย และลดต้นทุนค่าเสียโอกาส ยิ่งในยุคที่อัตราดอกเบี้ยต่ำติดดินแบบนี้ ผมแนะนำว่า ถ้าคุณเป็นคนมีเครดิต คุณควรจะใช้เงินกู้จากสถาบันการเงินเป็นอย่างยิ่งโอกาสที่ดอกเบี้ยต่ำแบบนี้ ในรอบชีวิตคนเรา ก็มีเป็นแค่บางช่วงของชีวิตเท่านั้น ผมยังจำได้เมื่อสมัยก่อนเคยเห็นอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก 10 กว่าเปอร์เซ็นต์ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงเกือบ 20 เปอร์เซ็นต์ต่อปี เป็นเวลาติดต่อกันหลายปี ก็พบเห็นมาแล้ว ยิ่งช่วงนี้ธนาคารแข่งขันกันให้อัตราดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้าน อยู่ในอัตราที่ต่ำมาก ซึ่งส่วนมากจะมีโปรโมชั่นเน้น 3 ปีแรก ที่อัตราดอกเบี้ยต่ำสุดๆ โดยสามารถที่จะโปะปิดได้ภายใน 3 ปี เพียงแต่ว่าไม่สามารถที่จะทำการรีไฟแนนซ์ได้ ในช่วง 3 ปีแรก แต่หลังจากนั้นก็สามารถที่จะทำได้ จึงเป็นโอกาสอันดี ที่คนที่จะถือครองคอนโดในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นเพราะว่า ซื้อเพื่ออยู่เอง ซื้อเพื่อปล่อยเช่า หรือซื้อเพื่อขายต่อ แต่ยังขายไม่ได้ ที่ถือครองคอนโดมาเกิน 3 ปีแล้ว หาช่องทางที่จะทำการรีไฟแนนซ์ เพื่อจะได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำติดดิน ต่อเนื่องไปได้อีก 3 ปี ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆทุก 3 ปี จนกว่าจะผ่อนหมด เดี๋ยวเรามาคำนวณกันดูสิครับว่า ถ้าคุณทำอย่างนี้คุณจะประหยัดดอกเบี้ยไปได้สักเท่าไหร่ ซึ่งคุณจะมีทางเลือกอยู่ 2 ทาง บท การผ่อนค่างวดลดลง แต่ระยะเวลาการผ่อนเท่าเดิม สมมติว่าในช่วง 20 ปีต่อจากนี้ อัตราดอกเบี้ยอยู่คงที่ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง แล้วอัตราดอกเบี้ย 3 ปีแรกเฉลี่ยที่ 3.5 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยปีที่ 4 จนถึงปีที่ 20 อยู่ที่ 7.5%/ปี เงินค่าผ่อนบ้าน 20 ปี ต้องผ่อน 240 งวดๆละ 36,350 บาท (งวดสุดท้ายผ่อนเพียง 34,542.89 บาท) รวมเป็นเงิน 8,722,192.89 บาท จากเงินต้น 5,000,000 บาท ดอกเบี้ยตลอด 20 ปี เป็นเงิน 3,722,192.89 บาท แต่ถ้าคุณทำการรีไฟแนนซ์ทุก 3 ปี แล้วสมมติว่าทุกครั้ง คุณจ่ายดอกเบี้ย 3 ปีแรกในอัตรา 3.5% เท่าเดิม คุณจะผ่อนเหลือเพียงงวดละ 29,100 บาท ใช้เวลาผ่อน 20 ปีหรือ 240 งวด โดยงวดสุดท้ายผ่อนเพียง 227.17 บาท รวมเป็นเงิน 6,955,127.17 บาท จากเงินต้น 5,000,000 บาท ดอกเบี้ยรวม 1,955,127.17 บาท แต่ก็จะมีค่าใช้จ่ายที่ตามมาจากการรีไฟแนนซ์ ซึ่งได้แก่
  1. ค่าธรรมเนียมในการจำนอง (จ่ายกรมที่ดิน) 1% ของวงเงินกู้ใหม่
  2. ค่าอากรแสตมป์ 0.05% ของวงเงินกู้ใหม่
  3. ค่าประเมินหลักประกัน 2,700 บาท (ขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคาร) ส่วนใหญ่ค่าใช้จ่ายข้อนี้สามารถที่จะขอยกเว้นจากธนาคารได้
ดังนั้นคุณจะมีค่าใช้จ่ายการรีไฟแนนซ์ 6 ครั้งๆละ 5,000,000 x 1.05% = 52,500 x 6 = 315,000 บาท ประหยัดดอกเบี้ยได้ 3,722,192.89-1,955,127.17 = 1,767,065.72 บาท หักค่าใช้จ่ายรีไฟแนนซ์ 6 ครั้ง 315,000 บาท ก็ยังประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้ 1,452,065.72 บาท หรือคิดเป็น 29.04% ของราคาคอนโดเลยทีเดียว ดังนั้นเมื่อเทียบกับแนวทางที่ 1 จะเห็นได้ว่าประหยัดดอกเบี้ยได้น้อยกว่า 2,107,614.16-1,452,065.72 = 655,548.44 บาท หรือคิดเป็น 13.11% ของราคาคอนโด แต่สิ่งหนึ่งที่คุณควรคำนึงถึง คือต้นทุนค่าเสียโอกาสเพราะว่าจำนวนเงินที่คุณผ่อน 2 งวดลดลงจาก แนวทางที่ 1 คือแทนที่จะผ่อน 36,350 บาทต่อเดือน ก็เหลือเพียงผ่อน 29,100 บาทต่อเดือน เท่ากับว่าคุณผ่อนน้อยลงงวดละ 7,250 บาท ยังขึ้นผมบอกเมื่อบทความที่แล้วว่า มีต้นทุนค่าเสียโอกาสทำให้แนวทางที่ 1 คุณมีจำนวนเงิน 7,250 บาทในแต่ละเดือนติดต่อกันเป็นเวลา 14 ปี 9 เดือนที่เป็นเงินที่สร้างต้นทุนค่าเสียโอกาส ซึ่งเป็นต้นทุนที่หลายคนมักมองข้าม เพราะมองไม่เห็น แต่จริงๆแล้วต้องถือว่าเป็นต้นทุนตัวฉกาจเลยทีเดียว ยิ่งในช่วงระยะเวลาที่นานมากๆเมื่อกี้ต้นทุนค่าเสียโอกาสน่ะคับต้นจะพบว่า ค่าเสียโอกาสดังกล่าวมีมูลค่าสูงจริงๆ

อ่านมาถึงบรรทัดนี้แล้ว อย่าเพิ่งสรุปว่าแนวทางที่ 1 ดีกว่าแนวทางที่ 2 เดี๋ยวผมจะมาเฉลยว่าแนวทางไหนดีที่สุดในบทความหน้าครับ

เกี่ยวกับนักเขียน
กิติชัย เตชะงามเลิศ
นักเล่นหุ้นชื่อดัง เจ้าของผลงาน หนังสือ "จาก1 ล้าน เป็น 500 ล้าน ผมทำอย่างไร" เล่าประสบการณ์การลงทุนของผมที่นำไปใช้ได้ง่ายๆ และหนังสือ "ออมจากน้อยเป็นร้อยล้าน" แนะวิธีออมเงินเพียงเดือนละหลักพัน ก็เป็นเศรษฐี 100 ล้าน ก่อนอายุ 50 ปี