header-house-left header-house-right

ค้นหาโปรโมชั่นรีไฟแนนซ์บ้าน 2565

Refinn Premium

บริการเสริมพิเศษ

สำหรับผู้ที่ต้องการรีไฟแนนซ์บ้าน และรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ พร้อมอำนวยความสะดวก เสมือนมีผู้ช่วยส่วนตัว

รีไฟแนนซ์บ้าน
คืออะไร

อ่าน >

คำถามรีไฟแนนซ์บ้าน
ที่พบบ่อย

อ่าน >

สิ่งที่ต้องเตรียม
ก่อนรีไฟแนนซ์บ้าน

อ่าน >

รีวิวประสบการณ์
รีไฟแนนซ์บ้าน

อ่าน >

ประหยัดดอกเบี้ยบ้านเป็นล้าน
ด้วยการรีไฟแนนซ์บ้านครั้งเดียว ทำได้ง่ายๆ

ประหยัดดอกเบี้ยด้วยการ รีไฟแนนซ์บ้าน

การรีไฟแนนซ์บ้าน คืออะไร

การ รีไฟแนนซ์บ้าน คืออะไร

รีไฟแนนซ์บ้าน หรือรีไฟแนนซ์คอนโด (สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย) คือ การย้ายสินเชื่อบ้านที่เรากู้อยู่กับธนาคารเดิม ไปธนาคารใหม่ โดยจะต้องผ่อนมามากกว่า 3 ปี ถึงสามารถ รีไฟแนนซ์ ได้ โดย ธนาคารใหม่จะเสนอดอกเบี้ยบ้านที่ถูกกว่าธนาคารเดิม เพื่อดึงดูดให้เราย้ายไปอยู่กับธนาคารใหม่ ซึ่งดอกเบี้ยที่ลดลงและยอดหนี้คงเหลือน้อยลงกว่าสัญญาเดิม ส่งผลให้ยอดผ่อนชำระต่อเดือนถูกลง การผ่อนบ้านก็จะหมดเร็วขึ้นด้วย

รวมถึงเรายังสามารถนำบ้านหรือคอนโด ที่กำลังผ่อนกับสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร หรือติดขายฝาก มาทำการรีไฟแนนซ์บ้านเพื่อผ่อนกับธนาคารที่ให้ดอกเบี้ยบ้านถูกกว่าได้เช่นกัน

สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน
เหมาะกับใคร

รีไฟแนนซ์บ้าน ช่วยลดดอกเบี้ยบ้าน
ต้องการลดดอกเบี้ยบ้าน

หรือ ผ่อนบ้านต่อเดือนถูกลง

รีไฟแนนซ์บ้าน ช่วยให้ปิดบ้านไวขึ้น
ต้องการลดระยะเวลาผ่อนบ้าน

ทำให้ผ่อนบ้านหมดเร็วขึ้น 5 - 10 ปี*
(*ขึ้นอยู่กับดอกเบี้ยและวงเงิน)

รีไฟแนนซ์บ้าน เพื่อต้องการกู้เพิ่ม
ต้องการวงเงินกู้เพิ่ม

เพื่อนำไปรีโนเวทบ้าน หรือปิดหนี้บัตรเครดิต

รีไฟแนนซ์บ้าน ช่วยลดดอกเบี้ยบ้าน
ต้องการลดดอกเบี้ยบ้าน

หรือ ผ่อนบ้านต่อเดือนถูกลง

รีไฟแนนซ์บ้าน ช่วยให้ปิดบ้านไวขึ้น
ต้องการลดระยะเวลาผ่อนบ้าน

ทำให้ผ่อนบ้านหมดเร็วขึ้น 5 - 10 ปี*
(*ขึ้นอยู่กับดอกเบี้ยและวงเงิน)

รีไฟแนนซ์บ้าน เพื่อต้องการกู้เพิ่ม
ต้องการวงเงินกู้เพิ่ม

เพื่อนำไปรีโนเวทบ้าน หรือปิดหนี้บัตรเครดิต

ทำไมควรรีไฟแนนซ์บ้าน
และคอนโดผ่าน Refinn

รีฟินน์ช่วยเปรียบเทียบ โปรโมชั่นรีไฟแนนซ์บ้าน
รีฟินน์ช่วยเปรียบเทียบโปรโมชั่นรีไฟแนนซ์บ้าน

เนื่องจากโปรโมชั่นรีไฟแนนซ์บ้านธนาคารบางธนาคารมีมากกว่า 10 โปรโมชั่น แตกต่างกันไปตามคุณสมบัติผู้กู้และประเภทหลักทรัพย์ แต่หากคุณใช้บริการผ่านรีฟินน์โดยกรอกข้อมูลเพียงเล็กน้อย ก็จะขึ้นโปรโมชั่นที่คุณสามารถสมัครได้ รวมถึงเปรียบเทียบดอกเบี้ย และยอดประหยัดกับโปรโมชั่นอื่นๆ ทำให้ง่ายต่อการนำไปพิจารณาตัดสินใจ

กรอกข้อมูลครั้งเดียว ยื่นรีไฟแนนซ์บ้าน ได้หลายธนาคาร
กรอกข้อมูลสมัครครั้งเดียว ยื่นได้หลายธนาคาร

หากคุณทำด้วยวิธีการแบบเดิมคือไปยื่นด้วยตัวเอง คุณจะต้องกรอกข้อมูลการสมัครทุก ๆ ธนาคารที่คุณสมัคร แต่หากคุณเลือกสมัครผ่านรีฟินน์กรอกข้อมูลแค่ครั้งเดียวคุณสามารถยื่นสมัครได้ทุกธนาคารพันธมิตร

มีทีมงานคอยให้คำแนะนำในการ รีไฟแนนซ์บ้าน
มีทีมงานที่มากประสบการณ์คอยให้คำแนะนำและติดตามงานจนดำเนินการเสร็จสิ้น

หลายครั้งที่ผู้ดำเนินการรีไฟแนนซ์บ้านด้วยตัวเองแล้วพบปัญหาการดำเนินเรื่องช้า บางคนต้องใช้เวลาเดินเรื่อง 3 เดือน ติดต่อธนาคารก็ลำบาก ต้องรอสายนาน สมัครหลายที่ก็ต้องโทรเองทุกที่ หรือมีปัญหาไม่รู้จะปรึกษาใคร แต่หากคุณสมัครผ่านรีฟินน์ เราจะมีทีมงานที่มากประสบการณ์คอยติดตามผล และให้คำปรึกษาตลอดระยะเวลาที่ทำเรื่อง ทำให้การรีไฟแนนซ์บ้านของคุณทำได้ไวขึ้นด้วย

ใช้บริการรีไฟแนนซ์บ้านฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายและข้อผูกมัดใดๆ
ใช้บริการฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายและข้อผูกมัดใด และค่าใช้จ่ายแอบแฝง

เนื่องจากรีฟินน์เป็น Fintech Startup ที่ได้รับค่าสนับสนุนทางการตลาดจากหลายธนาคารชั้นนำในประเทศไทย จึงทำให้ไม่มีการคิดค่าบริการจากทางผู้รับบริการ

ยังผ่อนบ้านไม่ถึง 3 ปีใช่ไหม? บริการฟรี!

สมัครใช้ Refinn Alert ฟรี! ให้เราช่วยเตือนเมื่อครบกำหนด รีไฟแนนซ์บ้าน ช่วยแนะนำเตรียมเอกสาร สำหรับผู้ที่ยังไม่ครบสัญญา

บริการฟรี!

ยังผ่อนบ้านไม่ถึง 3 ปีใช่ไหม?

สมัครใช้ Refinn Alert ฟรี! ให้เราช่วยเตือนเมื่อครบกำหนด รีไฟแนนซ์บ้าน ช่วยแนะนำเตรียมเอกสาร สำหรับผู้ที่ยังไม่ครบสัญญา

สมัครใช้ Refinn Alert ฟรี! ให้เราช่วยเตือนเมื่อครบกำหนด รีไฟแนนซ์บ้าน ช่วยแนะนำเตรียมเอกสาร สำหรับผู้ที่ยังไม่ครบสัญญา

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการรีไฟแนนซ์บ้าน

โดยทั่วไปหลังจากที่เราทำสัญญากู้ซื้อบ้าน ธนาคารจะให้โปรโมชั่นดอกเบี้ยบ้านถูกพิเศษ เพื่อเป็นการดึงดูดลูกค้าให้มาใช้บริการ โดยจะมีสัญญาผูกมัดกับผู้ซื้อบ้านว่าจะต้องอยู่กับธนาคาร ห้ามย้ายไปธนาคารอื่นภายในระยะเวลา 3 ปี ซึ่งเมื่อหลังครบสัญญาดอกเบี้ยบ้านจะปรับลอยตัวสูงขึ้น เช่น จากเดิมดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 2.5% ก็ปรับเป็น 6% ต่อปี ทำให้เงินที่เราผ่อนจ่ายไปทุกเดือนเป็นเป็นดอกเบี้ยมากกว่าเงินต้น ดังนั้น เราจึงควรทำการรีไฟแนนซ์บ้านเพื่อให้ได้ดอกเบี้ยบ้านจากโปรโมชั่นธนาคารใหม่ที่ถูกลง
เราควรทำการรีไฟแนนซ์บ้าน หรือรีไฟแนนซ์คอนโด เมื่อเราครบกำหนดตามสัญญากับธนาคารปัจจุบันที่เราผ่อนอยู่ ซึ่งโดยปกติแล้วจะมีสัญญาอยู่ที่ 3 - 5 ปี ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ระบุในสัญญาที่เราทำไว้
การรีไฟแนนซ์บ้านก่อนครบกำหนดสัญญาสามารถทำได้ แต่ไม่เป็นที่นิยม เนื่องจากการทำแบบนี้จะมีเรื่องของค่าปรับเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่ที่ประมาณ 2% - 3% ของยอดหนี้คงเหลือหรือตามเงื่อนไขที่ธนาคารเดิมกำหนดไว้

ตัวอย่าง ขอวงเงินกู้จากธนาคาร 1,000,000 บาท หากรีไฟแนนซ์บ้านก่อนครบกำหนด จะเสียค่าปรับ 2% ของ วงเงิน 1,000,000 บาท คิดเป็นเงิน 20,000 บาท

ทั้งนี้หากต้องการ Refinance บ้าน ก่อนครบกำหนด ควรทำการคำนวนยอดเงินที่สามารถประหยัดได้จากดอกเบี้ยโปรโมชั่นของธนาคารใหม่กับค่าปรับที่เกิดขึ้น
ธนาคารส่วนใหญ่จะรับพิจารณา 1 - 1 เดือนครึ่ง หากมีการสมัครก่อนธนาคารส่วนใหญ่ก็จะยังไม่รับพิจารณา เนื่องจากส่วนใหญ่ดอกเบี้ยบ้านจะมีการปรับทุก ๆ ไตรมาส หากเราสมัครก่อนล่วงหน้านานเมื่อครบไตรมาสและธนาคารมีการปรับอัตราดอกเบี้ยทำให้ต้องเริ่มทำเรื่องยื่นสมัครใหม่
1. เช็ก และเตรียมเอกสารสำหรับการรีไฟแนนซ์บ้านให้พร้อม หากขาดเอกสารใดให้รีบดำเนินการติดต่อเพื่อรับเอกสารมาให้ครบ
2. เช็กภาระค่าใช้จ่ายในระบบที่ผ่อนต่อเดือนไม่ควรให้สูงเกิน 70% เมื่อเทียบกับรายรับต่อเดือน หากสูงเกินควรหาวิธีในการช่วยลดภาระหนี้เพื่อให้โอกาสในการสำเร็จสูงขึ้น หรืออาจเลือกเป็นสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านพร้อมรับวงเงินลดภาระหนี้
3. ค้นหาโปรโมชั่นที่เหมาะสมกับผู้สมัคร สามารถเปรียบเทียบโปรโมชั่นรีไฟแนนซ์บ้านและยอดประหยัดได้ที่ www.refnn.com
4. ยื่นสมัครล่วงหน้า 1 เดือน - 1 เดือนครึ่ง
สำหรับผู้ที่มีประวัติเสียทางการเงินกับธนาคาร เช่น ชำระล่าช้าเกิน 90-120 วัน หรือ ค้างชำระ ไม่สามารถทำการผ่อนชำระได้ หรือได้มีการปรับโครงสร้างหนี้กับธนาคาร ทั้งนี้ประเด็นดังกล่าว จะส่งผลต่อการพิจารณาของทางธนาคารผู้รับพิจารณาสินเชื่อ ในการขอรีไฟแนนซ์บ้าน ซึ่งผลของการพิจารณานั้น จะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขของทางธนาคารนั้นๆ

ขอแนะนำสำหรับผู้ที่อยากขอสินเชื่อนั้น ควรรักษาประวัติการผ่อนชำระสินเชื่อให้เป็นประวัติปกติ มีวินัยในการชำระอย่างตรงเวลา หากมีค้างชำระ ควรทำการชำระหนี้ค้างให้เรียบร้อย เมื่อรักษาประวัติเป็นปกติ ต่อเนื่องมา 1-3 ปี จะสามารถกลับขอสินเชื่อได้อีกครั้ง
หากคุณยังไม่ถึงกำหนดรีไฟแนนซ์บ้าน หรือเพิ่งทำเรื่องเสร็จมา แนะนำให้ใช้บริการ Refinn Alert ซึ่งเป็นบริการเปิดให้ใช้งานฟรี และไม่มีข้อผูกมัด บริการที่จะช่วยแจ้งเตือนเมื่อถึงเวลาที่ควรยื่นสมัครรีไฟแนนซ์บ้าน รวมถึงช่วยในการเตรียมเอกสาร เพื่อให้การรีไฟแนนซ์บ้านของคุณเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น
ประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้าน หรือ MRTA ไม่ใช่ประกันภาคบังคับ ดังนั้นจึงไม่มีผลต่อการพิจารณาสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน

แต่หากเราทำประกัน MRTA ในตอนรีไฟแนนซ์บ้าน จะทำให้เราได้สิทธิ์ประโยชน์เพิ่มเติม เช่น ได้ดอกเบี้ยพิเศษเฉพาะผู้ที่ทำประกัน MRTA ฟรีค่าจดจำนอง ฯลฯ

สำหรับผู้ที่มีประกัน MRTA จากธนาคารเดิมอยู่แล้วสามารถทำเรื่องย้ายผู้รับผลประโยชน์มาธนาคารใหม่ได้โดยไม่ต้องทำประกันใหม่ หรือทำการขอเวรคืนกรมธรรม์ได้
สิ่งปลูกสร้างประเภทบ้าน, คอนโด, อาคารพาณิชย์ ที่ใช้เพื่อการอยู่อาศัย ทั้งที่ปลูกสร้างเอง หรือจากโครงการจัดสรร สามารถทำการ Refinance บ้านได้ตามปกติ
การลดดอกเบี้ยบ้านกับธนาคารเดิม (Home Retention) หรือ รีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารเดิม เป็นรูปแบบหนึ่งในการลดดอกเบี้ยบ้าน โดยเป็นการแจ้งกับธนาคารเดิมเพื่อขอลดดอกเบี้ยบ้าน ซึ่งธนาคารเดิมก็จะทำการพิจารณาว่าจะอนุมัติลดดอกเบี้ยให้หรือไม่ ข้อแตกต่างจากการรีไฟแนนซ์บ้านย้ายไปธนาคารอื่น คือ การดำเนินเรื่องในการขอลดดอกเบี้ยบ้านจะง่ายกว่า แต่ดอกเบี้ยที่ลดได้ส่วนใหญ่ก็จะไม่เท่ากับการรีไฟแนนซ์บ้านย้ายไปธนาคารอื่น สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลดดอกเบี้ยบ้านธนาคารเดิม (Retention) ได้ทาง รีไฟแนนซ์บ้านธนาคารเดิมได้ไหม
สำหรับคนที่ต้องการใช้เงินก้อน ไม่ว่าจะนำมาต่อเติมบ้าน นำมาปิดภาระหนี้ หรือนำมาใช้จ่าย และต้องการได้รับดอกเบี้ยที่ถูก ตอนที่เรา refinance บ้านสามารถที่จะขอวงเงินเพิ่มได้นะครับ เงินในส่วนนี้มาจากเงินที่เราผ่อนไปทุกเดือนเช่น เรากู้ซื้อบ้านมา 3.5 ล้าน ผ่อนมาแล้ว 6 ปี ยอดหนี้เหลือประมาณ 2.8 ล้านบาท เราจะมีส่วนต่างประมาณ 6 - 7 แสนบาท ซึ่งเงินในส่วนนี้เราจะสามารถทำเรื่องขอกู้มาใช้ได้ครับ และที่สำคัญเลยคือดอกเบี้ยของวงเงินกู้เพิ่มจากสินเชื่อบ้านก็จะมีออัตราที่ถูกกว่า เมื่อเที่ยวกับสินเชื่ออื่นๆ ครับ ใครที่สนใจก็ลองดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง รีไฟแนนซ์บ้านแล้วขอวงเงินกู้เพิ่มได้หรือไม่
กลุ่มสินเชื่อบ้านจัดเป็นสินเชื่อที่ให้วงเงินกู้ที่ค่อนข้างสูงมาก เมื่อเทียบกับสินเชื่อประเภทอื่น ดังนั้น การขอเอกสารหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นเอกสารแสดงข้อมูลส่วนบุคคล เอกสารแสดงรายได้ รวมถึงเอกสารเกี่ยวกับหลักประกัน และการดำเนินการก็จะมีหลายขั้นตอนมากกว่า เอกสารทั้งหมดของรีไฟแนนซ์บ้านใช้เอกสารอะไรบ้าง สามารถดูข้อมูลอย่างละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง เอกสารสำหรับรีไฟแนนซ์บ้าน
รีไฟแนนซ์บ้านธนาคารที่ไหนดีที่สุด ในปี 2565 เป็นคำถามที่ถูกถามมากที่สุด ต้องขออธิบายว่าโปรโมชั่นรีไฟแนนซ์บ้าน ธนาคารหนึ่งอาจจะมีถึง 10 โปรโมชั่น แตกต่างไปตามคุณสมับัติของผู้กู้ รวมถึงการออกโปรโมชั่นมาแต่ละช่วง เพื่อแข่งขันเพื่อดึงดูดลูกค้ากัน ดังนั้น จึงไม่สามารถที่จะบอกได้อย่างชัดเจนว่า รีไฟแนนซ์บ้าน 2565 ที่ไหนดีที่สุด แต่เราควรเช็กว่าในช่วงเวลาที่เราจะทำเรื่องนั้น แต่ละธนาคารมีโปรโมชั่น หรือข้อเสนออะไรออกมาบ้าง แล้วนำมาคัดเลือกตามความเหมาะสมของตัวเองอีกครั้ง
สำหรับผู้ที่ต้องการลดดอกเบี้ย แล้วกำลังหาว่าจะรีไฟแนนซ์บ้านไปธนาคารไหนดี สิ่งแรกที่ต้องมาดูกันก่อนคือ ตัวผู้กู้เองต้องการอะไรจากการรีไฟแนนซ์บ้านในครั้งนี้ เช่น ต้องการดอกเบี้ยช่วงปีแรกๆ ถูก ต้องการดอกเบี้ยคงที่ ต้องการผ่อนชำระถูกลง ต้องการความประหยัดดอกเบี้ยบ้าน 3 ปีสูงสุด ต้องการประหยัดดอกเบี้ยบ้านตลอดอายุสัญญาถูกที่สุด ฯลฯ แล้วเราถึงมาทำการเลือกโปรโมชั่นรีไฟแนนซ์บ้าน หรือข้อเสนอจากธนาคารในช่วงเวลานั้นที่เหมาะสมกับความต้องการของเราอีกครั้ง และเมื่อวัตถุประสงค์ในการรีไฟแนนซ์บ้านของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน จึงเป็นเรื่องความต้องการเฉพาะของบุคคลที่จะบอกว่าธนาคารไหนเป็นธนาคารดีที่สุด

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อน
รีไฟแนนซ์บ้าน

คุณสมบัติของอาชีพที่จะรีไฟแนนซ์บ้าน
พนักงานบริษัท/ข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ

• สัญชาติไทย อายุ 20 ปีขึ้นไป แต่ไม่เกิน 65 ปี
• รายได้รวมตั้งแต่ 15,000 บาทต่อเดือน ขึ้นไป
• อายุงานในบริษัทปัจจุบันต้องไม่น้อยกว่า 3 เดือน และต้องผ่านช่วงทดลองงานแล้ว

เจ้าของกิจการ/ธุรกิจส่วนตัว

• สัญชาติไทย อายุ 20 ปีขึ้นไป แต่ไม่เกิน 65 ปี
• รายได้รวมตั้งแต่ 30,000 บาทต่อเดือน ขึ้นไป
• มีการจดทะเบียนบริษัท และประกอบธุรกิจมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี

ผู้ประกอบอาชีพอิสระ (ฟรีแลนซ์)

• สัญชาติไทย อายุ 20 ปีขึ้นไป แต่ไม่เกิน 65 ปี
• รายได้รวมตั้งแต่ 30,000 บาทต่อเดือน ขึ้นไป
• มีเอกสารแสดงแหล่งที่มาของรายได้
• ประกอบอาชีพมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี

พนักงานบริษัท/ข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ

• สัญชาติไทย อายุ 20 ปีขึ้นไป แต่ไม่เกิน 65 ปี
• รายได้รวมตั้งแต่ 15,000 บาทต่อเดือน ขึ้นไป
• อายุงานในบริษัทปัจจุบันต้องไม่น้อยกว่า 3 เดือน และต้องผ่านช่วงทดลองงานแล้ว

เจ้าของกิจการ/ธุรกิจส่วนตัว

• สัญชาติไทย อายุ 20 ปีขึ้นไป แต่ไม่เกิน 65 ปี
• รายได้รวมตั้งแต่ 30,000 บาทต่อเดือน ขึ้นไป
• มีการจดทะเบียนบริษัท และประกอบธุรกิจมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี

ผู้ประกอบอาชีพอิสระ (ฟรีแลนซ์)

• สัญชาติไทย อายุ 20 ปีขึ้นไป แต่ไม่เกิน 65 ปี
• รายได้รวมตั้งแต่ 30,000 บาทต่อเดือน ขึ้นไป
• มีเอกสารแสดงแหล่งที่มาของรายได้
• ประกอบอาชีพมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี

ค่าใช้จ่ายสำหรับการรีไฟแนนซ์บ้านเบื้องต้น
ค่าสำรวจและประเมินราคาหลักประกัน

ประมาณ 2-3 พันบาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับที่ตั้งของหลักประกัน

ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนจำนอง

จดทะเบียนจำนอง 1% ของวงเงินกู้ ชำระให้กรมที่ดิน (ค่าจดจำนองใหม่)

ค่าธรรมเนียมอื่นๆ

เช่น ค่าอากรแสตมป์สัญญาเงินกู้ 0.05% ของวงเงิน

ค่าประกันอัคคีภัย

เป็นไปตามมูลค่าบ้าน ประกันอัคคีภัยเป็นประกันภาคบังคับ ที่ผู้กู้ซื้อบ้านทุกคนต้องทำ โดยราคาประกันอัคคีภัยจะราคาไม่สูง ประมาณ 1 - 3 พันบาท หรืออาจมากกว่าขึ้นอยู่กับมูลค่าหลักประกัน

หมายเหตุ

ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายทั้งหมดขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของโปรโมชั่นของแต่ละธนาคารกำหนด โดยปัจจุบันบางธนาคารมีการนำเสนอฟรีค่าใช้จ่ายที่กล่าวมาทั้งหมด หรือบางธนาคารมีฟรีบางค่าใช้จ่าย เช่น ฟรีค่าประเมินราคาหลักประกัน ฟรีค่าอากรสแตมป์ และฟรีประกันอัคคีภัยอ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์บ้าน คุ้มกับดอกเบี้ยที่ลดไหม

เอกสารประกอบการสมัครรีไฟแนนซ์บ้าน
เอกสารแสดงข้อมูลส่วนบุคคล

เอกสารประเภทนี้จะเป็นเอกสารเกี่ยวกับผู้ขอกู้ เพื่อให้ธนาคารสามารถตรวจสอบและยืนยันตัวตนได้ว่า เป็นตัวผู้กู้จริงๆ ไม่ใช่บุคคลอื่นมาแอบอ้าง

เอกสารด้านการเงิน (แสดงรายได้)

เอกสารประเภทนี้จะเป็นสิ่งที่ธนาคารใช้พิจารณาตามเงื่อนไขของธนาคาร ความสามารถในการผ่อนชำระสินเชื่อ สภาพคล่องทางการเงิน รายได้ และประวัติการชำระที่ผ่านมา

เอกสารด้านหลักประกัน

เอกสารประเภทนี้จะใช้เพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของของหลักประกันที่จะนำมารีไฟแนนซ์กับธนาคาร

หมายเหตุ

หากมีผู้กู้ร่วมด้วย ต้องให้ผู้กู้ร่วมเตรียมเอกสารในแต่ละประเภทเช่นเดียวกัน พร้อมทั้งเซ็นสำเนาถูกต้องในทุกๆ เอกสารโดยสามารถดูข้อมูลอย่างละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เอกสารสำหรับรีไฟแนนซ์บ้าน

รีวิวประสบการณ์
รีไฟแนนซ์บ้านผ่าน Refinn

รีวิวผู้ที่มา รีไฟแนนซ์บ้าน กับ Refinn
“การรีไฟแนนซ์บ้านจะไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป ถ้าเปลี่ยนมุมองใหม่ คุณจะมีเงินเก็บมากขึ้น เพื่อแลก บ้านที่คุณรักกลับคืนมาเร็วที่สุดค่ะ”

จากเดิมผ่อนบ้าน 17,500 บาท/เดือน
หลังรีไฟแนนซ์แล้วเหลือผ่อน 7,500 บาท/เดือน
ประหยัดได้ 10,000 บาท/เดือน

คุณลักษมี

ผู้ใช้บริการผ่าน Refinn

“รีไฟแนนซ์บ้านทำให้เราประหยัดเงินได้เป็นล้าน แล้วเอาเงินล้านตรงนี้ไปลงทุนต่อได้”

ก่อนหน้านี้คิดว่าต้องศึกษาการรีไฟแนนซ์บ้านค่อนข้างเยอะเลยครับ แต่เนื่องจากว่าเราทำงานค่อนข้างยุ่งแล้วก็ไม่ได้มีเวลาเยอะมากมายที่ต้องมานั่งศึกษาว่าธนาคารไหนให้ดอกเบี้ยเท่าไร รายละเอียดยังไง แบบไหนจะตอบโจทย์เรา

พอลองมาทำรีไฟแนนซ์กับรีฟินน์กลายเป็นไม่ยุ่งยากเลยครับ กรอกข้อมูลนิดเดียวแล้วก็ขึ่นโปรโมชั่นธนาคารที่เหมาะกับเรา ไม่ต้องวิ่งหาธนาคารเองให้วุ่นวายเลยครับ

คุณณรงค์ชัย

ผู้ใช้บริการผ่าน Refinn

รีวิวผู้ที่มา รีไฟแนนซ์บ้าน กับ Refinn
รีวิวผู้ที่มา รีไฟแนนซ์บ้าน กับ Refinn
“การรีไฟแนนซ์บ้านจะไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป ถ้าเปลี่ยนมุมองใหม่ คุณจะมีเงินเก็บมากขึ้น เพื่อแลก บ้านที่คุณรักกลับคืนมาเร็วที่สุดค่ะ”

จากเดิมผ่อนบ้าน 17,500 บาท/เดือน
หลังรีไฟแนนซ์แล้วเหลือผ่อน 7,500 บาท/เดือน
ประหยัดได้ 10,000 บาท/เดือน

คุณลักษมี

ผู้ใช้บริการผ่าน Refinn

รีวิวผู้ที่มา รีไฟแนนซ์บ้าน กับ Refinn
“รีไฟแนนซ์ทำให้เราประหยัดเงินได้เป็นล้าน แล้วเอาเงินล้านตรงนี้ไปลงทุนต่อได้”

ก่อนหน้านี้คิดว่าต้องศึกษาการีไฟแนนซ์ค่อนข้างเยอะเลยครับ แต่เนื่องจากว่าเราทำงานค่อนข้างยุ่งแล้วก็ไม่ได้มีเวลาเยอะมากมายที่ต้องมานั่งศึกษาว่าธนาคารไหนให้ดอกเบี้ยเท่าไร รายละเอียดยังไง แบบไหนจะตอบโจทย์เรา

พอลองมาทำรีไฟแนนซ์กับรีฟินน์กลายเป็นไม่ยุ่งยากเลยครับ กรอกข้อมูลนิดเดียวแล้วก็ขึ่นโปรโมชั่นธนาคารที่เหมาะกับเรา ไม่ต้องวิ่งหาธนาคารเองให้วุ่นวายเลยครับ

คุณณรงค์ชัย

ผู้ใช้บริการผ่าน Refinn

รีวิวผู้ที่มา รีไฟแนนซ์บ้าน กับ Refinn
“การรีไฟแนนซ์บ้านจะไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป ถ้าเปลี่ยนมุมองใหม่ คุณจะมีเงินเก็บมากขึ้น เพื่อแลก บ้านที่คุณรักกลับคืนมาเร็วที่สุดค่ะ”

จากเดิมผ่อนบ้าน 17,500 บาท/เดือน
หลังรีไฟแนนซ์แล้วเหลือผ่อน 7,500 บาท/เดือน
ประหยัดได้ 10,000 บาท/เดือน

คุณลักษมี

ผู้ใช้บริการผ่าน Refinn

รีวิวผู้ที่มา รีไฟแนนซ์บ้าน กับ Refinn
“รีไฟแนนซ์ทำให้เราประหยัดเงินได้เป็นล้าน แล้วเอาเงินล้านตรงนี้ไปลงทุนต่อได้”

ก่อนหน้านี้คิดว่าต้องศึกษาการีไฟแนนซ์ค่อนข้างเยอะเลยครับ แต่เนื่องจากว่าเราทำงานค่อนข้างยุ่งแล้วก็ไม่ได้มีเวลาเยอะมากมายที่ต้องมานั่งศึกษาว่าธนาคารไหนให้ดอกเบี้ยเท่าไร รายละเอียดยังไง แบบไหนจะตอบโจทย์เรา

พอลองมาทำรีไฟแนนซ์กับรีฟินน์กลายเป็นไม่ยุ่งยากเลยครับ กรอกข้อมูลนิดเดียวแล้วก็ขึ่นโปรโมชั่นธนาคารที่เหมาะกับเรา ไม่ต้องวิ่งหาธนาคารเองให้วุ่นวายเลยครับ

คุณณรงค์ชัย

ผู้ใช้บริการผ่าน Refinn

บริษัทที่ไว้ใจให้เรา
เข้าไปช่วยรีไฟแนนซ์

ศึกษารีไฟแนนซ์บ้านเพิ่มเติม

สื่อที่พูดถึงเรา