วิกฤติ COVID-19 เรื่องการเงินระวังตัวอย่างไร

วิกฤติ COVID-19 เรื่องการเงินระวังตัวอย่างไร

พอพูดถึงวิธีเศรษฐกิจโดยเฉพาะในช่วงโคโรนาไวรัสหรือ COVID-19 แบบนี้ หลายคนกังวลถึงเรื่องสภาพคล่องทางการเงิน เพราะไม่มั่นใจว่ารายได้ที่ได้รับจากเงินเดือนของบริษัทในปัจจุบันจะมั่นคง หรืออยู่ได้อีกนานแค่ไหน เพราะจากตัวเลขที่เปิดเผยมาล่าสุดพบว่าหลายบริษัทในประเทศไทย ให้พนักงานกลับไปทำงานที่บ้านโดยที่เค้าจ่ายเงินเดือนเพียงครึ่งเดียว หรือเลิกจ่ายเงินเดือนไปในช่วงวิกฤติแบบนี้ จะเตรียมตัวรับมือกับเรื่องนี้อย่างไร

เรื่องที่สำคัญที่สุดสำหรับการเงินคือแผนสำรอง

โดยปกติแล้วถ้าเราพูดคุยกับนักวางแผนการเงินเกือบทุกคนจะแนะนำให้เรามีแผนสำรองก่อน โดยเฉพาะคนที่มีเงินเก็บไม่มั่นคง

วิธีการเช็คว่าเรามั่นคงทางการเงินหรือไม่สามารถทำได้ดังนี้ครับ

  1. เงินเก็บของเราช่วยให้เราและครอบครัวอยู่ต่อไปได้อีกกี่เดือน
  2. รายได้ของเราปัจจุบันมั่นใจว่าจะได้รับต่อไปอีกอย่างน้อยกี่เดือน
  3. ในกรณีที่หาดรายได้จะสามารถอยู่ต่อได้อีกกี่เดือน

สามคำถามนี้เป็นปัจจัยที่เราต้องประเมินกันเองก่อนนะครับว่าการเงินของเราอยู่ในสถานภาพใด เพื่อที่เราจะได้รู้ตัวก่อนว่าเราควรจะเตรียมตัวรับหรือยัง

หาแผนสำรองป้องกันไว้ก่อน

จากภาพรวมของวิกฤติเศรษฐกิจในแต่ละครั้งที่ผ่านมา เกิดการเลิกจ้างงานและมีคนตกงานเป็นจำนวนมาก ในขณะที่การกู้ยืมเงินนอกระบบกับผมขึ้นสูงมากจนน่าตกใจ ดังนั้นเราควรจะรู้ตัวก่อนว่าถ้าหากจำเป็นที่จะต้องมีแผนใช้เงินที่มากกว่าเงินเก็บที่ยังมีอยู่ ต้องหาแผนสำรองในกรณีที่เงินเก็บมีไม่เพียงพอ

โดยวิธีที่นิยมมากที่สุด กรณีไม่มีเงินเก็บสำรองให้เพียงพอ ก็คือ การหาแหล่งเงินกู้เพื่อกู้เงินมาใช้จ่ายในยามฉุกเฉิน แต่สำหรับกรณีที่ตกงานหรือมีการเลิกจ้างงานจะทำให้เราไม่สามารถกู้เงินในระบบได้ ส่งผลให้หลายคนต้องหันไปพึ่งพาแหล่งเงินกู้นอกระบบเพื่อขอกู้เงินมาใช้จ่ายในช่วงวิกฤติแบบนี้

ซึ่งนั่นเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้หลายคนจมอยู่ในวังวนนี่นอกระบบที่ดอกเบี้ยมหาโหด และหลุดพ้นได้ยาก แต่สำหรับผมอาจจะยังไม่ได้แนะนำให้กู้เงินมาตอนนี้ แต่ควรมีแผนสำรองไว้โดยถ้ามองในภาพรวมแล้วหนี้ในระบบก็ดีกว่าหนี้นอกระบบ ซึ่งหนี้ในระบบที่อาจจะตอบโจทย์สำหรับเรื่องนี้ก็คือบัตรกดเงินสด ซึ่งเป็นสินเชื่อส่วนบุคคล ที่ยังไม่มีการคิดเงินหรือเรียกเก็บดอกเบี้ยจนกว่าจะมีการใช้วงเงิน ทำให้เราสามารถสมัครมาเก็บไว้ก่อนในตอนที่ยังมีเครดิตดี เพราะตอนนี้เรายังมีเงินเดือนพอที่จะไปสมัครกับธนาคารได้ แต่ในอนาคตถ้าหากเราไม่สามารถกู้เงินได้แล้วอาจจะทำให้เราจำใจต้องไปพึ่งหนี้นอกระบบครับ และถ้าใครที่รู้ตัวว่าตอนนี้เป็นหนี้อยู่ก็อยากให้รีบวางแผนดูว่าจะสามารถลดภาระหนี้อย่างไร เพราะปกติแล้ว หนี้บัตรเครดิต และหนี้บัตรกดเงินสดต่างสามารถรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตเพื่อปิดหนี้บัตรเครดิตทั้งหมดได้ และโดยปกติแล้วการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตจะทำการรวมหนี้ไว้ที่เดียว ผ่อนทางเดียว ทำให้รายจ่ายต่อเดือนของเราลดลง และมีเงินเหลือเก็บมากขึ้น

หากสนใจที่จะรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต สามารถศึกษาข้อมูล และสมัครได้ที่ www.refinn.com/รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต ซึ่งให้บริการฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายครับ

เผยแพร่เมื่อวันที่ 13 เม.ย. 2563
Refinn Writer
Refinn ช่วยคุณหาดีลธนาคารที่ดีที่สุด