หากไม่จ่ายบัตรเครดิต สิ่งที่ตามมามีอะไรบ้าง มาดูกัน
สมัครรีไฟแนนซ์บัตร ผ่าน Refinn
สมัครฟรี ไม่มีค่าบริการ ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติง่าย
ผลจากการไม่จ่ายหนี้บัตรเครดิต

หากไม่จ่ายบัตรเครดิต สิ่งที่ตามมามีอะไรบ้าง มาดูกัน

คิดว่าน่าจะต้องมีคนที่กำลังคิดไม่อยากใช้หนี้บัตรเครดิตกันอยู่แน่ ๆ ใช่ไหมครับ จริงๆแล้วต้องบอกว่ามันมีหลายวิธีที่เราสามารถ ปิดบัตรเครดิต ได้โดยไม่จำเป็นต้องหยุดจ่ายไปแบบเฉย ๆ เพราะจะทำให้เกิดปัญหาตามมามากมายที่คาดไม่ถึง มาลองดูกันนะครับว่าหากคุณคือหนึ่งในคนที่ไม่จ่ายบัตรเครดิต และไม่ปิดบัตรจะเกิดอะไรขึ้น

ไม่จ่ายบัตรเครดิตจะเป็นอย่างไร

 แน่นอนครับว่าถ้าเราไม่ปิดหนี้บัตรเครดิตจะมีผลเสียตามมาอย่างแน่นอน ซึ่งจะมีผลเสียอะไรตามมาบ้างและร้ายแรงขนาดไหน บทความนี้เราจะมาอธิบายให้เข้าใจ เพื่อให้ทุกคนได้ป้องกันและระวังเรื่องการผิดชำระค่าบัตรเครดิตกัน 

1. การทวงถามหนี้จากสถาบันทางการเงิน

การถูกทวงถามหนี้จากสถาบันการเงิน เป็นสิ่งแรกที่คุณต้องพบเจอหากไม่คิดปิดหนี้ หรือเงียบเฉยไปเสียแบบนั้น การทวงถามมีได้หลายรูปแบบ เช่น ส่งจดหมาย, ส่ง SMS, โทรศัพท์สอบถาม หากยังไม่ชำระการทวงถามจะถี่ขึ้นเรื่อย ๆ เพราะฉนั้นแล้วการที่เราเป็นหนี้บัตรเครดิตแล้วไม่รีบใช้คืน ก็จะต้องถูกทวงถามเรื่อยๆจนกว่าเราจะชำระหนี้บัตรเครดิต 

2. เครดิตเสียหาย

สิ่งตามมาที่จะเกิดก็ คือ เครดิตเสียหาย เรื่องนี้สำคัญนะครับยิ่งใครที่มีแผนอยากทำธุรกรรมกับสถาบันการเงินหากคุณไม่คิดปิดหนี้ ด้วยการโกงไปเฉย ๆ เครดิตบูโรได้หมายหัวไว้เรียบร้อยแล้วว่านี้คือบุคคลบัญชีดำ ซึ่งจะส่งผลอย่างมากเลยครับในการกู้และขอสินเชื่อในอนาคต เพราะเมื่อธนาคารหรือสถาบันทางเงินเช็คบัญชีย้อนหลังก็จะทำการพิจารณาของเราไม่ผ่านครับ เนื่องจากติเครดิตบูโร หรือ บางคนถึงขั้นติดแบล็คลิสต์เลย

3. ถูกฟ้องร้องจากสถาบันการเงิน 

หลังจากเครดิตเสียหาย อีกสิ่งหนึ่งที่จะเกิดขึ้น ก็คือ การถูกฟ้องร้องจากสถาบันการเงิน การฟ้องร้องเพราะไม่ปิดบัตรเครดิตอาจมีหมายศาลไปแขวนไว้หน้าบ้าน มีการระบุวันนัดไกล่เกลี่ย ซึ่งถ้าเรื่องมาถึงขั้นนี้แนะนำว่าควรไปพบตามหมายครับเพราะเจ้าหน้าที่สถาบันการเงินจะยื่นข้อเสนอดี ๆ ให้คุณพิจารณาว่าไหวหรือไม่ เพราะถ้าไม่ไปศาลเราก็จะถูกตัดสินตามที่เจ้าหนี้เรียกร้องทันทีครับ ซึ่งเราอาจจะเสียอะไรที่มากกว่าที่เราควรเสียครับ

4. อายัตเงินหรือยึดทรัพย์

ขั้นร้ายแรงที่สุดเมื่อยังไม่ยอมไกล่เกลี่ยตามศาลนัดก็หนีไม่พ้นการอายัตเงินหรือยึดทรัพย์สินที่เป็นชื่อของลูกหนี้ครับ โดยก็จะมีข้อกำหนดว่าสินทรัพย์ไหนที่สามารถยึดได้ และเงินส่วนไหนที่สามารถอายัตได้ ยกตัวอย่างเช่น เงินเดือน สำหรับเงินเดือนถ้าเป็พนักงานบริษัทเอกชนสามารถถูกอายัตได้ แต่ ถ้าเป็นเงินเดือนของข้าราชการจะไ่สามารถอายัตได้ครับ ดังนั้นเรื่องนี้ต้องดูรายละเอียดและศึกษาให้ดีๆครับ

5. เสียสุขภาพจิต

สำหรับข้อนี้ หลายคนอาจจะสงสัยนะครับว่า การไม่จ่ายหนี้บัตรเครดิตจะส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตได้อย่างไร ลองไล่ดูตั้งแต่ข้อแรกนะครับ การที่เราถูกทวงหนี้ นั้นส่งผลให้เราเกิดความเครียดเพราะต้องโดนทวงถามบ่อยๆ ยิ่งเรายังชำระช้าความถี่ในการทวงถามก็จะบ่อยยิ่งขึ้น รวมไปถึงเกิดความกังวลว่าจะต้องโดนกฎหมายอะไรบ้าง ทั้งยังเครียดเรื่องการถูกยึดทรัพย์สินอีก

ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนกระทบต่อสุขภาพจิตรของเราทั้งนั้นครับ ดั้งนั้นหากใครมีหนี้บัตรเครดิตก็รีบใช้ให้หมดนะครับ ก่อนที่เรื่องต่างๆจะยุ่งยากจนเกินแก้จนลามมาถึงสุขภาพจิตของเรา

ไม่จ่ายบัตรเครดิตนานเท่าไหร่ถึงโดนฟ้อง

ใครที่ปล่อยไม่ยอมปิดหนี้จนเวลาล่วงเลยผ่านมาสักระยะนึงแล้วอาจจะเกิดข้อสงสัยต่างๆนาๆขึ้นว่า เมื่อไหร่ที่เราจะโดนฟ้อง เมื่อไม่ยอมปิดหนี้บัตรเครดิต     

สำหรับหนี้บัตรเครดิตแล้วหลายคนอาจจะยังไม่รู้ใช่มั๊ยครับ ว่าการที่จะโดนฟ้องได้เนี่ยต้องไม่จ่ายบัตรเครดิตนานแค่ไหน เพราะฉนั้นแล้วเราจะมาอธิบายให้ฟัง เพื่อให้ทุกคนเตรียมพร้อมและวางแผนเพื่อป้องกันไม่ให้ถูกฟ้องได้ มาทำความเข้าใจไปพร้อมๆกันเลยครับ

ส่วนมากแล้วลูกหนี้จะถูกให้ติดเครดิตบูโร หรือ ติดแบล็คลิสต์หลังจาก 3 เดือน นับจากการผ่อนชำระครั้งสุดท้าย ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นแล้วถ้าหากเจ้าหนี้และลูกหนี้ยังตกลงเรื่องการชำระเงินไม่ได้ หรือ ลูกหนี้ยังไม่ยอมจ่ายหนี้อีก เจ้าหนี้จะทำการฟ้องศาลเพื่อให้ดำเนินการต่อไป 

ไม่จ่ายบัตรเครดิต โดนฟ้องต้องทำอย่างไร

และสำหรับใครที่ปล่อยไม่ยอมชำระค่าบัตรเครดิตมาจนถึงขั้นโดนฟ้องแล้ว และเกิดความกังวลจนทำตัวไม่ถูกเพราะกลัวว่าจะโดนข้อกฎหมายต่างๆ ที่ไม่รู้ว่าจะมีอะไรบ้าง ไม่ต้องกังวลครับ เพราะเราจะมาแนะนำวิธีการปฏิบัติตัวเมื่อโดนหมายศาลให้ทุกคนได้ทำตามกัน โดยจะมีอะไรบ้าง มาทำความเข้าใจกันครับ

1.ไกล่เกลี่ยกับเจ้าหนี้

สิ่งแรกเลยที่ต้องทำเมื่อรู้ตัวว่าโดนฟ้องนั่นก็คือ ไกล่เกลี่ยกับเจ้าหนี้เบื้องต้นก่อนไปศาลเพื่อหาทางออกและข้อเสนอที่พอรับได้ เมื่อไปถึงศาลจะได้คุยกันได้ง่ายและยังสามารถเตรียมความพร้อมคร่าวๆได้ก่อนว่าจะต้องเจอกับอะไรบ้าง

ยกตัวอย่างเช่น อาจจะขอไกล่เกลี่ยโดยการขอจ่ายบางส่วนให้เจ้าหนี้ แล้วยืดระยะเวลาในการผ่อนให้ยาวนานมากขึ้น เพื่อให้เราสามารถผ่อนไหว เพราะเราไม่รู้เลยว่าเมื่อไปถึงศาล ศาลจะตัดสินอะไรให้เราบ้างดังนั้นการไกล่เกลี่ยเบื้องต้นกับเจ้าหนี้ก่อนจึงเป็นสิ่งแรกที่ควรทำ

2.ไปศาล

ข้อนี้สำคัญมากๆครับ จำไว้ว่าเมื่อได้หมายศาลนัดให้ไปศาลเมื่อไหร่ เราต้องไป ห้ามไม่ไปเด็ดขาด เพราะการที่เราไปศาล ทางศาลเองจะมีการไกล่เกลี่ยและยื่นข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งฝ่ายลูกหนี้และเจ้าหนี้ให้ครับ ซึ่งถ้าเจ้าหนี้เรียกร้องอะไรที่เราไม่เห็นด้วยและคิดว่าเสียประโยชน์ก็สามารถแย้งและขอไกล่เกลี่ยข้อพิพาทนั้นกับศาลได้ในทันที กลับกันถ้าเราไม่ไปศาล ศาลจะรับฟ้องเจ้าหนี้ในทันทีและเราก็จะไม่สามารถปฏิเสธอะไรได้เลยครับเพราะถือเป็นคำขาดของศาลแล้ว

โดนฟ้องเพราะไม่จ่ายบัตรเครดิต แต่ไม่ไปศาลจะเป็นอย่างไร

อย่างที่ได้เน้นย้ำไปก่อนหน้านี้แล้วว่าถ้าโดนหมายศาลเรียกให้ไปศาล ยังไงก็ต้องไป เพราะอย่างที่บอกครับ ว่าถ้าไม่ไปศาลจะรับคำฟ้องของเจ้าหนี้ทันที

หลายคนเมื่ออ่านมาถึงตรงนี้และยังที่จะไม่ไปศาลอีกก็ต้องบอกเลยว่าสิ่งที่จะตามมาหลังจากนี้ก็คือการถูกอายัตเงิน และ ยึดทรัพย์ ครับ โดยจะมีเงื่อนไขว่ามีเงินประเภทไหนที่สามารถอายัตได้และเงินประเภทไหนไม่สามารถอายัตได้

กฎหมายจะกำหนดว่าทางเจ้าหนี้สามารถฟ้องให้ศาลอายัตเงินโบนัสได้ แต่จะสามารถอายัตได้ไม่เกิน 50% เท่านั้นครับ

ยกตัวอย่างเงินที่สามารถอายัตได้ เช่น เงินโบนัส เงินโบนัสเป็นสิ่งที่สามารถอายัตได้ครับโดยกฎหมายจะกำหนดว่าทางเจ้าหนี้สามารถฟ้องให้ศาลอายัตเงินโบนัสได้ แต่จะสามารถอายัตได้ไม่เกิน 50% เท่านั้นครับ

ตัวอย่างเงินที่ไม่สามารถอายัตได้ เช่น เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยเงินนี้จะได้มาจากการที่ผู้อื่นมอบไว้ให้เพื่อเป็นทุนสำรองในการเลี้ยงชีพ ซึ่งจะต้องได้ไม่เกิน 20,000 บาท

แล้วไม่มีเงิน ปิดบัตรเครดิต ต้องทำยังไง

สุดท้ายแล้วอย่างที่บอกไปว่ายุคนี้มันมีช่องทางในการหาเงินก้อนมาปิดหนี้บัตรเยอะมากครับ เราอาจทำการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตก็ได้เพื่อเอาเงินก้อนใหญ่กว่าแต่ดอกเบี้ยถูกกว่ามาโปะหนี้สินจากบัตรเครดิตที่ดอกเบี้ยแพง เมื่อมีเงินมาโปะจนครบแล้วเราก็จะเหลือหนี้แค่ก้อนเดียวให้ต้องผ่อนชำระ เราก็ทำการผ่อนชำระตามงวดที่สถาบันการเงินกำหนดเอาไว้ หรือบางคนจะเลือกขอสินเชื่อต่าง ๆ เช่น สินเชื่ออเนกประสงค์, สินเชื่อส่วนบุคคล อันนี้ก็ได้ทั้งหมดแต่เชื่อเถอะว่าใช้หนี้ให้เรียบร้อยให้จบสิ้นดีกว่าต้องมาวุ่นวายอะไรอีกมากมายถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาลเป็นคนติดแบล็กลิสต์เลย มันไม่คุ้มค่ากันแม้แต่นิดเดียว

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้แล้วคงทราบถึงความร้ายแรงของหนี้บัตรเครดิต ใครสนใจอยากให้ Refinn ช่วยเหลือเรื่องการปิดหนี้บัตรเครดิตสามารถสมัครได้ที่ www.refinn.com/refinancecreditcard ครับ ฟรี ไม่มีค่าบริการ Refinn จะส่งลูกค้าไปยังธนาคารที่รับรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตที่ดีที่สุดเอง แล้วเรื่องการ ปิดบัตรเครดิต ของคุณจะเป็นเรื่องง่ายสุด ๆ

เผยแพร่เมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2561
พงศธร ธนบดีภัทร
CEO & Co-Founder ที่ช่วยคนไทยรีไฟแนนซ์ไปแล้วกว่าพันล้านบาท