4 วิธีเคลียร์บูโรให้กลับมากู้ผ่าน แก้ประวัติเสียได้จริง
Key Takeaways :
เครดิตบูโรไม่ใช่แบล็กลิสต์ แต่เป็นสมุดพกทางการเงินที่สะท้อนพฤติกรรมการจ่ายหนี้ย้อนหลัง 36 เดือน หากเคยมีประวัติเสียก็สามารถกู้คืนได้ด้วยการปิดหนี้เก่าและสร้างวินัยใหม่ทดแทนอย่างต่อเนื่อง ส่วนการเช็กเครดิตบูโรด้วยตัวเองเป็นประจำสามารถทำได้ง่ายผ่านช่องทางออนไลน์โดยไม่ส่งผลเสียต่อการอนุมัติสินเชื่อ และเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการรักษาสุขภาพทางการเงินที่ดีก่อนยื่นกู้จริง
เวลาที่ยื่นกู้สินเชื่อหรือสมัครบัตรเครดิต "เครดิตบูโร" มักเป็นคำที่ทำให้หลายคนกังวล เพราะกลัวว่าประวัติในอดีตจะทำให้กู้ไม่ผ่าน หรือเข้าใจผิดว่าเป็นบัญชีแบล็กลิสต์ที่คอยจ้องจะปฏิเสธเรา
ในความเป็นจริง เครดิตบูโรไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด หากเข้าใจกลไกการทำงาน คุณจะสามารถบริหารข้อมูลเหล่านี้ให้กลายเป็นแต้มต่อทางการเงินได้ บทความนี้จะสรุปให้ชัดว่าเครดิตบูโรคืออะไร มีหน้าที่อย่างไร และถ้าเคยมีประวัติเสีย จะต้องทำอย่างไรให้กลับมากู้ผ่านได้อีกครั้ง
เครดิตบูโรคืออะไร ? ทำไมคนอยากกู้เงินต้องรู้จัก
เครดิตบูโรคือ ข้อมูลเครดิตส่วนบุคคลที่รวบรวมโดยบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) เปรียบเสมือนสมุดพกความประพฤติทางการเงินที่บันทึกข้อมูลว่าคุณมีสินเชื่อกี่แห่ง ยอดหนี้เท่าไร และมีวินัยการชำระเงินอย่างไร โดยข้อมูลนี้คือโปรไฟล์สำคัญที่ธนาคารใช้ประเมินความน่าเชื่อถือและความสามารถในการชำระหนี้ของคุณก่อนอนุมัติเงินกู้
เครดิตบูโรมีหน้าที่อะไรกันแน่ ?
หลายคนเข้าใจผิดว่าเครดิตบูโรมีหน้าที่อนุมัติหรือปฏิเสธสินเชื่อ แต่ความจริงแล้ว เครดิตบูโรทำหน้าที่แค่การเป็น "ตัวกลาง" ในการจัดเก็บและเปิดเผยข้อมูลตามความจริงเท่านั้น เครดิตบูโรไม่มีสิทธิ์สั่งห้ามธนาคารให้สินเชื่อ และไม่มีนโยบายจัดทำรายชื่อแบล็กลิสต์ใด ๆ
ดังนั้น การที่กู้ไม่ผ่าน จึงมักมาจากนโยบายของธนาคารเองที่มองเห็นความเสี่ยงจากรหัสสถานะที่ปรากฏในรายงาน
ติดแบล็กลิสต์เครดิตบูโรไม่มีจริง ? ทำความเข้าใจรหัสสถานะบัญชี
อย่างที่กล่าวไปว่าแบล็กลิสต์ไม่มีอยู่จริงในระบบเครดิตบูโร แต่สิ่งที่ธนาคารใช้ตัดสินใจคือรหัสสถานะบัญชี ที่บ่งบอกพฤติกรรมการชำระเงินย้อนหลัง 36 เดือนของคุณ โดยรหัสที่พบบ่อยและมีผลต่อการยื่นกู้ ได้แก่
- รหัส 10 (ปกติ) : หมายถึง บัญชีนี้ชำระหนี้ตรงเวลา ไม่ค้างชำระ ถือเป็นสถานะที่ดีที่สุด
- รหัส 11 (ปิดบัญชี) : หมายถึง ได้ชำระหนี้ครบถ้วนและปิดบัญชีไปเรียบร้อยแล้ว
- รหัส 20 (ค้างชำระเกิน 90 วัน) : นี่คือจุดที่คนมักเรียกว่าติดบูโร เพราะหมายถึงมีการค้างชำระในอดีตหรือปัจจุบันที่นานเกิน 3 เดือน ซึ่งส่งผลเสียต่อความน่าเชื่อถืออย่างมาก
เครดิตบูโรกี่ปีหาย ? เปิดระยะเวลาการจัดเก็บข้อมูล
ตามกฎหมาย ข้อมูลเครดิตบูโรจะเก็บย้อนหลังไม่เกิน 3 ปี (36 งวดเดือน) โดยข้อมูลใหม่จะเข้าไปแทนที่ข้อมูลเก่าตามรอบเดือนเสมอ หมายความว่าหากคุณเคยเสียประวัติแต่ปัจจุบันกลับมาจ่ายตรงเวลา ข้อมูลเสียในอดีตจะค่อย ๆ ถูกลบออกไปเองเมื่อครบกำหนดเวลา
อย่างไรก็ตาม การรอให้ข้อมูลหายไปเองอาจใช้เวลานาน การตรวจเช็กสถานะล่าสุดของตนเองจึงเป็นก้าวแรกที่ควรเริ่มทำทันที
วิธีการเช็กเครดิตบูโรด้วยตัวเอง 2569 ง่าย รวดเร็ว ทราบผลทันที
ปัจจุบันการตรวจเช็กข้อมูลเครดิตบูโรสามารถทำได้ด้วยตัวเองผ่านช่องทางที่สะดวกและปลอดภัย ดังนี้
แอปฯ Mobile Banking
เพียงกดขอข้อมูลผ่านแอปพลิเคชันของธนาคารที่คุณมีบัญชีและใช้งานอยู่เป็นประจำ ระบบจะให้คุณยืนยันตัวตนตามขั้นตอน และสามารถเลือกรับรายงานในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-Credit Report) ทางอีเมลได้ทันทีภายในไม่กี่นาที
ตู้ ATM
สำหรับใครที่สะดวกทำรายการผ่านหน้าตู้ธนาคาร ก็สามารถสอดบัตร ATM ของธนาคารที่รองรับบริการ แล้วเลือกเมนูขอตรวจเครดิตบูโร ทำตามขั้นตอนบนหน้าจอและชำระค่าธรรมเนียมผ่านระบบ จากนั้นตรวจสอบที่อยู่ให้ถูกต้อง แล้วรอรับเอกสารรายงานตัวจริงที่จะจัดส่งตรงถึงบ้านทางไปรษณีย์
ที่ทำการไปรษณีย์ไทย
หากต้องการคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ สามารถเดินเข้าเคาน์เตอร์บริการของไปรษณีย์ไทยได้ทุกสาขาทั่วประเทศ เพียงยื่นบัตรประชาชนตัวจริงให้เจ้าหน้าที่เสียบเครื่องอ่านข้อมูล พร้อมชำระค่าบริการ คุณก็สามารถขอรับสิทธิ์ตรวจข้อมูลเครดิตบูโรได้อย่างรวดเร็ว
เคล็ดลับแก้เครดิตบูโรเสีย ให้กลับมากู้ผ่านฉลุยอีกครั้ง
สำหรับคนที่มีประวัติค้างชำระหรือมีรหัสสถานะที่ไม่ค่อยดีปรากฏอยู่ คุณยังสามารถกู้คืนความน่าเชื่อถือและปรับโปรไฟล์ทางการเงินให้กลับมาสวยงามได้ ด้วย 4 เทคนิคนี้
1. เจรจาและปิดหนี้ค้างชำระ
ก้าวแรกที่สำคัญที่สุด คือการพบเจ้าหนี้เพื่อรับทราบยอดหนี้ปัจจุบันและเจรจาขอปิดบัญชี หากมีเงินก้อนอาจยื่นข้อเสนอขอส่วนลดเพื่อปิดจบหนี้ให้เร็วที่สุด เพื่อให้ธนาคารส่งรายงานใหม่เข้าไปในระบบและเปลี่ยนรหัสสถานะบัญชีของคุณให้เป็น 11 (ปิดบัญชี) ซึ่งเป็นการปลดล็อกจุดที่แย่ที่สุดออกไป
2. สร้างประวัติใหม่ทดแทน
หลังเคลียร์หนี้เก่าจนสถานะเป็นศูนย์แล้ว คุณต้องรีบสร้าง "พฤติกรรมดี" เข้าไปทดแทน ด้วยการสมัครสินเชื่อเงินสดก้อนเล็ก ๆ หรือเปิดใช้บัตรเครดิตสักใบ จากนั้นตั้งใจรูดใช้จ่ายเท่าที่จำเป็นและจ่ายคืนเต็มจำนวนอย่างตรงเวลาต่อเนื่องกัน 6-12 เดือน เพื่อให้มีข้อมูลเชิงบวกชุดใหม่เข้าไปวิ่งแซงข้อมูลลบในอดีต
3. เตรียมเอกสารรายได้ให้พร้อม
ในกรณีที่เคยเสียประวัติ ธนาคารจะเข้มงวดในการตรวจเอกสารมากขึ้นเป็นพิเศษ คุณต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าปัจจุบันมีการเงินที่มั่นคงแล้ว โดยการเตรียมสลิปเงินเดือน หนังสือรับรองการทำงาน และเดินบัญชีธนาคาร (Statement) ให้สวยงาม มีเงินเข้าสม่ำเสมอ รวมถึงมีเงินออมติดบัญชีไว้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ธนาคารเห็นว่าคุณมีความสามารถในการผ่อนชำระคืนได้อย่างแน่นอน
4. ใช้ตัวช่วยรวมหนี้
สำหรับคนที่มีหนี้สินกระจายอยู่หลายที่จนดอกเบี้ยบานปลายและเริ่มหมุนเงินไม่ทัน การฝืนจ่ายขั้นต่ำไปเรื่อย ๆ อาจนำไปสู่การผิดนัดชำระในที่สุด ทางออกที่ดีคือการใช้สินเชื่อก้อนใหม่ที่มีดอกเบี้ยต่ำกว่ามา รวบหนี้ทั้งหมดให้เป็นก้อนเดียว วิธีนี้จะช่วยลดค่างวดรายเดือนให้เบาลง ทำให้คุณบริหารจัดการเงินง่ายขึ้น มีเงินเหลือใช้ในชีวิตประจำวัน และกลับมามีวินัยทางการเงินที่ดีได้อีกครั้ง

จัดการหนี้ให้เป็นระบบ ป้องกันประวัติเสียผ่าน Refinn
หากภาระหนี้เริ่มหนักจนกังวลเรื่องประวัติในเครดิตบูโร อย่ารอจนสายเกินแก้ ให้ Refinn ช่วยคุณเปรียบเทียบโซลูชันทางการเงินเพื่อรักษาเครดิตให้สวยงาม ผ่าน 3 บริการหลักที่ช่วยแก้ปัญหาประวัติเสียได้อย่างตรงจุด
- กู้สินเชื่อส่วนบุคคลออนไลน์ : ช่วยเพิ่มสภาพคล่องฉุกเฉิน ให้คุณมีเงินก้อนไปหมุนเวียนจ่ายหนี้ได้ทันเวลา ป้องกันการค้างชำระจนเสียประวัติ
- สินเชื่อบ้านแลกเงิน & สินเชื่อรถแลกเงิน : ใช้ทรัพย์สินมาเปลี่ยนเป็นเงินก้อนเพื่อรวบหนี้ดอกเบี้ยแพงทั้งหมดมาไว้ที่เดียว ช่วยลดค่างวดต่อเดือนให้เบาลง เมื่อยอดผ่อนถูกลง วินัยทางการเงินก็จะกลับมา ทำให้คุณจ่ายตรงเวลาและสร้างประวัติเครดิตบูโรใหม่ที่สวยงามได้ง่ายขึ้น
เราคัดโปรโมชันเด็ดจากธนาคารชั้นนำมาให้คุณเช็กและเปรียบเทียบได้ทันที สมัครง่ายผ่านออนไลน์ สะดวก และไม่มีค่าบริการ เริ่มต้นสร้างประวัติการเงินที่ดีเพื่อโอกาสในการกู้ผ่านที่ง่ายขึ้นได้เลยวันนี้ที่ Refinn
สอบถามเพิ่มเติม
- LINE OA: @Refinn
- โทร: 02-079-5119
ข้อมูลอ้างอิง:
- เครดิตบูโรคืออะไร ตั้งมาเพื่ออะไร. สืบค้นเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569. จาก https://www.ncb.co.th/national-credit-bureau-news-and-event/what_is_credit_bureau/.
- Credit bureau. สืบค้นเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569. จาก https://www.worldbank.org/en/publication/gfdr/gfdr-2016/background/credit-bureau.
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเครดิตบูโร (FAQs)
Q: ถ้าจ่ายหนี้ล่าช้าไปแค่ 1-2 วัน จะถูกบันทึกว่าเสียประวัติในเครดิตบูโรทันทีเลยไหม ?
A: ยังไม่บันทึกทันที ธนาคารส่วนใหญ่จะส่งข้อมูลตามรอบบัญชีรายเดือน หากล่าช้าเล็กน้อยมักอยู่ในช่วงผ่อนผัน แต่ควรรีบจ่ายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดค่าปรับล่าช้า
Q: การกดเข้าไปเช็กเครดิตบูโรของตัวเองบ่อย ๆ จะส่งผลทำให้คะแนนเครดิตลดลงหรือกู้ยากขึ้นไหม ?
A: ไม่มีผลใด ๆ การเช็กประวัติด้วยตัวเองถือเป็นสิทธิส่วนบุคคลและไม่ถูกนำมาคำนวณคะแนน ต่างจากการให้สถาบันการเงินยื่นเช็กเพื่อขอสินเชื่อหลาย ๆ แห่งพร้อมกัน
Q: ค้ำประกันรถหรือบ้านให้คนอื่น ข้อมูลหนี้ก้อนนั้นจะถูกบันทึกในเครดิตบูโรของเราด้วยไหม ?
A: ข้อมูลจะยังไม่ขึ้นในบัญชีหลักของคุณจนกว่าผู้กู้จริงจะผิดนัดชำระหนี้ และธนาคารเริ่มดำเนินคดีกับคุณในฐานะผู้ค้ำประกัน
Q: ถ้าสถาบันการเงินที่ไม่ได้เป็นสมาชิกเครดิตบูโรส่งจดหมายทวงหนี้ จะมีประวัติเสียในระบบไหม ?
A: ไม่มีประวัติในระบบเครดิตบูโร เนื่องจากรายงานจะถูกบันทึกและส่งต่อเฉพาะจากสถาบันการเงินที่เป็นสมาชิกของบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติเท่านั้น




