รีไฟแนนซ์ ทำตอนไหนถึงคุ้ม? หลังจากที่เรารู้กันโดยทั่วไปแล้วว่าการรีไฟแนนซ์บ้านนั้นทำให้เราสามารถประหยัดเงินได้เป็นล้าน และผ่อนสั้นลงได้หลายปี จากดอกเบี้ยที่ถูกลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเปรียบเทียบกับก่อนรีไฟแนนซ์ หลายคนจึงสนใจว่าถ้าอยากเอาบ้านของตัวเองที่กำลังผ่อนอยู่มารีไฟแนนซ์ ควรจะเอามาทำเวลาไหนถึงจะคุ้ม สิ่งที่ควรรู้ก่อนก่อนรีไฟแนนซ์ นี่ยังไม่นับว่าต้องคำนวณดอกเบี้ยจากธนาคารเก่าอีกนะครับ ว่าดอกเบี้ยลอยตัวที่เรากำลังผ่อนอยู่นั้นจะต้องเสียดอกเบี้ยอีกเท่าไหร่ คนส่วนมากจึงเลิกล้มความตั้งใจที่จะรีไฟแนนซ์ไปในที่สุด หรือบางคนก็ถอดใจไปรีไฟแนนซ์กับธนาคารไหนก็ได้ ทั้งๆที่ถ้าคำนวณให้ดีจะพบว่าโปรโมชั่น รีไฟแนนซ์บ้านในตลาด ตัวที่ดีที่สุดสามารถประหยัดเงินได้มากกว่าตัวที่แย่ที่สุดเป็นล้านบาทเลยทีเดียว
• ถ้ารีไฟแนนซ์ ออกจากธนาคารเดิม ก่อนครบ 3 ปี จะมีค่าปรับ 1-3% ของวงเงิน ซึ่งตรงนี้เป็นจุดที่หลายๆคนมองข้ามไป เพราะเห็นว่ารีไฟแนนซ์ บ้านไปที่ไหนดอกเบี้ยถูกกว่าจึงยอมจ่ายค่าปรับ

แต่ทั้งนี้ ขอแนะนำให้คำนวณดูดีๆก่อนว่าการยอมจ่ายค่าปรับนั้นคุ้มกว่าดอกเบี้ยที่จะได้ลดลงหรือไม่ หรือควรจะรอให้ครบ 3 ปีก่อนค่อยรีไฟแนนซ์ดี (บางธนาคารอาจกำหนดถึง 5 ปีให้ลองดูตามสัญญากู้ของตัวเอง)

• ดูจำนวนเงินที่เหลือให้ดีเพราะถ้าวงเงินเหลืออยู่ไม่มาก อาจจะรีไฟแนนซ์ได้เป็นครั้งสุดท้าย เช่น คนที่หนี้บ้านเหลืออยู่ 7 แสนบาท ก็อาจเป็นไปได้ว่าใน 3 ปีข้างหน้า หนี้ก้อนนี้จะเหลือต่ำกว่า 5 แสนบาท ซึ่งไม่ค่อยมีธนาคารไหนรับรีไฟแนนซ์แล้ว ดังนั้น แทนที่จะเลือกอัตราดอกเบี้ย รีไฟแนนซ์ ที่ 3 ปีแรกถูกๆ อาจต้องมองหาอัตราดอกเบี้ยจนจบสัญญาที่ถูกที่สุดจะดีกว่า ดังนั้น จึงพอสรุปได้ว่าถ้าเราเป็นคนที่ผ่อนบ้านอยู่และยังไม่ถึง 3 ปี ควรคำนวณให้ดีว่าดอกเบี้ยที่จะประหยัดได้จากการรีไฟแนนซ์ นั้นคุ้มค่ากับเงินค่าปรับที่จะต้องจ่ายให้ธนาคารเดิมหรือไม่ หรือถ้าเราอยู่ในกลุ่มคนที่ผ่อนบ้านใกล้จะหมดแล้วก็ควรเลือกรีไฟแนนซ์ เป็นครั้งสุดท้ายด้วยอัตราดอกเบี้ยจนจบสัญญาที่ถูกที่สุด
เกี่ยวกับนักเขียน
พงศธร ธนบดีภัทร
ผู้ร่วมก่อตั้ง Refinn.com เว็บไซต์รีไฟแนนซ์บ้านออนไลน์ ที่ช่วยคนไทยรีไฟแนนซ์ไปแล้วกว่าพันล้านบาท