เลือกห้องคอนโด

แชร์ประสบการณ์ตรง เลือกแบบห้องคอนโด Low Rise อย่างไรให้ถูกใจคนอยู่

เคยไหมครับจะไปซื้อคอนโดแต่ก็คิดไม่ตกสักทีว่าจะซื้อห้องไหนดี เพราะแบบห้องคอนโดในปัจจุบันก็เริ่มมีหลากหลายรูปแบบให้เลือก แล้วแบบไหนดีที่จะเหมาะกับเรา ราคาก็หลายล้าน ถ้าเลือกผิดชีวิตเปลี่ยนเพราะเราต้องใช้ชีวิตกับคอนโดนี้ไปอีกนานเลยครับ วันนี้ผมเลยรวมประสบการณ์ที่ได้อยู่คอนโด Low Rise และตึกที่สูงไม่เกิน 8 ชั้น กว่า 10 ปี มาเป็น 7 แนวทางในการช่วยตัดสินใจเลือกแบบห้องคอนโดให้เข้ากับ Lifestyle กับเราครับ

ห้องนั่งเล่น

1. ห้องนั่งเล่น 

ห้องนั่งเล่นที่ติดระเบียง

  1. แสงสว่างส่องถึง หากใครใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในห้องนั่งเล่น ยิ่งช่วงนี้ที่เราเน้นทำงานกันอยู่ที่บ้าน ต้องการห้องที่สว่างจากแสงธรรมชาติ มีลมโชยจากระเบียงห้อง การเลือกห้องนั่งเล่นที่ติดระเบียงน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดครับ
  2. ความเป็นส่วนตัว เมื่อห้องนั่งเล่นมาอยู่โซนด้านหลัง เวลาที่เราทำกิจกรรม เช่น ดูทีวี ประชุม คุยโทรศัทพ์ เสียงที่จะดังออกไปด้านนอกห้องให้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาได้ยินก็จะน้อยกว่าห้องนั่งเล่นที่อยู่โซนด้านหน้าครับ 

อย่างคอนโดของผมห้องส่วนใหญ่ห้องนั่งเล่นอยู่โซนด้านหน้า แบบที่เปิดประตูเข้ามาก็เจอเลย เวลาที่เรากำลังเดินกลับห้องหากห้องไหนดูทีวี คุยกันในห้อง หรือคุยโทรศัพท์ในห้องนั่งเล่น หากไม่ระวังพูดเบา ๆ คนที่เดินผ่านไปผ่านมาก็จะได้ยินครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับวัสดุในการสร้างคอนโดด้วยหากเป็นคอนโดที่ดูดซับเสียง กันเสียงเรื่องความเป็นส่วนตัวก็น่าจะไม่มีปัญหาครับ

ห้องนั่งเล่นไม่ติดระเบียง

  1. ไม่ร้อน สำหรับใครที่เลือกห้องนั่งเล่นที่อยู่โซนด้านหน้า แน่นอนว่าด้วยระยะห่างระหว่างหน้าต่าง หรือระเบียงที่อยู่ด้านหลังห้องจนถึงห้องนั่งเล่น แสงและความร้อนที่สาดส่องเข้ามานั้นก็จะลดลงทำให้ห้องนั่งเล่นไม่ร้อน หรือร้อนน้อยลงครับ และถึงแม้ว่าห้องอาจจะไม่สว่างเท่าไรแต่ก็ใช้การเปิดไฟแทนได้ครับ
  2. สงบกว่า เนื่องจากห้องนั่งเล่นที่อยู่โซนหน้าก็จะติดกับโถงทางเดินของชั้น ซึ่งพื้นที่ตรงนี้ก็ไม่สามารถทำกิจกรรมอะไรได้ ส่วนใหญ่ก็แค่เดินเข้าห้องกันจึงไม่ค่อยมีเสียงอะไรที่จะมารบกวนเราได้ ซึ่งต่างจากห้องที่โซนห้องนั่งเล่นอยู่ด้านหลังติดระเบียง ก็จะมีเสียงรบกวนจากด้านนอกดังเข้ามา ถ้าระเบียงติดกับส่วนกลางเช่นสระว่ายน้ำ โซนกิจกรรมของคอนโด เวลามีคนมาเล่นเสียงก็อาจจะดังเข้ามา หรือหากติดกับถนนก็จะมีเสียงรถวิ่งผ่านให้รำคาญได้ครับ

ห้องครัว

2. ห้องครัว

ห้องครัวแบบเปิด

ก็คือห้องครัวที่เปิดโล่ง ไม่มีอะไรกลั้นระหว่างห้องครัวกับห้องอื่น ๆ ส่วนใหญ่จะเหมาะกับการทำอาหารง่าย ๆ อย่าง การใช้เตาอบ การอุ่นอาหาร ต้มน้ำ ใช้ไม่โครเวฟ หรือทำอาหารที่ไม่เกิดควันมากได้ครับ หากทำอาหารแบบจัดในครับแบบเปิดทั้งควัน ทั้งกลิ่นต้องกระจายฟุ้งทั่วห้องแน่นอนครับ ดังนั้นหากใครเป็นคนที่ไม่ค่อยทำอาหารทานเองอยู่แล้วการเลือกครัวเปิดน่าจะเป็นทางเลือกที่ดี เพราะส่วนใหญ่ครัวแบบนี้จะจัดเป็นโซนเล็ก ๆ ทำให้เรามีพื้นที่เหลือสำหรับทำอย่างอื่นได้มากขึ้นครับ

ห้องครัวแบบปิด

ก็คือห้องที่มีการแบ่งห้องครัวชัดเจนมีประตู หรือบานเลื่อนกระจกปิดแบ่งโซนระหว่างห้องครัวกับห้องอื่น ๆ ภายในคอนโดดังนั้นก็สามารถทำอาหารต้ม ผัด แกง ทอด ได้อย่างจุใจเต็มที่เลยครับ ที่สำคัญส่วนใหญ่พื้นห้องส่วนนี้เขาก็จะปูเป็นพื้นกระเบื้องพื้นไว้ให้เลยครับทำให้ทนน้ำ ทำความสะอาดง่าย และก็จะใหญ่กว่าครัวแบบเปิด เพื่อให้มีความคล่องตัวในการทำอาหารในพื้นที่นั้นครับ พื้นที่สำหรับโซนอื่น ๆ ก็จะเล็กลงไปบ้าง เหมาะกับคนที่ชอบทำอาหาร หรือทำอาหารทานเองแบบจัดหนัก จัดเต็ม บ่อย ๆ ครับ

ห้องน้ำ

3. ห้องน้ำ

สำหรับคอนโด 1 ห้องนอน ห้องน้ำในแปลนห้องที่เราพบเห็นบ่อย ๆ ในตอนนี้จะมี 2 แบบ คือ 

ห้องน้ำอยู่ส่วนกลาง

ห้องในลักษณะนี้จะเห็นได้บ่อยที่สุดครับ ใครที่เป็นสายเพื่อนเยอะ ญาติเยอะ มีคนมาเที่ยวหาที่คอนโดบ่อย ๆ ผมมองว่าการเลือกห้องที่มีห้องนำ้อยู่ส่วนกลางนั้นดีกว่าเพราะว่าห้องน้ำที่อยู่ส่วนกลางนั้นจะให้ความเป็นส่วนตัวที่มากกว่า เพราะเวลามีใครมาห้องเราคงไม่อยากให้ใครเข้ามาในห้องนอนเราทุกครั้งที่ต้องการเข้าห้องน้ำใช่ไหมละครับ

ห้องน้ำอยู่ในห้องนอน

หากเราสังเกตุคอนโดส่วนใหญ่ตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้งจะอยู่ในห้องนอน แน่นอนว่าถ้าห้องน้ำเราเชื่อมหรืออยู่ในห้องนอนก็จะค่อนข้างสะดวกในเรื่องการแต่ตัว เช่น มีเพื่อนมารอที่ห้องแล้วเราก็จะอาบน้ำแต่งตัวเราก็สามารถทำเสร็จในห้องนอนได้เลย ส่วนเพื่อนก็นั่งรอที่ห้องนั่งเล่น หรือใครที่ตอนกลางคืนเป็นคนเข้าห้องน้ำบ่อยการมีห้องน้ำในห้องนอนก็จะยิ่งสะดวก ไม่ต้องเดินใกล้ครับ 

4. ขนาดห้อง

ขนาดห้องก็เป็นสิ่งสำคัญในการตัดสินใจเลือกนะครับ แน่นอนว่าใคร ๆ ก็คงจะอยากได้ห้องขนาดใหญ่ใช่ไหมละครับ แต่มันก็จะมีข้อจำกัดในด้านราคาก็อาจจะต้องตัดสินใจเลือกดี ๆ ครับ โดยพื้นที่ห้องหลัก ๆ จะมีอยู่ 2 ปัจจัย คือ

เรื่องของความรู้สึก

ถ้าเข้าไปดูคอนโดนไหนแล้วรู้สึกว่าคับแคบ อึดอัด อันนี้อาจจะต้องตัดสินใจดี ๆ ขยับพื้นที่ไกลออกไปอีกหน่อยแล้ว ดูห้องที่ใหญ่ขึ้นครับ เพราะว่าพื้นฐานแล้วห้องสร้างใหม่ที่เราไปดูส่วนใหญ่เขาก็จะทาสีห้องเป็นสีขาวอยู่แล้ว ซึ่งขนาดพนังเป็นสีขาวแล้วคุณยังรู้สึกแคบนี้ก็ วิธีการแก้ไขก็อาจจะยากครับ

พื้นที่เก็บของ

ส่วนตัวมองว่าหากห้องเล็กกว่า 28 ตรม ก็อาจจะเหมาะกับคนที่มีบ้านอยู่แล้วอยู่เฉพาะวันทำงาน เสาร์ อาทิตย์กลับบ้าน ของที่นำมาเก็บในห้องจึงไม่จำเป็นต้องมีเยอะมากครับ ส่วนใครที่ใช้คอนโดเป็นที่อยู่อาศัยหลักก็อาจจะต้องเล็งพื้นที่ขนาดที่ใหญ่กว่า 28 ตรม ขึ้นไปครับจะทำให้มีพื้นที่เก็บของที่น่าจะเพียงพอต่อการใช้ชีวิตอยู่ 1 คนครับ

ทรงห้อง

5. ทรงห้อง

ห้องทรงสี่เหลี่ยมจัสตุรัส

ห้องทรงนี้ถ้าเป็น 1 ห้องนอน ก็จะมีการแบ่งสัดส่วนชัดเจนระหว่างห้องนอน ห้องนั่งเล่น ก็จะมีประตูกั้นไว้เป็นสัดส่วน หากพื้นที่ห้องไม่ได้ใหญ่มากก็อาจจะทำให้แต่ละห้องดูแคบ ๆ หน่อย แต่จะได้เรื่องของความเป็นส่วนตัวครับ

ห้องทรงสี่เหลี่ยมพื้นผ้า

ห้องทรงนี้ก็จะเป็นแนวยาว ลึกเข้าไป แบ่งห้องเป็นแนวตรง เช่น เปิดมาเป็นห้องครัว เดินตรงต่อไปเป็นห้องนั่งเล่น เดินตรงต่อไป เป็นห้องนอน แล้วก็ไปสุดที่ระเบียง ซึ่งห้องทรงนี้ระหว่างห้องนอนกับห้องนั่งเล่นถ้าเป็นแบบ 1 ห้องนอน ก็จะคั้นด้วยประตูกระจกแบบบานเลื่อน เพื่อให้ห้องดูเชื่อมกันตลอดแนว ทำให้ดูโปร่ง โล่ง และกว้างขึ้นครับ

สัดส่วนห้อง

6. สัดส่วนของห้อง

เราพูดถึงเรื่องขนาดห้อง ทรงห้องกันแล้ว เรื่องของสัดส่วนของห้องก็สำคัญครับ หลายคนถามว่าสัดส่วนของห้องหมายถึงอะไร ผมหมายถึงว่าการแบ่งพื้นที่ในห้องครับ ตัวอย่างแบบคอนโด 1 ห้องนอน ก็จะมีห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ ห้องนอน ห้องครัว ใช่ไหม แต่ถ้าเราสังเกตุดี ๆ  แต่ละโครงการคอนโดแม้ว่าจะห้องขนาดเดียวกันก็อาจจะมีการแบ่งพื้นที่ส่วนนี้ไม่เท่ากันครับ บางที่อาจจะให้ห้องนอนใหญ่ บางที่ห้องครัวใหญ่ ดังนั้นจุดนี้จึงเป็นจุดที่สำคัญ

อย่าของผมเอง ผมจะใช้ห้องนอนแค่นอนเท่านั้น ชีวิตส่วนใหญ่จะอยู่ที่ห้องนั่งเล่น ทั้งใช้ทำงาน ดูทีวี ออกำลังกายง่าย ๆ ดังนั้นผมจึงต้องเลือกห้องที่ห้องนั่งเล่นพอมีพื้นที่กว้างหน่อย ห้องนอน ห้องครัวจะเล็กก็ไม่เป็นไร

บางคนชอบนั่งดูทีวี ดูซีรีย์ ก็อาจจะเลือกห้องที่ระยะห่างระหว่างทีวีกับโซฟากว้างหน่อยอย่างอย่างน้อยก็ 2.5 - 3 เมตร เพื่อให้สามารถตั้งทีวีขนาดใหญ่เต็มตาสักหน่อย และระยะดูทีวีกำลังสบายตาไม่ใกล้เกินไปครับ ซึ่งต้องบอกว่าเรื่องระยะห่างส่วนนี้ถ้าเราเลือกมาแคบเราไม่สามารถแก้ไขได้นะครับ

7. ระเบียง

คอนโดมีระเบียง

สำหรับคอนโด Low Rise ห้องที่มีระเบียง ด้วยความที่ตึกเราไม่ได้สูงมากเราก็คงไม่ได้คาดหวังถึงการชมวิวที่สวยงามมาเท่าไรนัก แต่ข้อดีของระเบี้ยงเลยก็คือการเป็นพื้นที่สำหรับตากผ้า เก็บรองเท้า หรืออาจะไปยืนรับลมได้เป็นครั้งเป็นคราวครับ แต่ข้อเสียก็คือพื้นที่ตรงนี้ฝุ่นจะเยอะ เราอาจต้องทำความสะอาดบ่อย ๆ ครับ  

คอนโดไม่มีระเบียง

ห้องไม่มีระเบี้ย ส่วนใหญ่เขาจะให้มาเป็นหน้าต่างแทน ซึ่งข้อดีก็คือเราจะมีพื้นที่ใช้สอยในห้องที่มากขึ้น แต่เราจะไม่มีพื้นที่ในการตากผ้าแบบห้องมีระเบียง อาจจะเหมาะกับคนที่ปกติชุดที่ใส่ส่งซักรีดอยู่แล้วครับเลยไม่มีความจำเป็นต้องใช้ส่วนนี้ครับ

นี้ก็เป็น 7 วิธีที่ช่วยใช้ในการตัดสินใจเลือกคอนโดที่ผมจะมาแนะนำครับ แน่นอนว่าเราคงไม่ได้ทุกอย่างตามที่เราต้องการทั้งหมดเพราะห้องส่วนใหญ่ก็เป็นแบบสำเร็จมาแล้ว แต่ให้ลองลำดับความสำคัญดูครับว่าเราให้ความสำคัญกับอะไรมากกว่ากัน อย่างของผมเองเป็นคนชอบห้องโซนที่ใช้งานบ่อย ๆ อย่างห้องนั่งเล่นที่ผมนำมาปรับเป็นห้องทำงานต้องสดใส แสงสว่างเข้าถึง ซึ่งมันจะทำให้ผมรู้สึกสมองปลอดโปร่ง มีสมาธิกับการทำงาน ผมก็ต้องเลือกห้องนั่งเล่นที่อยู่โซนด้านหลังติดกับระเบียง และอาจจะเลือกที่ห้องนั่งเล่นกว้างหน่อยครับ

และผมหวังว่าสิ่งที่ผมนำมาแนะนำในครั้งนี้จะเป็นหนึ่งในตัวช่วยให้ผู้อ่านสามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจได้นะครับ และอยากฝากอีก 1 เรื่องคือ สำหรับใครที่กู้ซื้อคอนโด ผมแนะนำเรื่องของการรีไฟแนนซ์บ้านทีควรทำทุก 3 ปีเพื่อเป็นการลดดอกเบี้ยบ้าน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ควรทำนะครับไม่ว่าจะเป็นที่มีสภาพคลองทางการเงินที่ดี หรือมีปัญหาทางการเงินอยู่ เพราะปกติดอกเบี้ยจะมีการปรับขึ้นหลังจากที่เราผ่อนบ้านมาประมาณ 3 ปี หากเราลดดอกเบี้ยได้จะทำให้เราผ่อนบ้านหมดเร็วขึ้น และยังประหยัดเงินได้อีกหลักแสนบาทเลยครับ ซึ่งสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ รีไฟแนนซ์บ้าน 1 ครั้งประหยัดเงินกี่บาท

เผยแพร่เมื่อวันที่ 06 ก.ย. 2564
Refinn Writer
ช่วยเปรียบเทียบโปรโมชั่นที่ประหยัดดอกเบี้ยที่สุด ฟรี ไม่มีค่าบริการเพิ่มเติม