ขอ สินเชื่อรถแลกเงินไม่โอนเล่ม หรือโอนเล่ม เลือกแบบไหนดี
รถแลกเงิน
ธนาคารไหน วงเงินสูงสุด ดอกเบี้ยถูกสุด หาได้ที่นี่
รถแลกเงิน

ขอสินเชื่อรถแลกเงินไม่โอนเล่ม หรือโอนเล่ม เลือกแบบไหนดี

“มีรถ แต่ไม่มีเงิน เลยนำรถไปแลกเงินซะเลย” ใช่ครับ ผมกำลังพูดถึงเรื่อง ‘สินเชื่อรถแลกเงิน’ แต่เพื่อนๆ รู้ไหมครับว่า สินเชื่อประเภทนี้ ก็มีประเภทย่อยลงอีก 2 แบบ คือ แบบไม่โอนเล่ม และ แบบโอนเล่ม ซึ่งแต่ละเล่ม ก็มีรูปแบบ และขั้นตอนที่แตกต่างกันไป  โดยในวันนี้ Refinn จะเพื่อนๆ มาทำความรู้จักกันครับว่า สินเชื่อรถแลกเงินแบบไม่โอนเล่ม กับแบบโอนเล่มนั้น มีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันอย่างไร และแบบไหนเหมาะสมกับเพื่อนๆ  มากที่สุดครับ 

‘เล่มโอน’ ในสินเชื่อรถแลกเงิน คืออะไร

ตามที่กล่าวไปในข้างต้นครับว่า สินเชื่อรถแลกเงินในปัจจุบัน ทางสถาบันการเงิน หรือลิสซิ่ง มักจะมีให้เลือกใช้สินเชื่อ 2 รูปแบบ คือ แบบโอนเล่ม กับไม่โอนเล่ม

เบื้องต้นขอเกริ่นก่อนว่า คำว่า เล่มโอน คืออะไร เพื่อเพื่อน ๆ บางคนไม่ทราบ เล่มที่เราพูดถึงกันอยู่นี้ก็คือ เล่มทะเบียนรถยนต์ นั่นเอง ซึ่งในรายละเอียดของเล่มทะเบียน จะมีการแจ้งรายละเอียดต่าง ๆ ที่ควรรู้ เช่น วันจดทะเบียน เลขทะเบียน ประเภทรถ รายละเอียดรถ เลขตัวรถ เลขเครื่องยนต์ เป็นต้น และนอกจากนั้นยังมีข้อมูลของเจ้าของรถ ว่าผู้ถือกรรมสิทธิ์เป็นใคร และผู้ครอบครองเป็นใครครับ

ดังนั้นหากเพื่อนๆ มีรถที่ปลอดภาระแล้ว ลองหยิบเล่มทะเบียนมาดูนะครับ ว่าเล่มรถปัจจุบัน ของเรานั้น เราเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์แล้วหรือยัง ถ้าเป็นชื่อเราแล้ว เมื่อเรามีเหตุให้ต้องใช้เงิน เงินด่วน ก็สามารถนำเล่มรถไปทำสินเชื่อรถแลกเงินได้ครับ ทีนี้ Refinn จะพาไปทำความเข้าใจกันต่อว่าสินเชื่อรถแบบโอนเล่ม และแบบไม่โอนเล่ม ต่างกันอย่างไร

สินเชื่อรถแลกเงินแบบโอนเล่ม

สินเชื่อรถแลกเงินแบบโอนเล่ม ก็คือเมื่อเรานำเล่มทะเบียนรถมาขอสินเชื่อรถแลกเงิน และได้รับการอนุมัติแล้ว ทางสถาบันการเงิน หรือลิสซิ่ง จะเก็บเล่มทะเบียนรถเราไว้ และทำการโอนเปลี่ยนชื่อในเล่ม จากเดิมที่เราเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ จะเปลี่ยนเป็นชื่อสถาบันการเงิน หรือลิสซิ่งนั้น ๆ แทน และชื่อของเรา จะถูกเปลี่ยนเป็น ผู้ครอบครอง ซึ่งการโอน จะต้องดำเนินการที่กรมขนส่ง และเมื่อเราผ่อนชำระยอดหนี้หมด ทางสถาบันการเงิน หรือลิสซิ่งนั้น ก็จะโอนเปลี่ยนชื่อกลับมาให้เราเช่นเดิม

ทั้งนี้ สามารถเช็กโปรโมชั่นสินเชื่อรถแลกเงินแบบโอนเล่มวงเงินสูง ดอกเบี้ยพิเศษ ได้ที่ สินเชื่อรถแลกเงิน

ข้อดีของสินเชื่อรถแลกเงินแบบโอนเล่ม

ข้อดีของสินเชื่อรถแลกเงินแบบโอนเล่ม

ต่อมาเราจะมาทำความรู้จักกับข้อดีของสินเชื่อรถแลกเงินแบบโอนเล่มกันก่อนครับ ว่ามีอะไรบ้าง บางทีสินเชื่อประเภทนี้อาจจะเหมาะกับเพื่อนๆ ก็ได้นะครับ

1. ดอกเบี้ยถูกกว่า

แน่นอนเลยครับ เพราะในมุมของสถาบันการเงิน หรือลิสซิ่งแล้ว ถือได้ว่า การทำสินเชื่อรถแลกเงินแบบโอนเล่มมีความเสี่ยงที่ค่อนข้างต่ำครับ เพราะการโอนเล่ม คือการเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ผู้ครองรถในเล่มทะเบียนรถ จากเดิมที่เป็นชื่อเรา ไปเป็นชื่อของสถาบันนั้นๆ ว่าง่ายๆ เลยคือ “มีหลักฐานความเป็นเจ้าของที่ชัดเจน ทางสถาบันการเงินก็สบายใจแล้วล่ะครับ” และพอรถคันนั้นได้กลายเป็นสินทรัพย์ของทางสถาบันการเงินเรียบร้อยเเล้ว เขาจึงสามารถเสนอดอกเบี้ยที่ถูกกว่าให้กับผู้กู้อย่างเราได้นั่นเองครับ (แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอัตราดอกเบี้ย ก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละที่นะครับ อย่าลืมศึกษาให้ดีล่ะ)

2. วงเงินอนุมัติสูงกว่า

คล้ายกับข้อด้านบนเลยครับ เนื่องจากทางสถาบันการเงิน หรือลิสซิ่ง ได้มีกรรมสิทธิ์ถือครองรถเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เขาจึงหายห่วงว่า ต่อให้ผู้กู้ขาดชำระหนี้จนผิดเงื่อนไข เขาก็สามารถยึดรถไปได้ทันที และด้วยเงื่อนไขที่มีความเสี่ยงต่ำ แถมได้รถมาเป็นสินทรัพย์ของตัวเองอีก ทางสถาบันปล่อยสินเชื่อต่างๆ จึงอนุมัติวงเงินที่สูงกว่าให้กับการขอสินเชื่อรถแลกเงินแบบโอนเล่มครับ 

3. ผ่อนชำระสบาย

เนื่องจากการขอสินเชื่อรถแลกเงินแบบโอนเล่ม ทำให้ผู้กู้ได้รับวงเงินที่สูงและดอกเบี้ยที่ต่ำ นั่นจึงทำให้ค่างวดในแต่ละครั้ง มีจำนวนดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายพร้อมเงินต้นไม่มากเท่าไรครับ เรียกได้ว่า ผ่อนสบายๆ กันไปเลย

4. (อื่น ๆ ถ้ามี)

  1. การขอสินเชื่อรถแลกเงินแบบโอนเล่มนั้น เหมาะกับผู้ที่ไม่ได้รีบในการใช้เงิน เพียงแค่อยากมีเงินกู้ไว้สำรองใช้จ่าย และสามารถรอได้ครับ เพราะ สินเชื่อประเภทนี้ต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการค่อนข้างนาน แต่จะแลกมาด้วยกับอัตราดอกเบี้ยที่คุ้มค่ากว่านั่นเอง
  2. ยิ่งรถใหม่ ยิ่งได้ดอกเบี้ยถูก เพราะสภาพรถที่ยังใหม่ ยอดไมล์ที่ยังน้อย แถมการใช้งานยังไม่เยอะ ก็เเสดงถึงสมรรถนะและประสิทธิภาพในการใช้งานที่ยังคงดีใกล้เคียงวันแรกที่ออกจากโรงงาน ทางสถาบันการเงินจึงเล็งเห็นจุดนี้ จึงเสนอดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าให้กับผู้กู้ได้ครับ โดยรถต้องมีอายุไม่เกิน 5 ปีนะครับ ถึงจะได้ดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าแบบไม่โอนเล่ม

ข้อเสียของสินเชื่อรถแลกเงินแบบโอนเล่ม

เมื่อเรารู้ข้อดีไปแล้ว ต่อไปเราก็มาดูกันบ้างครับว่า สินเชื่อรถแลกเงินแบบโอนเล่มเนี่ยมีข้อเสียอะไรกันบ้าง

  • ระยะเวลาการได้รับเงินช้า ประมาณ 3-7 วันทำการ เพราะต้องไปดำเนินการโอนเล่มที่ขนส่ง ทำให้ขั้นตอนนี้กินระยะเวลานานระดับหนึ่ง นั่นจึงทำให้การขอสินเชื่อรถแลกเงินแบบโอนเล่มไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการเงินด่วน 
  • มีค่าใช้จ่ายเรื่องการโอนกรรมสิทธิ์ เนื่องจากธุรกรรมในการโอนกรรมสิทธิ์ความเป็นเจ้าของต้องไปทำที่ขนส่ง ซึ่งทางขนส่งต้องเก็บค่าบริการในส่วนนี้ครับ หลักจะมีราคาอยู่ที่ประมาณ 3,000 บาท
  • ค่างวดรายเดือน เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (Vat) 7% การคิดภาษีมูลค่าเพิ่มนี้ จะมีเฉพาะในสินเชื่อรถแลกเงินแบบโอนเล่ม โดยจะเป็นการทำรูปแบบสัญญาการเช่าซื้อรถ ดังนั้นเพื่อนๆ ควรเช็คความสามารถในการใช้หนี้ของตัวเองด้วยนะครับ ว่าเราสามารถจัดการกับค่าใช้จ่ายด้านนี้ได้หรือไม่

สินเชื่อรถแลกเงิน ไม่ต้องโอนเล่ม

สินเชื่อรถแลกเงินแบบไม่โอนเล่มทะเบียน หรือเรียกเข้าใจง่าย ๆ ก็คือ จำนำเล่มทะเบียน สินเชื่อลักษณะนี้ เมื่อเรานำเล่มทะเบียนรถมาขอสินเชื่อรถแลกเงิน เมื่อได้รับการอนุมัติทางสถาบันการเงิน หรือลิสซิ่ง จะเก็บเล่มทะเบียนรถเราไว้ แต่จะไม่ได้ทำการโอนเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ ผู้ถือกรรมสิทธิ์ จะยังคงเป็นชื่อเรา และเมื่อเราผ่อนชำระยอดหนี้หมด ทางสถาบันการเงิน หรือลิสซิ่งนั้น ก็จะคืนเล่มให้กับเรา

ข้อดี ของสินเชื่อรถแลกเงินแบบไม่โอนเล่ม

ข้อดี ของสินเชื่อรถแลกเงินแบบไม่โอนเล่ม

1. สะดวก

เนื่องจากการขอสินเชื่อรถแลกเงินแบบไม่โอนเล่ม เราไม่จำเป็นต้องไปขนส่ง เพื่อทำการเปลี่ยนกรรมสิทธิ์การเป็นเจ้าของให้กับทางสถาบันการเงิน หรือลิสซิ่ง แต่เราเพียงแค่นำเล่มทะเบียนรถที่ปลอดภาระของเราพร้อมกับเอกสารต่างๆ ไปฝากไว้ที่สถาบันการเงิน เพื่อเป็นหลักทรัพย์ในการค้ำประกันเท่านั้นเองครับ นั่นจึงทำให้การขอสินเชื่อแบบไม่โอนเล่มนี้มีขั้นตอนในการขอสินเชื่อที่ซับซ้อนน้อยกว่าแบบโอนเล่มครับ

2. รับเงินเร็ว

เนื่องจากผู้เกี่ยวข้องของสินเชื่อแบบไม่โอนเล่ม มีเพียงแค่ผู้ขอกู้อย่างพวกเรา และผู้ให้กู้อย่างสถาบันการเงิน เมื่อเรายื่นเอกสารครบถ้วน และทางสถาบันการเงินนัดตรวจสอบสภาพรถในระยะเวลา 1-3 วัน เมื่อตรวจเสร็จเราก็สามารถทราบผลการอนุมัติได้ภายใน 2-3 ชั่วโมง และถ้าผ่าน เราก็รอรับเงินได้เลยครับ ว่าง่ายๆ แบบรวดรับ หากสินเชื่อผ่านการอนุมัติ เราจะใช้เวลาเพียงแค่ 1-4 วันเพื่อรอรับเงินครับ ถือว่าไวมากๆ 

3. ค่าใช้จ่ายน้อย

เพราะเราไม่ต้องไปดำเนินการโอนเล่มที่ขนส่งทางบก เราจึงไม่ต้องเสียค่าโอนรถ ค่าอากรโอนรถ ให้ยุ่งยากและสิ้นเปลือง ซึ่งนั่นทำให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้ระดับหนึ่งเลยล่ะครับ

4. ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

นี่ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของ การขอสินเชื่อรถแลกเงินแบบไม่โอนเล่ม เพราะเราเนื่องจากสัญญาที่ทำในสินเชื่อแบบไม่โอนเล่มนั้น เป็นสินเชื่อแบบเงินกู้ จึงไม่มีการคิดภาษีมูลค่าเพิ่มในค่างวด จึงทำให้เราจ่ายเพียงเงินต้นและดอกเบี้ยเท่านั้นครับ

5. ชื่อในเล่มไม่เปลี่ยน

ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มว่าดีแล้ว แต่ชื่อในเล่มทะเบียนไม่เปลี่ยนนี่ละครับถือว่าดีที่สุด เพราะคำว่า ‘ไม่โอนเล่ม’ หากขยายให้เต็มบริบทแล้วจะได้ประมาณว่า “ไม่โอนเปลี่ยนชื่อเจ้าของรถในเล่มทะเบียนไปเป็นผู้อื่น” นั่นหมายความว่า ผู้กู้ยังคงเป็นเจ้าของรถคันนั้นโดยชอบธรรมอยู่ ซึ่งผลของการที่ไม่มีประวัติการโอนเปลี่ยนเจ้าของในเล่มทะเบียน จะเริ่มต้นตอนที่ผู้กู้ผ่อนสินเชื่อหมดแล้ว และมีความคิดที่อยากจะขายรถคันดังกล่าว และในเมื่อรถคันนั้นไม่มีประวัติการเปลี่ยนเจ้าของไปมา ทำให้รถนั้นสามารถขายได้ในราคาสูง และมีความเสี่ยงน้อยในการโดนกดราคาครับ ใครคิดแผนจะขายรถหลังผ่อนสินเชื่อเสร็จ ผมว่าแบบไม่โอนเล่มน่าจะเหมาะกับเพื่อนๆ เลยล่ะครับ 

6. เหมาะกับคนต้องการเงินด่วน

อย่างที่บอกไปตามหลายข้อด้านบนครับ เพราะมีขั้นตอนในการดำเนินการที่ไม่ยุ่งยาก มีระยะเวลาในการพิจารณาที่ค่อนข้างเร็ว แถมไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีก สินเชื่อรถแลกเงินไม่โอนเล่ม จึงเหมาะสมกับคนที่ต้องการเงินด่วนสุดๆ ไปเลยครับ

ข้อเสียของสินเชื่อรถแลกเงินแบบไม่โอนเล่ม

  • ถึงแม้จะไม่การคิดค่าภาษีมูลค่าเพิ่มเข้ามาในค่างวด แต่อัตราดอกเบี้ยนั้นก็จัดอยู่ในระดับที่สูงครับ โดยเริ่มต้นอยู่ที่ 6-15% ต่อปี โดยเหตุผลที่อัตราดอกเบี้ยในแบบไม่โอนเล่มนั้นสูงกว่า เพราะว่าไม่มีการเปลี่ยนชื่อเจ้าของในเล่มทะเบียน ทำให้สถาบันการเงินมีความเสี่ยงที่สูงในการจัดการกับสินเชื่อ และต้องใช้เวลาไปดำเนินการเปลี่ยนเจ้าของกับทางขนส่งทางบกด้วยตัวเอง หากผู้กู้ทำผิดสัญญา ซึ่งค่าเสียเวลากับค่าดำเนินการกับทางขนส่งนี่แหละครับคือปัจจัยที่ทางสถาบันการเงินนำไปคิดรวมในอัตราดอกเบี้ย  
  • วงเงินอนุมัติน้อยกว่า สูงสุด 100% ของราคาประเมิน เพราะการไม่โอนเล่มนี่ล่ะครับ เนื่องจากว่า หลักประกันที่เรานำไปค้ำกับทางผู้ปล่อยสินเชื่อ คือเล่มทะเบียนที่ยังไม่ได้มีการโอนกรรมสิทธิ์การเป็นเจ้าของให้กับทางผู้ปล่อย นั่นจึงทำให้ทางสถาบันการเงิน (ผู้ปล่อยกู้) ไม่มีสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของรถถึงแม้เล่มทะเบียนจะอยู่กับเขาแล้วก็เถอะ ว่าง่ายๆ คือ ต่อให้มีหลักค้ำแต่ก็ยังทำอะไรไม่ได้ และด้วยการที่หลักค้ำประกันนี้มีความเสี่ยงในระดับหนึ่ง จึงทำให้สถาบันอนุมัติวงเงินได้น้อยกว่าแบบโอนเล่มครับ

ดังนั้น เพื่อนๆ ที่จะขอสินเชื่อรถแลกเงิน แนะนำให้พิจารณาก่อนว่า แบบใดตรงกับความต้องการเรามากที่สุด สรุปสั้นๆ รีบใช้เงินแนะนำ แบบไม่โอน แต่ต้องยอมรับดอกเบี้ยสูงหน่อย ถ้าไม่รีบ และต้องการเงินสูง แนะนำแบบโอนเล่ม

สินเชื่อรถแลกเงินแบบไม่โอนเล่ม หรือโอนเล่มแบบไหนดีกว่า

ภาพเปรียบเทียบสินเชื่อรถแลกเงิน แบบโอนเล่มและแบบไม่โอนเล่ม

ส่วนตัวผมแล้ว ไม่ได้มีแบบไหนดีไปกว่ากันเลยครับ เพียงแต่คิดว่า แบบไหนเหมาะกับใครมากกว่า โดย

แบบโอนเล่ม จะเหมาะกับผู้ที่ไม่ได้มีความต้องการในการใช้เงินด่วนครับ เพียงแค่ต้องการที่จะมีเงินสำรองไว้ใช้จ่ายในอนาคต แต่ก็ต้องมีความพร้อมในการชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างการขอสินเชื่อ อาทิค่าโอนกรรมสิทธิ์เจ้าของรถที่ต้องไปดำเนิการที่ขนส่งทางบก และค่าภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยนะครับ 

นอกจากนี้ยังเหมาะกับคนที่ชอบจัดสรรความเป็นระเบียบให้กับสุขภาพการเงินของตัวเองด้วยครับ เพราะการขอสินเชื่อรถแลกเงินแบบโอนเล่มส่วนใหญ่จะนิยมใช้อัตราดอกเบี้ยคงที่ ทำให้เพื่อนๆ สามารถวางแผนจัดการรายจ่ายได้ระดับหนึ่งเลยล่ะครับ แต่ก็มีดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกด้วยเช่นนะครับ โดยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละสถาบันปล่อยสินเชื่อ

แบบไม่โอนเล่ม จะเหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้เงินด่วน ประหยัดค่าใช้จ่าย และห่วงเรื่องประวัติของรถครับ เพราะกระบวนการต่างๆในการขอสินเชื่อจะรวดเร็ว ไม่มีค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายให้กับหน่วยงานภายนอก อย่าง ค่าบริการขนส่งทางบก และค่าเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม อีกทั้งยังทำให้รถไม่มีประวัติในการเปลี่ยนเจ้าของไปมา จึงอาจเพิ่มโอกาสให้เรายังคงขายรถในราคาที่สูงได้ หลังจากผ่อนชำระเสร็จแล้ว แต่ก็ต้องแลกมากับยอดวงเงินที่อาจจะไม่ถึงตามที่ขอ 

ในส่วนของอัตราดอกเบี้ย แม้สูงกว่าแบบโอนเล่ม แต่ว่าดอกเบี้ยนั้นจะนิยมเป็นแบบลดต้นลดดอกครับ ทำให้หายห่วงเรื่องระยะเวลาได้เลย หากเราสามารถหาเงินมาใช้หนี้ได้เยอะเท่าไร เราก็สามารถปิดหนี้ได้เร็วขึ้นด้วยครับ ดังนั้นตัวเลือกนี้จึงเหมาะกับผู้ที่มีเหตุจำเป็นต้องใช้เงินด่วนจริงๆ และไม่ได้ต้องการที่จะชำระหนี้ในระยะยาว

ดังนั้นหากเพื่อนคนไหนไม่ได้มีเหตุด่วนจริงๆ ผมขอแนะนำว่า ให้ขอสินเชื่อรถแลกเงินแบบโอนเล่มดีกว่าครับ  

ตัวอย่างการคิดค่างวดสินเชื่อรถแลกเงินไม่ต้องโอนเล่ม VS โอนเล่ม

ตัวอย่างการคิดค่างวดสินเชื่อรถแลกเงินไม่ต้องโอนเล่ม VS โอนเล่ม

ในส่วนของการคำนวณค่างวด ผมจะแนะนำให้เพื่อนๆ รู้จักกับวิธีหาค่างวดในแบบคร่าวๆ กันครับว่ามีพื้นฐานเป็นแบบไหน แต่ในส่วนของปัจจัยอื่นๆ ก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละสถาบันปล่อยสินเชื่อนะครับ เอาล่ะ เราไปดูกันเลยครับ

ตัวอย่าง: นายฟินต้องการขสินเชื่อจำนำทะเบียนรถเก๋ง Honda Accord MY11 Sedan  ปี 2012 ที่มีราคาประเมินอยู่ที่ 580,000 บาท วงเงินกู้สินเชื่อทะเบียนประมาณ 480,000 บาท มาดูกันว่าแบบโอนเล่ม และไม่โอนเล่มจะมีความแตกต่างกันขนาดไหนครับ

ตารางแสดงรายละเอียดของตัวอย่าง

 เราจะสังเกตเห็นว่าค่างวดแบบไม่โอนเล่มแม้จะมีดอกเบี้ยสูงแต่เงินต้นที่นำมาคิดคือ วงเงินกู้สินเชื่อครับ จึงทำให้มีค่างวดที่ราคาต่ำกว่า ในขณะที่ฝั่งโอนเล่มได้ราคาประเมินที่สูงกว่า แม้ต่อให้มีดอกเบี้ยที่ถูกกว่า แต่ก็มีค่าภาษีมูลค่าเพิ่มเข้ามาเป็นค่าใช้จ่ายเสริมที่ต้องจ่ายรวมในค่างวดครับ และนี่เรายังไม่ได้รวมค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นก่อนอนุมัติสินเชื่อนะครับ ดังนั้นเพื่อนๆ คนไหนอยากขอสินเชื่อรถแลกเงินแล้วล่ะก็ ผมว่าการลองคำนวณขั้นพื้นฐานแบบนี้ก็ช่วยให้เราตัดสินใจได้ดีเช่นกันครับ แต่ทั้งนี้ อย่าลืมศึกษาเงื่อนไขของแต่ละสถาบันปล่อยสินเชื่อให้ดีด้วยนะครับ 

สรุปเกี่ยวกับสินเชื่อรถแลกเงิน ไม่ต้องโอนเล่ม /โอนเล่ม

หลังจากที่เราได้ทำความเข้าใจกันอย่างละเอียดแล้ว ผมว่าเพื่อน ๆ น่าจะพอเข้าใจกับประเภทต่างๆ ของสินเชื่อรถแลกเงินที่ดูจะเหมือนกัน แต่ก็มีรายละเอียดที่ต่างกันอยู่แล้วใช่ไหมครับ ทีนี้ใครสะดวกแบบไหนก็ลองพิจารณาดูได้เลยครับ แต่ถ้าไม่ว่างหรือมีเรื่องอื่นที่ต้องทำ ให้ Refinn ได้ช่วยเพื่อนๆ ในด้านนี้สิครับ โดยเพื่อนๆ สามารถเข้าไปดูโปรโมชั่นอัปเดตข้อมูลของสินเชื่อทะเบียนรถ แล้วนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจก่อนอีกทีก็ได้ครับ เพื่อที่เพื่อนๆ จะได้พบกับสินเชื่อรถแลกเงินที่ไม่ใช่แค่ดี แต่ยังเหมาะกับเพื่อนๆ มากที่สุด

สามารถเช็กข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ของ Refinn โดยในเว็บนี้เราจะรู้ทั้งดอกเบี้ย และช่วยประมาณยอดวงเงินที่มีโอกาสขอได้ครับ และหากถูกใจก็สามารถยื่นสมัครเป็นสมาชิกกันแบบฟรีๆ ไปเลยครับ 

นอกจากสินเชื่อรถแลกเงินแล้ว เรายังมีบริการ รีไฟแนนซ์ รีไฟแนนซ์รถ รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต รวมไปถึง  สินเชื่อบ้านแลกเงิน ซึ่งเราจะมีทีมงานค่อยช่วยติดตามเคสให้อีกแรงหนึ่ง เพื่อให้ทราบผลได้เร็วขึ้นอีกด้วยครับ

เผยแพร่เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 2564
Refinn Writer
ช่วยเปรียบเทียบโปรโมชั่นที่ประหยัดดอกเบี้ยที่สุด ฟรี ไม่มีค่าบริการเพิ่มเติม