ความจริงของสินเชื่อบ้านแลกเงินไม่เช็กภาระหนี้ มีอยู่จริงไหม?
สินเชื่อบ้านแลกเงินคือทางเลือกสำหรับผู้ต้องการสภาพคล่องทางการเงิน

ความจริงของสินเชื่อบ้านแลกเงินไม่เช็กภาระหนี้ มีอยู่จริงไหม?

Key Takeaways

ในระบบสถาบันการเงินที่ถูกกฎหมายสินเชื่อบ้านแลกเงินที่ไม่เช็กภาระหนี้นั้น ไม่มีอยู่จริง เนื่องจากธนาคารจำเป็นต้องประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้เสมอเพื่อป้องกันความเสี่ยง รวมถึงกรณีสินเชื่อบ้านแลกเงินไม่เช็กเครดิตบูโรก็ไม่สามารถทำได้เช่นกัน เพราะข้อมูลเครดิตเป็นเครื่องมือสำคัญในการตรวจสอบประวัติและวินัยทางการเงิน อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีหนี้หลายก้อนแต่ประวัติการผ่อนชำระปกติ จ่ายตรงเวลา ไม่เคยค้างชำระ ย่อมมีโอกาสได้รับการอนุมัติ โดยสามารถแจ้งจุดประสงค์ต่อสถาบันการเงินเพื่อขอกู้ไปรวบหนี้หรือปิดหนี้ดอกเบี้ยสูงได้ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้สัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้อยู่ในเกณฑ์ที่ธนาคารยอมรับได้ และทำให้ภาระการผ่อนต่อเดือนลดลง 

สินเชื่อบ้านแลกเงินคือทางเลือกสำหรับผู้ต้องการสภาพคล่องทางการเงิน

เวลาที่สภาพคล่องทางการเงินเริ่มติดขัด มีภาระหนี้บัตรเครดิตหรือสินเชื่อส่วนบุคคลหลายก้อนจนเริ่มรู้สึกว่าผ่อนจ่ายไม่ไหว หลายคนที่มีบ้านปลอดภาระเป็นของตนเองมักจะมองว่า นี่คือตัวช่วยที่จะดึงเงินก้อนออกมาหมุนเวียนได้ แต่ด้วยความกังวลว่าตนเองมีภาระหนี้สินเยอะจนกลัวสถาบันการเงินจะไม่อนุมัติ จึงเกิดเป็นคำถามยอดฮิตที่ว่า สินเชื่อบ้านแลกเงินที่ไม่เช็กภาระหนี้นั้นมีจริงไหม หรือมีแหล่งเงินทุนที่ไหนรับบ้านแลกเงินแบบไม่เช็กเครดิตบูโรบ้าง

ในความเป็นจริง สถาบันการเงินในระบบมีมาตรฐานการพิจารณาความเสี่ยงที่ชัดเจน การไม่ตรวจสอบประวัติทางการเงินเลยจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่ก็ใช่ว่าคนที่มีหนี้เยอะจะหมดโอกาสเสมอไป หากรู้วิธีการวางแผนและเตรียมตัวอย่างถูกต้อง โอกาสในการกู้ผ่านก็มีสูงมาก บทความนี้จะพาไปเจาะลึกความจริงเรื่องการประเมินภาระหนี้ พร้อมเทคนิคการยื่นกู้สำหรับคนที่มีภาระหนี้หลายก้อนให้ผ่านฉลุย

สินเชื่อบ้านแลกเงินแบบไม่เช็กภาระหนี้ มีจริงไหม ?

เมื่อพูดถึงธนาคารหรือสถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย การอนุมัติโดยไม่ตรวจสอบภาระหนี้เลยนั้นไม่มีอยู่จริง โดยปกติธนาคารจะต้องตรวจสอบและคำนวณภาระหนี้สินทั้งหมดของผู้ขอสินเชื่อ เพื่อประเมินความสามารถในการผ่อนชำระ (Debt Service Ratio: DSR) เสมอ การประเมินนี้ทำไปเพื่อให้แน่ใจว่า ผู้กู้จะมีรายได้เพียงพอสำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และสามารถผ่อนชำระค่างวดใหม่ได้อย่างราบรื่นโดยไม่สร้างปัญหาหนี้เสียในอนาคต

ระวัง! โฆษณาชวนเชื่อจากแหล่งเงินกู้นอกระบบ

หากพบเห็นโฆษณาที่ระบุอย่างชัดเจนว่า รับจัดหาสินเชื่อบ้านแลกเงินโดยไม่เช็กภาระหนี้ อนุมัติไว ไม่ดูเอกสารรายได้ ให้พึงระวังไว้ก่อนว่าอาจเป็นแหล่งเงินกู้นอกระบบ หรือการทำสัญญาขายฝาก จำนองกับนายทุนอิสระที่เน้นการยึดทรัพย์สินเป็นหลักหากผู้กู้ผิดนัดชำระ แหล่งเงินทุนเหล่านี้มีความเสี่ยงสูงมาก ทั้งในเรื่องของอัตราดอกเบี้ยที่แพงเกินกว่ากฎหมายกำหนด และสัญญาที่อาจเอาเปรียบผู้กู้ในทุกช่องทาง

บ้านแลกเงินไม่เช็กเครดิตบูโร มีที่ไหนบ้าง ?

หากกำลังตามหาว่าสินเชื่อบ้านแลกเงินที่ไม่เช็กประวัติเครดิตเลยว่ามีให้บริการที่ไหนบ้าง ต้องตอบตามตรงว่า "ไม่มีในสถาบันการเงินที่ถูกกฎหมาย" หากพบเห็นโฆษณาหรือแหล่งเงินทุนที่อ้างว่าสามารถอนุมัติได้โดยไม่ดูประวัติทางการเงิน มักจะเป็นการกู้ยืมเงินนอกระบบ ซึ่งตามมาด้วยความเสี่ยงเรื่องดอกเบี้ยอัตราโหดและสัญญาที่ไม่เป็นธรรม สำหรับสถาบันการเงินในระบบแล้ว การตรวจสอบประวัติเครดิตถือเป็นขั้นตอนมาตรฐานที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

ทำไมสถาบันการเงินในระบบจึงต้องเช็กเครดิตบูโร ?

บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือเครดิตบูโร (NCB) ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลประวัติการชำระหนี้ของบุคคลธรรมดา ธนาคารจำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลส่วนนี้เพื่อดู "วินัยทางการเงิน" ว่าที่ผ่านมาผู้กู้มีความรับผิดชอบในการจ่ายหนี้ตรงตามกำหนดเวลาหรือไม่ การเช็กประวัติจึงไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อกีดกันคนมีหนี้ หรือดูปริมาณหนี้เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการประเมินความน่าจะเป็นในการผิดนัดชำระหนี้ในอนาคตเพื่อควบคุมความเสี่ยงของระบบการเงิน

ความเข้าใจผิดเรื่องเครดิต : หนี้เยอะ ไม่ได้แปลว่า "ติดบูโร"

หลายคนมักกังวลและเข้าใจผิดว่า การมีหนี้บัตรเครดิตหลายใบ หรือมีสินเชื่อส่วนบุคคลหลายก้อน จะทำให้สถานะเครดิตเสียหรือที่เรียกกันติดปากว่า "ติดบูโร" และพยายามหาแหล่งกู้ที่ไม่เช็กประวัติ 

แต่ในความเป็นจริง ตราบใดที่มีการชำระค่างวดขั้นต่ำตรงเวลา ไม่เคยปล่อยให้มีการค้างชำระเกินกำหนด (Late Payment) ประวัติเครดิตในระบบก็จะยังคงโชว์ “สถานะปกติ” ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกที่แสดงให้ธนาคารเห็นถึงความพยายามและวินัยในการบริหารจัดการหนี้ที่ดี และสามารถยื่นขอสินเชื่อบ้านแลกเงินในระบบได้ตามปกติ

สมัครสินเชื่อบ้านแลกเงินผ่านระบบออนไลน์ กับแพลตฟอร์ม Refinn

บ้านแลกเงินติดภาระหนี้หลายก้อนยังขอได้ไหม ? กู้ยังไงให้ผ่าน

มาถึงจุดที่หลายคนกังวลคือ หากยังติดภาระหนี้หลายก้อนจะยังขอสินเชื่อบ้านแลกเงินได้ไหม คำตอบคือ "ขอได้และยังพอมีโอกาสผ่าน" หากรู้จักวางแผนและใช้วิธีการที่ถูกต้องในการยื่นกู้ ดังนี้

ขอกู้เพื่อ "รวบหนี้" (Debt Consolidation)

การขอกู้เพื่อรวบหนี้หรือรวมหนี้ คือเทคนิคสำคัญที่สุดสำหรับคนที่มีหนี้เยอะ เมื่อทำการยื่นกู้ ให้แจ้งจุดประสงค์กับธนาคารอย่างชัดเจนว่าต้องการนำเงินก้อนนี้ไป "ปิดหนี้ดอกเบี้ยสูง" ทั้งหมดที่มีอยู่ ธนาคารหลายแห่งมีนโยบายสนับสนุนการรวบหนี้ โดยจะนำภาระหนี้เดิมที่จะถูกปิดมาหักลบออกจากการคำนวณ DSR ทำให้โอกาสในการอนุมัติเพิ่มขึ้นอย่างมาก

เตรียมเอกสารรายได้ให้ชัดเจน

ความน่าเชื่อถือด้านรายได้คือตัวแปรสำคัญ ควรเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนและเป็นระเบียบ เช่น สลิปเงินเดือนฉบับล่าสุด หนังสือรับรองเงินเดือน และรายการเดินบัญชี (Statement) ย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน เพื่อพิสูจน์ให้สถาบันการเงินเห็นถึงแหล่งที่มาของรายได้ที่มั่นคงและสม่ำเสมอ

หาคนกู้ร่วมช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ

หากธนาคารประเมินแล้วพบว่า รายได้สุทธิของผู้กู้หลักยังไม่เพียงพอที่จะรองรับภาระค่างวดใหม่ การเพิ่มผู้กู้ร่วมที่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดและมีรายได้ที่มั่นคง จะเป็นการรวมฐานรายได้ให้ใหญ่ขึ้น ช่วยลดยอดภาระหนี้ต่อรายได้ลง และเพิ่มความมั่นใจให้สถาบันการเงินในการอนุมัติสินเชื่อ

สรุปทิ้งท้าย ก่อนตัดสินใจใช้บ้านแลกเงิน

สรุปแล้วสินเชื่อบ้านแลกเงินที่ไม่เช็กภาระหนี้ในระบบสถาบันการเงินที่ปลอดภัยนั้น “ไม่มีอยู่จริง” เพราะธนาคารจำเป็นต้องดูแลความเสี่ยง แต่หากคุณมีวินัยในการจ่ายหนี้ที่ดี แม้จะมีหนี้หลายก้อนก็ยังขอสินเชื่อได้ โดยใช้เทคนิคการยื่นกู้เพื่อ "ปิดหนี้ดอกเบี้ยสูง" ซึ่งธนาคารหลายแห่งก็พร้อมอนุมัติเพื่อช่วยให้คุณรวมหนี้มาผ่อนทางเดียวในดอกเบี้ยที่ถูกลง

หากคุณกำลังเผชิญกับภาระหนี้ที่หนักอึ้ง และอยากรู้ว่าบ้านของคุณสามารถนำมาเปลี่ยนเป็นเงินก้อนเพื่อเคลียร์หนี้ได้อย่างไรบ้าง ลองเข้ามาเปรียบเทียบโปรโมชันสินเชื่อบ้านแลกเงินผ่าน Refinn เราช่วยคัดเลือกธนาคารที่ให้วงเงินสูงและมีเงื่อนไขที่เหมาะกับสถานะการเงินของคุณที่สุดได้ฟรี พร้อมมีทีมงานคอยให้คำปรึกษาและประสานงานให้จนกว่าจะได้รับอนุมัติ

สอบถามเพิ่มเติม

ข้อมูลอ้างอิง


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสินเชื่อบ้านแลกเงิน (FAQs)

Q: หากนำบ้านที่ยังผ่อนไม่หมด หรือยังติดจำนองอยู่ มาทำบ้านแลกเงินได้หรือไม่?

A: สามารถทำได้ เรียกว่าการรีไฟแนนซ์บ้านพร้อมขอกู้เพิ่ม (Top-up) โดยธนาคารจะประเมินมูลค่าบ้านในปัจจุบันหักลบกับยอดหนี้คงเหลือ หากยังมีส่วนต่างที่เพียงพอ ธนาคารก็สามารถอนุมัติวงเงินกู้เพิ่มเพื่อให้ผู้กู้นำไปใช้จ่ายอเนกประสงค์ได้

Q: บ้านหรือหลักทรัพย์ที่นำมาค้ำประกัน จำเป็นต้องเป็นชื่อของผู้กู้เพียงคนเดียวหรือไม่?

A: ไม่จำเป็น หลักทรัพย์สามารถเป็นกรรมสิทธิ์ร่วม หรือเป็นชื่อของบุคคลอื่นในครอบครัว เช่น พ่อ แม่ คู่สมรส หรือบุตรก็ได้ แต่ที่สำคัญคือเจ้าของกรรมสิทธิ์หลักทรัพย์นั้น ๆ จะต้องยินยอมและมาลงนามเป็นผู้ค้ำประกันหรือผู้กู้ร่วมในการทำนิติกรรมด้วย

Q: อายุของผู้กู้ มีผลต่อระยะเวลาในการผ่อนชำระสินเชื่อบ้านแลกเงินอย่างไร ?

A: มีผลโดยตรง ธนาคารส่วนใหญ่จะกำหนดให้ระยะเวลาผ่อนชำระเมื่อรวมกับอายุของผู้กู้แล้วต้องไม่เกิน 65-70 ปี ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคาร และอาชีพของผู้กู้ ดังนั้น หากผู้กู้มีอายุมาก ระยะเวลาที่สามารถเลือกผ่อนชำระได้ก็จะสั้นลง ซึ่งอาจส่งผลให้ค่างวดต่อเดือนสูงขึ้นเมื่อเทียบกับผู้กู้ที่มีอายุน้อยกว่า

เผยแพร่เมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2569
Refinn Writer
Refinn ช่วยคุณหาดีลธนาคารที่ดีที่สุด