ต่อเติมบ้าน

ต่อเติมบ้าน ซ่อมแซมบ้าน ด้วยสินเชื่อบ้านแลกเงินดีไหม?

อยู่ที่ไหนก็ไม่สุขใจเท่าอยู่บ้าน สำหรับคนมีบ้านหรือคอนโดเป็นของตัวเองเราก็คนอยากจะตกแต่งให้เข้ากับความเป็นเรา ไปทำงานกลับมาเจอบ้านก็รู้สึกอบอุ่น สบายใจจนหายเหนื่อย แต่บ้านก็มีอายุการใช้งาน มีการเสื่อมสภาพบ้างเราอยู่ไปก็ต้องมีการต่อเติม ซ่อมแซมบ้าง และแน่นอนว่าค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ก็ค่อนข้างที่จะต้องใช้เงินก้อนอยู่เลยทีเดียว หากใครที่มีเงินเก็บอยู่แล้วคงไม่ได้เป็นปัญหาอะไร แต่สำหรับคนที่อาจจะยังไม่พร้อมละบ้านไม่ซ่อมก็รอไม่ได้แล้วแบบนี้จะใช้ทำอย่างไร วันนี้เราเลยจะมาคุยกันเรื่องหากเราจำเป็นต้องกู้สินเชื่อมาใช้ในส่วนนี้เราควรใช้สินเชื่ออะไรดีครับ

สินเชื่อสำหรับการต่อเติมหรือซ่อมแซมบ้าน

เอาจริง ๆ ถ้าต้องการเงินมาสำหรับต่อเติมบ้านเราสามารถใช้สินเชื่ออะไรก็ได้ครับขอแค่ให้มันเพียงพ่อต่อค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น แต่ที่ดูจะตรงจุดที่สุดจะแนะนำเป็นสินเชื่อที่เกี่ยวกับบ้านครับ ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ

  1. การทำบ้านแลกเงิน เพื่อนำเงินมาทำการต่อเติม ซ่อมแซมบ้าน
  2. การรีไฟแนนซ์บ้านและขอวงเงินเพิ่มสำหรับการต่อเติมและซ่อมแซมบ้าน (สินเชื่ออเนกประสงค์)

โดยวันนี้เราจะขอโฟกัสไปที่บ้านแลกเงินก่อนนะครับ ส่วนการรีไฟแนนซ์บ้านเดียวเราจะทำแยกออกมาอีกหนึ่งตอน เพื่อไม่ให้ยาวจนเกินไป

ต่อเติมบ้านด้วยสินเชื่อบ้านแลกเงินคือยังไง?

บ้านแลกเงิน (Home for Cash) หรือถ้าเราเรียกกันภาษาทั่วๆ ไปก็คือ การจำนองบ้าน นั้นแหละครับ ซึ่งอันนี้เราจะพูดในแง่ที่เราทำกับธนาคารอย่างถูกต้อง ดอกเบี้ยตามกฏหมายนะครับ สิ่งหนึ่งที่คุณต้องเข้าใจก่อนคือการที่เราจะทำบ้านแลกเงิน หรือจำนองได้นั้นคุณจะต้องมีบ้านที่ปลอดภาระหนี้แล้ว (บ้านที่ผ่อนหมดแล้ว) มาเป็นหลักค้ำประกัน ส่วนใครที่ยังผ่อนไม่หมดจะเป็นการรีไฟแนนซ์บ้านและขอวงเงินเพิ่มครับ

วิธีการทำบ้านแลกเงินคือ ธนาคารจะประเมินราคาบ้านและดูคุณสมบัติของคุณ(ผู้กู้)ว่าจะผ่านเงื่อนไขของธนาคารที่ได้กำหนดไว้หรือไม่ ถ้าไม่มีปัญหาอะไร คุณก็จะได้เงินก้อนตามที่ธนาคารประเมินและอนุมัติให้ เพื่อที่จะได้นำเงินมาต่อเติมหรือตกแต่งบ้าน หรือนำไปใช้ตามที่คุณต้องการครับ โดยส่วนใหญ่ธนาคารจะเริ่มปล่อยสินเชื่อวงเงินตั้งแต่ 200,000 บาทครับ (ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับราคาที่ประเมินด้วยครับ) 

ยกตัวอย่าง

คุณซื้อบ้านมา 3 ล้านบาท ผ่อนหมดแล้ว หากคุณทำเรื่องขอสินเชื่อบ้านแลกเงิน แล้วธนาคารมาทำการประเมินหลักทรัพย์ (บ้านหรือคอนโด) แล้วแจ้งว่าหลักทรัพย์ของคุณปัจจุบันมีมูลค่าอยู่ที่ 3.5 ล้านบาท นี้ก็จะเป็นวงเงินที่คุณสามารถทำเรื่องขอสินเชื่อได้ (ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับเกณฑ์แต่ละธนาคารด้วยนะครับบางที่ให้ 100% บางที่ให้ 80% ของราคาประเมิน)

แต่ถึงแม้ว่าธนาคารจะประเมินมาให้สูงถึง 3.5 ล้านก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องกู้ทั้งหมดนะครับ สามารถแจ้งธนาคารได้ว่าจะรับเงินที่เท่าไร ก็แนะนำว่าควรจะเอามาเท่ากับที่เราต้องการใช้ครับ เพราะถึงแม้ว่าดอกเบี้ยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยนั้นจะถูก แต่ถ้าเราไม่ได้มีเหตุจำเป็นต้องใช้วงเงินทั้งหมดก็ไม่ควรนำมาสร้างภาระหนี้ให้เสียดอกเบี้ยครับ

ใช้สินเชื่อบ้านแลกเงินในการต่อเติมบ้านดีอย่างไร?

สำหรับคนที่มีบ้านแล้วอยากซ่อมแซมต่อเติมบ้าน ที่ผมอยากแนะนำเป็นสินเชื่อบ้านแลกเงินนั้น ผมได้แบ่งจุดที่น่าสนใจไว้ 3 เรื่องด้วยกันครับ

1. ได้วงเงินกู้ที่สูงกว่า 

ปกติการกู้ทางธนาคารเขาจะมีวิธีการพิจารณาการปล่อยสินเชื่อตามความสามารถและหลักประกันอย่าง

สินเชื่อส่วนบุคคล แม้จะไม่ใช้หลักทรัพย์ใด ๆ ในการค้ำประกัน แต่ธนาคารก็มองว่าเราใช้เครดิตของเราเป็นตัววัด (ความน่าเชื่อถือในหน้าที่การงาน)โดยเขาก็จะพิจารณาการให้กู้จากรายได้ของเราโดยปกติแล้วจะให้สูงสุดอยู่ที่ 5 เท่าของรายได้

แต่โดยทั่วไปแล้วที่ผมเห็นก็จะอยู่ประมาณ 1.5 - 4 เท่าครับ หากเราเงินเดือน 30,000 บาท ก็อาจจะได้วงเงินกู้ 45,000 - 120,000 บาทโดยประมาณครับ

สินเชื่อรถแลกเงิน ก็จะมีการใช้รถในการค้ำประกันแล้วก็ให้วงเงินกู้ได้สูงสุดเท่ากับราคาประเมินรถของเราครับ เช่น เราซื้อรถมา 500,000 บาท ถ้าธนาคารหรือสถาบันการเงินมาประเมินแล้วว่าราคาตลาดอยู่ที่ 500,000 บาทเราก็อาจจะได้เงินเท่านี้

แต่ในความเป็นจริงรถจะมีการถูกหักในเรื่องของค่าเสื่อสภาพรถเป็นปกติอยู่แล้วครับ และก็เรื่องอายุรถ เราก็น่าจะไม่ได้เต็มจำนวนเท่ากับเงินที่เราซื้อมา

ส่วนบ้านแลกเงิน ก็จะคล้าย ๆ กับรถแลกเงินเลยครับ แต่เนื่องจากมูลค่าบ้านนั้นมักจะสูงกว่าราคารถอยู่แล้ว และยิ่งนานทรัพย์สินพวกอสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้าน ที่ดิน ก็มีราคาที่เพิ่มขึ้น แน่นอนว่าเราก็จะได้วงเงินที่สูงตามมูลค่าบ้านหรือคนโดที่นำมาขอสินเชื่อครับ นี้จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงสินเชื่อบ้านแลกเงินถึงได้วงเงินที่สูงกว่า

2. ได้ดอกเบี้ยที่ถูกว่า 

สำหรับสินเชื่อบ้านแลกเงิน เมื่อเที่ยบกับสินเชื่ออื่น ๆ เช่น สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อรถ แน่นอนว่าธนาคารถือเป็นทรัพย์สินที่มีความเสี่ยงน้อยกว่า ยังสงสัยใช่ไหมครับว่าคำว่าน้อยกว่าธนาคารมองอย่างไร

อย่างสินเชื่อส่วนบุคคล ธนาคารใช้เครดิตของเรามาเป็นหลักประกัน แต่ถ้าลูกค้าเลือกที่จะเบี้ยหนี้ แน่นอนว่าอย่างมากสุดลูกค้าก็เสียเครดิต แต่ธนาคารเองไม่สามารถนำเครดิตนั้นมาเปลี่ยนเป็นเงินได้ครับ ทำให้ธนาคารมีความเสี่ยงที่สูงกว่าดอกเบี้ยก็ต้องครอบคุมความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นครับ

แต่ถ้าเทียบกับสินเชื่อรถอย่างรถแลกเงิน ที่เป็นสินเชื่อมีหลักประกันเช่นกัน ทีนี้เราต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่าโดยปกติแล้วรถที่ยิ่งใช้นานจะมีเรื่องความเสื่อมสภาพเข้ามา ยิ่งปีสูงราคาที่ขายได้ก็จะยิ่งน้อยลง ซึ่งสวนทางกับกลุ่มของอสังหาริมทรัพย์ครับที่ปกติแล้วมูลค่าจะค่อนข้างเพิ่มขึ้นในทุก ๆ ปี ความเสี่ยงก็น้อยกว่านี้จะเป็นส่วนหนึ่งของเหตุผลว่าทำไหมบ้านแลกเงินจึงได้ดอกเบี้ยที่ถูกกว่า

3. ผ่อนสบายกว่า

การผ่อนชำระของสินเชื่อบ้านแลกเงิน เรียกได้ว่าผ่อนชำระต่อเดือนต่ำที่สุดเลยครับ ซึ่งปัจจัยที่ทำให้ผ่อนได้ถูกมีอยู่ 2 อย่าง

อย่างแรกระยะเวลาผ่อนที่นานกว่า สินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อรถถ้าในตอนนี้เลยเขาจะให้ผ่อนได้สูงสุดไม่เกิน 72 เดือน ( 6 ปี) ส่วนสินเชื่อบ้านบานแลกเงินนั้นจะให้ผ่อนได้สูงสุดที่ 20 ปี ครับ

เราลองมาคำนวนง่าย ๆ กันว่า ถ้าเรากู้เงิน 500,000 บาท คิดแค่ผ่อนชำระเงินต้นอย่างเดียวนะครับยังไม่รวมดอกเบี้ยจะได้เห็นภาพชัดๆ

สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อรถ = 500,000 บาท ÷ 72 เดือน (6 ปี)
ผ่อนต่อเดือน = 6,945 บาท

ที่นี้เราลองมาเทียบกับสินเชื่อบ้านแลกเงินบ้านที่ผ่อนได้นานกว่า

สินเชื่อบ้านแลกเงิน = 500,000 ÷ 240 เดือน (20 ปี)
ผ่อนต่อเดือน = 2,084 บาท

พอจะเห็นภาพชัดขึ้นไหมครับว่าระยะเวลานั้นก็มีผลต่อยอดผ่อนเราสามารถผ่อนได้ถูกลงถึงประมาณ 4 พันบาทเลยทีเดียว แต่หลายคนอาจจะคิดว่าก็ไม่ได้อยากเป็นหนี้นาน ถ้าคำนวนระยะเวลาปีที่เท่ากันก็ต้องผ่อนเท่ากันอยู่ดี งั้นเราไปดูข้อดีข้อต่อไปกันครับ

อย่างที่สองคือดอกเบี้ยครับ หมือนที่ได้บอกไปในหัวข้อที่แล้วว่าบ้านแลกเงินนั้นดอกเบี้ยถูกกว่า และถ้าเราลองเปรียบเทียบกันแบบที่ระยะเวลาผ่อนเท่ากันแน่นอนว่ายอดผ่อนต่อเดือนย่อมถูกกว่าด้วย ยกตัวอย่างให้เห็นภาพครับ

ถ้าเรากู้เงิน 500,000 บาท ในเดือนแรกระหว่างสินส่วนบุคคล กับสินเชื่อบ้านจะจ่ายดอกเบี้ยตต่างกันดังนี้ครับ โดยผมจะเลือกสินเชื่อส่วนบุคคลดอกเบี้ยโปรโมชั่นประมาณ 11% มาเทียบให้ดูนะครับ

ดอกเบี้ยส่วนบุคคล = (500,000 x 30 x 11%) ÷ 365
ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ย = 4,520 บาท

ที่นี้เราลองมาเทียบกับสินเชื่อบ้านแลกเงินที่ดอกเบี้ยประมาณ 5.5% กันครับ

ดอกเบี้ยส่วนบุคคล = (500,000 x 30 x 5.5%) ÷ 365
ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ย = 2,260 บาท

จากที่ได้คำนวนให้ดูจะเห็นเลยนะครับว่าดอกเบี้ยต่างกันอยู่ประมาณครึ่งหนึ่งเลยที่เราต้องจ่ายต่อเดือนถ้าเราเซฟในเรื่องดอกเบี้ยได้ยอดผ่อนต่อเดือนเราก็ถูกลงไปด้วยครับ

สินเชื่อบ้านแลกเงินดีที่สุดจริงหรอ

อ่านมาซะยาวจะหาว่าผมอวยสินเชื่อบ้านแลกเงินอย่างเดียว ต้องออกตัวก่อนว่าไม่ใช่นะครับ สินเชื่อแต่ละแบบก็จะมีความเหมาะสมที่ต่างกันครับ สินเชื่อบ้านแลกเงินเองก็มีข้อจำกัดเช่นกัน ซึ่งผมแบ่งออกเป็น 2 ข้อ

1. ระยะเวลาในการขอสินเชื่อ 

หากคุณทำรถแลกเงินแบบไม่โอนเล่มคุณอาจจะได้เงินภายใน 3 วัน
ถ้าเป็นสินเชื่อส่วนบุคคลก็อาจจะได้ภายใน 7 วัน

แต่พอมาเป็นบ้านแลกเงินคุณอาจต้องใช้เวลามากกว่านั้นเพราะมันจะมีขั้นตอนในการตรวจ พิจารณาที่มากกว่าครับ แน่นอนว่าถ้าบ้านคุณโดนพายุพัด หลังคาพัง หรือห้องน้ำพังต้องขุดลอกท่อซ่อมแซมบ้านครั้งใหญ่ จะมาให้รอ15 วัน 30 วัน แล้วค่อยซ่อมก็คงจะรอไม่ไหวใช่ไหมครับแบบนี้ก็อาจจะต้องเลือกใช้สินเชื่ออื่นไปก่อนแต่ ก็อาจจะขอมาไม่เยอะเท่าที่จำเป็นเฉพาะจุดก่อนครับ เพราะจะโดนดอกเบี้ยสูง

และระหว่างั้นเราอาจจะทำเรื่องขอสินเชื่อ Home for Cash ไปด้วย พอได้เงินมาเราจะได้รีบนำไปโป๊ะเงินที่เรากู้จากสินเชื่ออื่นที่มีดอกเบี้ยสูงกว่าได้ครับ ก็จะเป็นอีกหนึ่งวิธีในการบริหารจัดการเงิน

2. ขั้นตอนที่มากกว่า 

พูดง่ายๆ แบบไม่ต้องให้ดูดีเลยก็คือมีความ ยุ่งยาก มากกว่าครับ แบบคุณไปขอสินเชื่อส่วนบุคคลใช้บัตรประชาชนใบเดียวก็อาจจะทำได้เลย แต่สินเชื่อบ้านมันต้องมีเอกสารที่มากกว่าทั้งเอกสารส่วนตัว เอกสารหลักทรัพย์ ส่งเอกสารเสร็จก็ต้องมีการนัดตรวจบ้านอีกครับ หลายคนอาจจะถอดใจตั้งแต่ตอนหาเอกสารแล้วเพราะไม่รู้ว่าเก็บไว้ไหน

ซึ่งถ้าคุณต้องการใช้เงินในการต่อเติมซ้อแซมไม่เยอะหลักหมื่นก็แนะนำอาจจะลองใช้สินเชื่ออื่นดีกว่าครับเพื่อลดความยุ่งยากในส่วนนี้ไป

อ่านมาถึงตรงนี้แล้วเพื่อน ๆ คงน่าจะเห็นภาพชัดมากขึ้นแล้วนะครับว่าเราควรใช้สินเชื่อประเภทไหนดี แบบไหนที่เหมาะกับเราซึ่งใครที่ยังคงรู้สึกว่าบ้านแลกเงินตอบโจทย์อยู่ผมก็อยากให้ลองใช้บริการฟรี ในการเช็คโปรโมชั่นบ้านแลกเงินจากธนาคารชั้นนำจาก www.refinn.com ซึ่งจะช่วยให้เราประหยัดเวลา และไม่ต้องไปยื่นสมัครเองที่สาขาเลยครับ ข้อมูลที่มีก็ครบเพียงพอต่อการตัดสินใจและเรายังมีทีมงานคอยช่วยเหลือและให้คำแนะนำฟรีด้วยครับ เพื่อมีข้อสงสัยตรงไหนจะได้ทักเข้ามาถามพูดคุยกันได้ครับ

เผยแพร่เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2564
Refinn Writer
ช่วยเปรียบเทียบโปรโมชั่นที่ประหยัดดอกเบี้ยที่สุด ฟรี ไม่มีค่าบริการเพิ่มเติม