รีไฟแนนซ์บ้านธนาคารเดิม

รีไฟแนนซ์บ้านหรือลดดอกเบี้ยบ้านธนาคารเดิม แบบไหนคุ้มกว่ากัน อัปเดต 2656

ช่วงนี้กระแสเรื่องการปรับขึ้นดอกเบี้ยเรียกได้ว่ามาแรงมากเลยครับ เพราะในเดือนกรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมาก็มีข่าวแง้มๆ มาว่าจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วๆ นี้ และแนะนอนว่าถ้ามีการปรับขึ้นดอกเบี้ย สินเชื่อน่าจะทุกประเภทก็จะมีการปรับขึ้นด้วยรวมถึงสินเชื่อบ้าน สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน น่าจะโดนด้วยกันหมดครับ

คนมีบ้านก็เริ่มตื่นตัวและถามกับ Refinn กันเข้ามาเยอะมาเลยครับว่า ระหว่างรีไฟแนนซ์บ้านเพื่อลดดอกเบี้ยไปที่ใหม่ กับขอลดดอกเบี้ยบ้านธนาคารเดิม แบบไหนดีกว่ากัน เรียกว่าเป็นคำถามที่ตอบยากมาเลยครับ เพราะมันต้องดูจากหลายปัจจัยประกอบกัน ซึ่งผมได้ลองสรุปข้อดี ของการรีไฟแนนซ์บ้าน กับการขอลดดอกเบี้ยบ้านมาให้เป็นแนวทางกันดังนี้ครับ

ข้อดีของการรีไฟแนนซ์บ้านไปธนาคารใหม่

สำหรับข้อดีของการรีไฟแนนซ์บ้านไปธนาคารใหม่ ผมสรุปมาได้ประมาณ 3 ข้อครับ

1. รีไฟแนนซ์บ้านไปธนาคารใหม่ได้รับดอกเบี้ยที่ถูกกว่า

ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้านเปิดปี 2565 นี้แข่งขันกันแรงมาเลยผมเห็นดอกเบี้ยบ้านเริ่มกันที่ประมาณ 2.39% เลย แล้วส่วนใหญ่ก็จะเกาะกลุ่มกันอยู่ที่ประมาณ 2.3% - 2.8% ซึ่งหากเทียบกับการขอลดดอกเบี้ย ในช่วงปี 2564 - 2565 จากที่รีฟินน์ได้ให้บริการผู้ที่มาขอรีไฟแนนซ์ส่วนใหญ่ที่พบหากขอลดดอกเบี้ยบ้านจะลดกันอยู่ที่ประมาณ 3.1% - 4.8% หรือมากกว่านี้ ซึ่งหากเรามาคำนวนดูแล้วแม้ว่าเราจะต้องเสียค่าจดจำนองใหม่ แต่ก็ยังถือว่าประหยัดดอกเบี้ยมากกว่าครับ และระยะเวลา 3 ปี ก็น่าจะประหยัดได้เป็นหลักแสนเลยครับ แต่ทั้งนี้ก็ต้องมาดูที่ยอดหนี้และดอกเบี้ยที่ได้อีกที เช็คโปรโมชั่นดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้าน 2565

2. รีไฟแนนซ์บ้านแล้วยอดผ่อนที่อาจปรับลดลง

แน่นอนว่าตอนที่เราจะรีไฟแนนซ์บ้าน หมายถึงเราได้ผ่อนมาแล้วระยะหนึ่งอย่างน้อยก็ 3 ปี ยอดหนี้ที่เรารีไฟแนนซ์บ้านไปก็น้อยลงไปด้วย ซึ่งยอดผ่อนก็จะคำนวนจากยอดหนี้ที่ที่เราไปกู้ครับ ยอดหนี้น้อยลงก็อาจทำให้ค่างวดผ่อนแต่ละงวดของเราลดลงไปด้วย แต่หากใครที่ต้องกู้ครั้งก่อนเลือกเป็นการผ่อนแบบขั้นบันได ก็ต้องดูยอดผ่อนในงวดที่ 37 เป็นต้นไปเอามาเทียบครับ

3. รีไฟแนนซ์บ้านแล้วขอวงเงินกู้เพิ่มได้

เงินที่เราผ่อนบ้านไปแต่ละงวดจะถูกแบ่งเป็นเงินต้นกับดอกเบี้ย ซึ่งผ่อนมาเรื่อยๆ เงินต้นก็จะลดลงไป ซึ่งตรงนี้จะมีส่วนต่างที่เราสามารถขอทำเป็นสินเชื่อเอกประสงค์ได้ ข้อดีในตอนที่เราทำการรีไฟแนน์ก็คือคุณเหมือนคนเนื้อหอมครับ ใครก็อยากได้ เขาก็ออกโปรมาให้ เช่น ดอกเบี้ยรีไฟแนน์กับดอกเบี้ยสินเชื่ออเนกประสงค์จะให้เป็นดอกเบี้ยเดียวกัน ซึ่งปกติดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านอเนกประสงค์ก็จะอยู่ประมาณ 6%-9% ถ้าเราได้มาสัก 2%-3% ก็จะทำให้เราสามารถประหยัดเยอะอยู่ครับ

วิธีลดดดอกเบี้ยบ้าน

ข้อดีของการขอลดดอกเบี้ยบ้านกับธนาคารเดิม

สำหรับข้อดีของการขอลดดอกเบี้ยกับธนาคารเดิม ไม่รีไฟแนนซ์บ้านไปธนาคารใหม่ ผมสรุปมาได้ประมาณ 2 ข้อครับ

1. ไม่ต้องทำเรื่องรีไฟแนนซ์บ้านใหม่ ยื่นเอกสารใหม่

วิธีนี้คือสะดวกจริงๆ ครับ ไม่ต้องทำไรเลยพอถึงเวลาที่ต้องการลดดอกเบี้ยบ้านก็แค่โทรไปที่ธนาคารเดิมแล้วบอกว่าขอลดดอกเบี้ย เท่านี้ก็รอทางธนาคารเดิมโทรมาแจ้งว่าสามารถปรับลดดอกเบี้ยบ้านให้ได้เท่าไร จะได้รับดอกเบี้ยบ้านที่เท่าไร หลายธนาคารแทบไม่ต้องส่งเอกสารใหม่เลยครับ แค่ไปเซ็นเอกสารแสดงความจำนงในการขอลดดอกเบี้ยบ้านเท่านั้นเอง ง่ายมากเลยครับ แล้วเราก็อยู่กับธนาคารเดิมอีก 3 ปี แต่ความสบายก็แลกมากับดอกเบี้ยที่อาจจะสูงกว่าอยู่บ้าง แม้จะไม่ต้องเสียค่าจดจำนองใหม่ แต่ส่วนใหญ่แล้วก็ยังเสียดอกเบี้ยรวมที่มากกว่าการรีไฟแนนซ์ครับ

2. ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์บ้าน

ถ้าเรารีไฟแนน์บ้านเราจะมีค่าจดจำนองอยู่ที่ 1% ของวงเงินที่เรากู้ใหม่ง่ายๆ ก็ล้านละ 10,000 บาท แล้วก็อาจจะมีพวกค่าตรวจบ้าน ค่าอากรสแตมป์ แต่บางธนาคารก็จะฟรีแล้วแต่โปรโมชั่นครับ และแน่นอนว่าถ้าเราไม่รีไฟแนนซ์ เราก็อาจจะไม่ต้องจ่าย แต่ให้ไปพิจารณาว่าดอกเบี้ยที่ลดได้ถ้าเรารีไฟแนนซ์ไป กับอยู่ที่เดิมอันไหนคุ้มกว่ากัน

ข้อควรรู้ก่อนการรีไฟแนนซ์บ้าน

อันนี้เสริมใหม่อาจจะไม่เกี่ยวโดยตรงครับ แต่มีคนเข้าใจผิดและถามกันเข้ามาเยอะมาก คือ เวลารีไฟแนนซ์บ้านทุกครั้งต้องทำการสมัครประกัน MRTA ไม่งั้นจะทำให้การขอสินเชื่อโอกาสผ่านน้อยมาก

ซึ่งผมอยากจะบอกว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่จริงนะครับ แล้วถ้าธนาคารไหนให้ข้อมูลแบบนี้ถือว่าผิดครับ ลองคิดดูกันแบบง่ายๆ นะครับว่าธนาคารปล่อยเงินกู้ให้กับคุณเขาก็จะพิจารณาจากรายได้ว่าสามารถที่จะผ่อนชำระคืนได้ไหม และถ้าคุณกู้บ้านแล้วต้องมากู้เงินเพื่อซื้อประกัน MRTA อีกทำให้ภาระค่าใช้จ่ายก็สูงขึ้นตามไปด้วยถูกไหมครับ

แต่การที่เราทำประกัน MRTA ดีไหม ก็ต้องบอกว่าดีครับสำหรับคนที่มีกำลังทรัพย์พอ บางธนาคารก็อาจจะออกโปรร่วมมาให้ด้วย เช่น ฟรีค่าจดจำนอง แบบนี้เราก็ต้องมาคำนวนกันอีกทีว่ามันคุ้มหรือเปล่า หรือเราควรไปหาประกันจากแหละอื่น เช่น ประกันคุ้มครองสินเชื่อบ้านเพื่อประชาชน ที่จะมีราคาค้อนข้างถูกกว่า และสามารถซื้อตอนไหนก็ได้ที่เราพร้อม ไม่จำเป็นต้องซื้อตอนที่เรารีไฟแนนซ์บ้าน อันนี้ก็เก็บไปให้พิจารณาอีกทีครับ

ข้อแนะนำเกี่ยวกับรีไฟแนนซ์บ้านก่อนจากกัน

จากที่ผมสรุปให้ด้านบนก็น่าจะพอเป็นหนึ่งตัวช่วยในการตัดสินใจได้นะครับว่าเราควรรีไฟแนนซ์บ้านไหม หรือขอลดดอกเบี้ยบ้านดี ใครที่ครบสัญญาแล้วสามารถรีไฟแนนซ์บ้านได้แล้วนั้นในช่วงตอนนี้ธนาคารต่างๆ ก็อยู่ในช่วงดูทิศทางเตรียมปรับขึ้นดอกเบี้ย เราก็ควรรีบทำในช่วงนี้แหละครับก่อนที่จะมีการปรับดอกเบี้ยขึ้นเพื่อที่เราจะได้โปรโมชั่นรีไฟแนนซ์บ้านดอกเบี้ยถูกไปอย่างน้อยก็อีก 3 ปีครับ

หากใครที่อยากรีไฟแนนซ์บ้าน สามารถเข้าลองเข้าใช้บริการเปรียบเทียบโปรโมชั่นรีไฟแนนซ์บ้านจาก โปรไหนดอกเบี้ยบ้านถูกสุดจาก Refinn ได้ที่เลยครับ เราได้รวมโปรโมชั่นรีไฟแนนซ์บ้านที่อัพเดตล่าสุดกับทางธนาคารมาให้เลย ไม่ต้องเสียเวลาไปเช็คเองที่สาขาธนาคาร มีโปรโมชั่นดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้านพิเศษที่ได้เฉพาะช่องทาง Refinn เริ่มที่ 2.35% ด้วยนะครับลอง เปรียบเทียบโปรโมชั่นรีไฟแนนซ์บ้าน 2565 ได้เลย และยังสามารถยื่นสมัครรีไฟแนนซ์บ้านกับเราก็สามารถทำได้เช่นกันครับ ทางเรามีทีมที่คอยช่วยติดตาม และให้คำปรึกษาเพื่อให้การรีไฟแนนซ์บ้านของคุณราบรื่นขึ้น รวดเร็วขึ้น ลดการที่คุณต้องไปติดตามกับธนาคารเองด้วยครับ

แต่ถ้าใครอ่านแล้วยังไม่ถึงกำหนดที่ต้องรีไฟแนนซ์บ้านก็สามารถสมัครบริการฟรี บริการใหม่อย่าง Refinn Alert ไว้ได้เช่นครับครับ กรอบข้อมูลประมาณ 1 นาที แล้วเราจะคอยช่วยคุณแนะนำในการเตรียมเอกสาร เก็บเอกสารที่จำเป็นในเวลาสมควร คอยเตือนให้คุณสมัครรีไฟแนนซ์บ้าน คอยให้คำแนะนำ จนคุณรีไฟแนนซ์บ้านได้สำเร็จครับ สมัคร Refinn Alert

เผยแพร่เมื่อวันที่ 12 ส.ค. 2565
Refinn Writer
ช่วยเปรียบเทียบโปรโมชั่นที่ประหยัดดอกเบี้ยที่สุด ฟรี ไม่มีค่าบริการเพิ่มเติม