การรีไฟแนนซ์บ้าน

การรีไฟแนนซ์บ้าน คืออะไร อยากประหยัดค่าผ่อนบ้านต้องรู้ ปี 2565

เชื่อเลยว่าตอนที่เราจะซื้อบ้านหรือคอนโด เราจะวิ่งหาธนาคารที่ให้ดอกเบี้ยบ้านถูก แล้วมีคำถามมาทาง Refinn บ่อยมากกว่าดอกเบี้ยบ้านตอนนี้ถูกไหม ซื้อบ้านตอนนี้ดีหรือเปล่า? แต่พอตัดสินใจซื้อบ้านผ่านไป 3 ปี ส่วนใหญ่โปรโมชั่นดอกเบี้ยบ้านก็จะหมด แล้วดอกเบี้ยก็จะปรับสูงขึ้น จาก 2-3% เป็น 4-7% ต่อปี!! 

แต่คนส่วนใหญ่ก็อาจจะไม่รู้ว่าเราสามารถทำให้ดอกเบี้ยปรับมาใกล้เคียงตอนที่ซื้อบ้านใหม่ได้ และก็จะปล่อยให้เสียดดอกเบี้ยสูงแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดคุยกันในเรื่องของ วิธีที่จะลดดอกเบี้ยนบ้านด้วยการรีไฟแนนซ์บ้านกันครับ

การรีไฟแนนซ์บ้าน คืออะไร

การรีไฟแนนซ์บ้านพูดกันให้ง่ายๆ เลยก็คือการที่เราย้ายธนาคารที่กู้อยู่ปัจจุบัน ไปยังธนาคารใหม่ที่ให้ดอกเบี้ยบ้านเราถูกกว่าเดิม 

ตัวอย่าง

ยอดหนี้บ้านของผม อยู่ที่ 3 ล้านบาท ผ่อนต่อเดือน 20,000 บาท ดอกเบี้ยบ้าน 3 ปีแรกอยู่ที่ 2.7% เสียดอกเบี้ยเดือนละประมาณ 6,600 บาท/เดือน เป็นเงินต้น 13,4000 บาท

หลังผ่านไป 3 ปี ดอกเบี้ยปรับขึ้นมาเป็น 5% ผ่อนต่อเดือน 20,000 บาทเท่าเดิม เราจะเสียดอกเบี้ยเดือนละประมาณ 12,300 บาท! เงินต้นก็จะลดเหลือเพียง 7,700 บาทเท่า นั้นทั้งที่จ่ายเงินเท่าเดิมแต่เงินต้นลดลงไปเกือบ 1 เท่า น่าเสียดายมากครับ

แต่ถ้าเรามีประวัติทางการเงินที่ดี ผ่อนบ้านตรงเวลามาตลอด ก็จะมีธนาคารพร้อมให้ข้อเสนอในการหาดอกเบี้ยที่ถูกกว่า 5% มาให้เราครับ เราก็สามารถเลือกได้เลยว่าไปธนาคารไหนดี สวยเลือกได้ว่างั้นเลย!

ส่วนใครที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองโดนดอกเบี้ยเท่าไรหลังหมดสัญญาก็อยากให้ไปรื้อดูที่เอกสารสัญญาครับ เพราะว่านอกจากดอกเบี้ยที่ปรับขึ้นแล้ว 

รีไฟแนนซ์บ้านคืออะไร

4 ข้อดีของการรีไฟแนนซ์บ้าน

Refinance บ้านไม่ได้มีดีแค่เรื่องของการลดดอกเบี้ยนะครับ ผมสรุปขอดีๆ ใหญ่ๆ ของการรีไฟแนนซ์บ้านมาให้ดังนี้

1. ช่วยลดดอกเบี้ยบ้าน

ลดดอกเบี้ยบ้านเป็นเหตุผลหลักของการรีไฟแนนซ์เลย อย่างปัจจุบันดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้านจะอยู่ประมาณ 2.39% - 3% ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ในการพิจารณาของธนาคารครับว่าเราเข้าเกณฑ์ไหน เช่น ยอดหนี้บ้านคงเหลือมากกว่า 3 ล้านก็จะได้ดอกเบี้ยหนึ่ง น้อยกว่า 1.5 ล้านก็จะได้อีกดอกเบี้ยหนึ่ง หรือปัจจัยด้านเงินเดือนก็มีส่วนเกี่ยวข้องเช่นกัน

2. ลดระยะเวลาผ่อนบ้าน

ดอกเบี้ยบ้านที่ลดลง ทำให้เวลาที่เราผ่อนเงินต้นจะเยอะขึ้นทำให้การผ่อนบ้านของเราหมดเร็วลงด้วย อย่างน้อยๆ ถ้าเรารีไฟแนนซ์บ้านทุก 3 ปี จากที่ต้องผ่อน 30 ปี อาจจะเหลือ 25 ปี  หรือน้อยกว่านี้ด้วยครับ

3. ลดยอดผ่อนต่อเดือน

ยอดผ่อนบ้านก็เป็นหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจสำหรับใครที่ต้องการเสริมสภาพคล่องเพราะบางธนาคารพอหมดโปรโมชั่นดอกเบี้ยพิเศษก็จะมีการปรับยอดผ่อนให้สูงขึ้นด้วย ที่เราเรียกกันว่าผ่อนแบบขั้นบันได เช่น ช่วงปี 2 ปีแรกผ่อนบ้านล้านละ 3,500 บาท ผ่อนไปสักพักยอดผ่อนก็ปรับมาเป็นล้านละ 7,000 บาท 

ซึ่งการรีไฟแนนซ์บ้านก็อาจจะช่วยทำให้ยอดผ่อนต่อเดือนลดลงได้เช่นกันครับ โดยมาจาก 2 ปัจจัย คือ

  1. ตอนที่เรารีไฟแนนซ์ยอดหนี้บ้านของเราลดลงธนาคารก็จะคำนวนยอดหนี้บ้านคงเหลือ 
  2. เราเลือกผ่อนแบบขั้นบันไดอีกครั้ง


4. สามารถขอวงเงินกู้เพิ่ม เพื่อปิดภาระหนี้ได้

หากเรามีการผ่อนบ้านมาแล้วเกินสักระยะหนึ่งจนมีส่วนต่างของราคาบ้าน แล้วเกิดเรามีภาระหนี้ต้องการปิดเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง ก็สามารถทำ สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านพร้อมวงเงินลดภาระหนี้

ควรทำเรื่องรีไฟแนนซ์บ้านตอนไหน

ควรทำรีไฟแนนซ์บ้านตอนไหน

รีไฟแนนซ์บ้านตอนไหนดี นี้ก็เป็นอีกหนึ่งคำถามฮิต ผมขอตอบเป็นข้อ ๆ  เอาไว้ให้เช็คลิสกันนะครับ

1. ยื่นเรื่องขอรีไฟแนน์บ้านก่อนครบกำหนด 1 เดือนล่วงหน้า

อันนี้จะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดเพราะว่าขั้นตอนในการรีไฟแนนซ์ค่อยข้างจะใช้ระยะเวลาประมาณ 1 - 2 เดือนหรือบางทีก็ยาวไปถึง 3 เดือนเลยครับ แต่ถ้าเรารีบยื่นก่อนสัก 3 เดือนธนาคารส่วนใหญ่ก็จะบอกว่ายังไม่ถึงระยะเวลาที่จะทำเรื่องได้ เพราะโปรโมชั่นธนาคาร และเกณฑ์การพิจารณา อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ระหว่างที่เราทำเรื่องครับ แต่ตอนนี้เราก็สามารถเช็คโปรโมชั่น และสมัครออนไลน์ได้โดยที่ไม่ต้องไปที่ธนาคารเลยครับ เช็คโปรโมชั่นรีไฟแนนซ์บ้าน

2. ยังไม่ครบกำหนดสัญญา แต่ไม่อยากพลาดการรีไฟแนนซ์บ้าน

ผมแนะนำให้ใช้บริการ Refinn Alert บริการฟรี ที่จะให้คุณกรอกข้อมูลเกี่ยวกับการรีไฟแนนซ์นิดหน่อย แล้วจะมีทีมคอยของรีฟินน์ StartUp ที่ช่วยในการรีไฟแนนซ์ คอยเตือนคุณในช่วงต่างๆ ฟรี เช่น กี่เดือนล่วงหน้าที่คุณต้องเก็บเอกสารอย่างใบเสร็จ กี่เดือนล่วงหน้าที่คุณต้องยื่นสมัคร ซึ่งจะทำให้คุณไม่พลาดในการรีไฟแนนซ์ครั้งต่อไปเลยครับ สมัครใช้บริการ Refinn Alert ฟรี

ขั้นตอนในการรีไฟแนนซ์บ้าน

สำหรับขั้นตอนในการรีไฟแนนซ์บ้านนั้นผมสรุปให้ส้นๆ จะมีอยู่ 3 ส่วนหลักๆ (ดูขั้นตอนการรีไฟแนนซ์บ้านอย่างละเอียด : คลิ๊กอ่านต่อ) คือ 

1. ขั้นตอนการสมัคร

เมื่อเราตัดสินใจจะรีไฟแนนซ์บ้านแล้วขั้นแรกก็ คือ การค้นหาโปรโมชั่น เปรียบเทียบโปรโมชั่น และยื่นสมัครกับธนาคารที่เราสนใจ ซึ่งในส่วนนี้หากเราไม่อยากไปเดินดูที่หน้าสาขาธนาคารเองก็สามารถ เข้าไปดูโปรโมชั่นรีไฟแนนซ์บ้านได้ที่ www.refinn.com/รีไฟแนนซ์บ้าน

2. พิจารณาคุณสมบัติเบื้องต้นและตรวจหลักประกัน

หลังจากที่เราสมัครและยื่นเอกสารกับธนาคารแล้ว ธนาคารจะทำการตรวจพิจารณาคุณสมับัติผู้กู้ หากผ่านพิจารณาก็จะทำการขอเข้าตรวจหลักประกัน (บ้านหรือคอนโดที่เราจะทำการรีไฟแนนซ์บ้าน)

3. จดจำนองใหม่

หากผ่านการพิจารณาหลักประกันและเราตกลงจะทำการรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารที่เลือกแล้ว ก็เป็นขั้นตอนที่เราไปทำการไถ่ถอนจากธนาคารเดิม และจดจำนองกับธนาคารใหม่ ก็เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนการรีไฟแนนซ์บ้าน

เอกสารรีไฟแนนซ์บ้าน

เอกสารที่ต้องใช้ในการรีไฟแนนซ์บ้าน

ธนาคารส่วนใหญ่เวลาที่เราทำเรื่องรีไฟแนนซ์บ้านจะต้องใช้เอกสาร 3 ส่วน คือ

1. เอกสารข้อมูลส่วนบุคคล

2. เอกสารแสดงรายได้ 

และ 3. เอกสารด้านหลักประกัน ซึ่งหากต้องการดูเอกสารในการรีไฟแนนซ์บ้านแต่ละส่วนอย่างละเอียดสามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ เอกสารสำหรับรีไฟแนนซ์บ้าน

รีไฟแนนซ์บ้านต้องผ่อนบ้านกี่ปี ถึงทำได้

ทุกครั้งที่เรากู้ซื้อบ้านหรือรีไฟแนนซ์บ้าน และเลือกรับโปรโมชั่นดอกเบี้ยพิเศษ ส่วนใหญ่ธนาคารที่ให้กู้จะมีสัญญาที่ระบุไว้ว่าห้ามเราย้ายไปผ่อนต่อกับที่อื่นในระยะเวลา 3 ปี หรือมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับข้อตกลง หากเรามีการย้ายไปธนาคารอื่นก่อนกำหนดสัญญาเราอาจจะต้องจ่ายค่าปรับครับ ซึ่งใครที่ต้องการศึกษาเรื่องนี้อย่างละเอียดก็สามารถอ่านต่อได้ที่ ผ่อนบ้าน 2 ปีรีไฟแนนซ์บ้านได้ไหม

รีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารเดิม ได้ไหม

เราจะเรียกวิธีการนี้ว่า การขอลดดอกเบี้ยบ้านกับธนาคารเดิม สามารถทำได้เช่นกันครับ แต่ส่วนใหญ่แล้วดอกเบี้ยที่ได้จะลดได้ไม่เท่ากับการย้ายไปธนาคารใหม่ แม้ว่าจะไม่ต้องจดจำนองใหม่ แต่เมื่อคำนวณเปรียบเทียบแล้วการรีไฟแนนซ์บ้านส่วนใหญ่ก็จะยังประหยัดได้มากกว่า ผมเคยลองเขียนเปรียบเทียบไว้ที่บทความนี้เลยครับ รีไฟแนนซ์บ้านธนาคารได้ไหม ดีไม่ดีอย่างไร

ค่าใช้จ่ายรีไฟแนนซ์บ้าน มีอะไรบ้าง

ค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์บ้านจะประกอบด้วย 2 ส่วน หลัก

1. ค่าใช้จ่ายในการขอสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน เช่น ค่าประเมินหลักทรัพย์ ซึ่งค่าใช้จ่ายในส่วนนี้บางธนาคารก็ฟรีครับ ซึ่งถ้าอยากรู้ว่าธนาคารไหนมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างสามารถเช็คจาก โปรโมชั่นดอกเบี้ยบ้าน

2. ค่าใช้จ่ายที่กรมที่ดิน เช่น ค่าจดจำนอง ค่าอากรสแตมป์ ซึ่งบางธนาคารเองก็จะมีโปรโมชั่นในการฟรี ค่าใช้จ่ายส่วนนี้เช่นกันครับ 

ถ้าอยากทราบอย่างละเอียดว่ามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง จ่ายเมื่อไร และจ่ายเท่าไร สามารถอ่านเพิ่มได้ที่ ค่าใช้จ่าย-รีไฟแนนซ์บ้าน

ติดบูโรรีไฟแนนซ์บ้านได้ไหม

ติดเครดิตบูโรรีไฟแนนซ์บ้านได้ไหม

ปกติแล้วเวลาที่ทำยื่นเรื่องรีไฟแนนซ์บ้าน ธนาคารจะมีการตรวจเช็คเครดิต รวมถึงดูภาระหนี้ในระบบของผู้กู้ ซึ่งหากผลออกมาแม้ว่าคุณจะไม่ติดเครดิตบูโร แต่มีภาระหนี้สูง คุณก็มีโอกาสสูงมากที่จะรีไฟแนนซ์บ้านไม่ผ่าน แต่จะมีบางธนาคารที่เขาจะมีวิธีการคิดคำนวณภาระหนี้คุณในรูปแบบใหม่ ที่จะไม่นำภาระหนี้ปัจจุบันมาคำนวณ หากเรารีไฟแนนซ์บ้าน แล้วกู้เพิ่มจากเงินส่วนต่างที่เราเคยผ่อนบ้านหรือคอนโดมาแล้วและสามารถลดหรือภาระหนี้ที่มีอยู่ปัจจุบันให้อยู่ในระดับที่อยู่ในเกณฑ์ของธนาคารได้ครับ ใครที่ต้องการศึกษาข้อมูลเรื่องนี้อย่างละเอียดสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่  รีไฟแนนซ์บ้านและขอวงเงินเพิ่มเพื่อลดภาระหนี้มีจริงไหม

ข้อสรุป

อ่านกันมาถึงตรงนี้แล้วเชื่อเลยว่าทุกคนน่าจะตัดสินใจได้แล้วว่าจะทำการรีไฟแนนซ์บ้าน ลดดอกเบี้ยกันไหม ถ้าใครที่อยากทำการรีไฟแนนซ์บ้านแต่ไม่อยากไปสาขาธนาคาร อยู่บ้านก็ทำได้ โปรเดียวกัน หรือบางช่วงอาจจะมีโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะที่นี้เท่านั้น ก็แนะนำให้ลองเข้าไปใช้บริการที่ www.refinn.com/รีไฟแนนซ์บ้าน ครับ นอกจากนี้ Refinn ยังให้บริการหาโปรโมชั่น รีไฟแนนซ์รถ และ รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต อีกด้วย หากอยากพูดคุยสอบถามกันก่อนก็สามารถแอดไลน์เข้ามาพูดคุยกันได้ที่ @Refinnoffical ได้ครับ มีทีมงานพร้อมพูดคุยและให้คำแนะนำครับ

เผยแพร่เมื่อวันที่ 08 มี.ค. 2564
Refinn Writer
ช่วยเปรียบเทียบโปรโมชั่นที่ประหยัดดอกเบี้ยที่สุด ฟรี ไม่มีค่าบริการเพิ่มเติม