สินเชื่อบ้านแลกเงิน 2565 ที่ไหนดี

สินเชื่อบ้านแลกเงิน 2566 ที่ไหนดี รวมธนาคารดอกเบี้ยถูก อนุมัติไว

ธนาคารดอกเบี้ยถูก บ้านแลกเงิน

ในยามที่เศรษฐกิจฝืดเคือง กิจการขัดข้อง และสภาวะการเงินไม่ค่อยสู้ดี รายได้อันน้อยนิดกลับไม่สอดคล้องต่อรายจ่ายที่มากขึ้น ผู้คนมากมายต้องการใช้เงินมาต่อลมหายใจให้กับชีวิต แต่ก็ไม่รู้ว่าจะหาเงินทุนจากไหน มาเติมเต็มความต้องการเหล่านี้ได้

และในวันนี้ผมจะพาเพื่อน ๆ มารู้จักกับ "สินเชื่อบ้านแลกเงิน" ตัวช่วย ที่จะเปลี่ยนศักยภาพที่อยู่อาศัยของเพื่อน ๆ ให้เป็นเงิน มาใช้หมุนในชีวิตได้อย่างทันท่วงทีครับ 

เพื่อนคนไหนมีบ้าน คอนโด หรืออาคารพาณิชย์ ถือว่าสินเชื่อตัวนี้เหมากับเพื่อน ๆ เลยล่ะครับ และอีกหนึ่งจุดเด่น คือ มีอัตราดอกเบี้ยถูกอีกต่างหาก โดยเจ้าสินเชื่อตัวนี้จะมีวงเงินการให้สินเชื่อและอัตราดอกเบี้ยแตกต่างกันไปตามแต่ละธนาคารครับ

โดยผมจะพาเพื่อน ๆ ทุกคนไปอัปเดตและเปรียบเทียบกันครับว่า ในปี 2566 นี้ สินเชื่อบ้านแลกเงินของธนาคารไหนดี ดอกเบี้ยที่ไหนเด็ด และที่สำคัญ อนุมัติไว ในบทความ สินเชื่อบ้านแลกเงิน 2566 ที่ไหนดี รวมธนาคารดอกเบี้ยถูก อนุมัติไว” เอาล่ะเราไปดูกันเลยครับ

สินเชื่อบ้านแลกเงิน คืออะไร?

ก่อนที่เราจะหาคำตอบกันว่าสินเชื่อบ้านแลกเงินธนาคารไหนดีที่สุด ผมอยากจะพาทุกคนมารู้จักกับ “สินเชื่อบ้านแลกเงิน” กันก่อนครับ ว่า เจ้าสินเชื่อนี้คืออะไร? และต่างกับสินเชื่อบ้านอย่างไร?

สินเชื่อบ้านแลกเงิน มีชื่อแบบทางการ ว่า ‘สินเชื่ออเนกประสงค์’ คือ สัญญากู้เงินจากธนาคารแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกันรูปแบบหนึ่งครับ โดยหลักทรัพย์ที่นำมาค้ำประกันกับธนาคาร จะเป็นสินทรัพย์จำพวกบ้าน คอนโด ตกแถว อาคารพาณิชย์ครับ แต่จุดที่สำคัญที่สุดเลยคือ สินทรัพย์เหล่านี้ต้องเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภาระ หรือว่าง่าย ๆ เลยก็คือผ่อนกับธนาคารหมดเเล้วนั่นเองครับ

เพื่อน ๆ ลองเช็คกันดูนะครับว่า ที่อยู่อาศัยของตัวเองสามารถนำมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันสำหรับสินเชื่อบ้านเเลกเงินหรือเปล่า

สินเชื่อบ้านกับสินเชื่อบ้านแลกเงินต่างกันอย่างไร

สินเชื่อบ้านแลกเงิน กับ สินเชื่อบ้าน เอ๊ะ 2 ตัวนี้คือตัวเดียวกันหรือเปล่า? หรือคนละตัวกัน?

ผมเชื่อว่าเพื่อน ๆ หลายคนคงจะเคยมีคำถามนี้กันใช่ไหมล่ะครับ และในหัวข้อนี้ เราจะมาทำความเข้าใจไปทีละตัวกันครับ  

สินเชื่อบ้าน หรือ Home Loan คือ สินเชื่อที่เหมาะกับคนที่อยากมีบ้านครับ แต่เงินที่ตัวเองมีนั้นไม่มากพอ เลยไปขอกู้เงินจากธนาคารเพื่อนำไปซื้อบ้านนั่นเองครับ เมื่อได้บ้านเเล้ว ก็ค่อยทยอยผ่อนเงิน จ่ายคืนให้กับธนาคารในระยะยาวตามที่สัญญาได้กำหนดไว้ครับ

ในขณะเดียวกัน สินเชื่อบ้านแลกเงิน— Home for Cash คือ สินเชื่อที่เหมาะกับคนที่มีสถานอยู่อาศัยอยู่แล้ว และอยากมีเงินก้อนจำนวนมากมาใช้จ่ายหรือลงทุนในชีวิต จึงนำที่อยู่อาศัยนั้น (ไม่ว่าจะเป็น บ้าน คอนโด อาคารพาณิชย์) ไปเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเพื่อขอกู้เงินจากธนาคารนั่นเองครับ

ซึ่งข้อดีของเจ้าสินเชื่อบ้านแลกเงิน คือ

  1. มีวงเงินกู้สูงสุดถึง 10 ล้านบาทเลยครับ ซึ่งทำให้เรามั่นใจได้ว่าเราจะมีเงินเพียงพอต่อความต้องการนั่นเองครับ 
  2. มีอัตราดอกเบี้ยต่ำสุดถึง 5.5% ต่อปี ในระยะเวลา 15- 20 ปี เรียกได้ว่าผ่อนจ่ายยาว ๆ แบบสบาย ๆ เลยล่ะครับ
  3. มีการคิดดอกเบี้ยเเบบลดต้นลดดอก ยิ่งผ่อนเยอะ ยิ่งถูกลง แถมยังทำให้เราผ่อนหนี้ได้หมดไวขึ้นด้วยนั่นเองครับ   


ผมขอสรุปเลยครับว่า สินเชื่อทั้ง 2 ตัวนี้ แตกต่างกัน และเราสามารถอธิบายเปรียบเทียบแบบง่าย ๆ ได้ประมาณว่า สินเชื่อบ้านแลกเงิน คือ นำบ้านไปค้ำเพื่อกู้เงิน(จากธนาคาร) ส่วน สินเชื่อบ้าน คือ กู้เงิน(จากธนาคาร) เพื่อนำไปซื้อบ้าน

และถ้าเพื่อน ๆ คนไหนอยากเข้าใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถอ่านได้ที่บทความนี้เลยครับ  สินเชื่อบ้านกับสินเชื่อบ้านแลกเงินต่างกันยังไง

อัปเดต สินเชื่อบ้านแลกเงิน 2566 ที่ไหนดี

อัพเดต สินเชื่อบ้านแลกเงิน 2565

และนี่คือข้อมูลสินเชื่อบ้านแลกเงินนปี 2566 ที่น่าสนใจจากธนาคารต่าง ๆ ครับ ซึ่งผมได้รวบรวมมาให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักและเปรียบเทียบกันครับว่า สินเชื่อบ้านแลกเงินในปี 2566 นี้ ที่ไหนดีที่สุด และเหมาะที่สุดสำหรับเพื่อน ๆ ครับ

สินเชื่อ GSB บ้านเเลกเงิน

อัตราดอกเบี้ย

  • ดอกเบี้ยบ้านแลกเงิน เฉลี่ย 3 ปี เริ่มต้น 4.560% แบบทำประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ
  • ดอกเบี้ยบ้านแลกเงิน เฉลี่ย 3 ปี เริ่มต้น 4.810% แบบไม่ทำประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ

วงเงินสินเชื่อ

  • สูงสุด รายละ 10 ล้านบาท

ระยะเวลาผ่อนชำระ

  • สูงสุด 30 ปี

สินเชื่อบ้านช่วยได้ ธนาคารกสิกร

อัตราดอกเบี้ย

  • อัตราดอกเบี้ย 4.94% ตลอดอายุสัญญา

วงเงินสินเชื่อ

  • วงเงินกู้สูงสุด 90% ของราคาประเมินหลักประกัน

ระยะเวลาผ่อนชำระ

  • สูงสุดได้ถึง 30 ปี (รวมอายุผู้กู้ไม่เกิน 70 ปี)

สินเชื่อบ้านแลกเงิน TTB

อัตราดอกเบี้ย

  • อัตราดอกเบี้ยตลอดอายุสัญญาอยู่ที่ 5.77-6.76% *ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่เลือก

วงเงินสินเชื่อ

  • วงเงินขั้นต่ำ 500,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 10,000,000 บาท และไม่เกิน 90% ของราคาประเมินธนาคาร

ระยะเวลาผ่อนชำระ

  • นานสูงสุดถึง 30 ปี (ทั้งนี้ เมื่อรวมกับอายุผู้กู้แล้วไม่เกิน 65 ปี)

สินเชื่อกรุงศรีโฮมฟอร์แคช สินเชื่อบ้านแลกเงินกรุงศรีอยุธยา

อัตราดอกเบี้ย

  • อัตราดอกเบี้ยตลอดอายุสัญญาอยู่ที่ 5.11-8.95% *ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่เลือก

วงเงินสินเชื่อ

  • วงเงินกู้ขั้นต่ำ 500,000 บาท และสูงสุดไม่เกิน 85% ของมูลค่าหลักประกัน 

ระยะเวลาผ่อนชำระ

  • ผ่อนชำระนานสูงสุด 30 ปี (ระยะเวลาผ่อนชำระรวมกับอายุผู้กู้แล้วต้องไม่เกิน 65 ปี)

สินเชื่อบัวหลวงพูนผล ธนาคารกรุงเทพ

อัตราดอกเบี้ย

  • อัตราดอกเบี้ย MRR+0.75% ตลอดปี

วงเงินสินเชื่อ

  • สูงสุด 80% ของราคาประเมิน (สูงสุด 10 ล้านบาท)

ระยะเวลาผ่อนชำระ

  • ผ่อนชำระนานสูงสุด 10 ปี

สินเชื่อบ้านคือเงิน My Home My Cash ธนาคารไทยพาณิชย์

อัตราดอกเบี้ย

  • อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปีอยู่ที่ 7.6541-9.145% *ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่เลือก

วงเงินสินเชื่อ

  • วงเงินสินเชื่อสูงสุด 20 ล้านบาท

ระยะเวลาผ่อนชำระ

  • สูงสุด 30 ปี

สินเชื่อบ้านเแลกเงิน-ทิสโก้(TISCO)

อัตราดอกเบี้ย

  • อัตราดอกเบี้ยปีแรกเริ่มต้น 3.75% ต่อปี

วงเงินสินเชื่อ

  • ไม่เกิน 80% ของมูลค่าหลักประกัน เงินกู้ขั้นต่ำ 400,000 บาท

ระยะเวลาผ่อนชำระ

  • สูงสุด 15 ปี

สินเชื่อบ้านเพิ่มเงิน (Happy Home for Cash)-ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์

อัตราดอกเบี้ย

  • อัตราดอกเบี้ยรวมค่าทำเนียมต่อปีอยู่ที่ 5% - 6.4%

วงเงินสินเชื่อ

  • ไม่เกิน 80% ของมูลค่าหลักประกัน เงินกู้ขั้นต่ำ 1,000,000 บาท

ระยะเวลาผ่อนชำระ

  • ผ่อนชำระนานสูงสุด 30 ปี (ระยะเวลาผ่อนชำระรวมกับอายุผู้กู้แล้วต้องไม่เกิน 65 ปี)

สินเชื่อบ้านกู้เงินด่วน Home Quick Cash-ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP)

อัตราดอกเบี้ย

  • วงเงินขั้นต่ำ 500,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 10,000,000 บาท และไม่เกิน 90% ของราคาประเมินธนาคาร

วงเงินสินเชื่อ

  • อัตราดอกเบี้ยรวมค่าทำเนียมต่อปีอยู่ที่ 5.15% - 6.755%

ระยะเวลาผ่อนชำระ

  • ไม่เกิน 20 ปี

สินเชื่ออเนกประสงค์ยูโอบี แคช ทู โฮม (UOB Cash To Home)-ธนาคารยูโอบี(UOB)

อัตราดอกเบี้ย

  • อัตราดอกเบี้ยรวมค่าทำเนียมต่อปีอยู่ที่ 5.39-6.33%

วงเงินสินเชื่อ

  • วงเงิน 50,000-50,000,000 บาท ไม่เกิน 80% ของมูลค่าหลักประกัน

ระยะเวลาผ่อนชำระ

  • สูงสุด 30 ปี

รู้แค่ว่าจะขอสินเชื่อบ้านแลกเงินที่ไหนดี ยังไม่พอ

หลังจากที่พวกเราได้รู้ข้อมูลว่า สินเชื่อบ้านแลกเงินในปี 2566 ที่ไหนดี และน่าสนใจ แต่รู้แค่นี้มันยังดีไม่พอครับ เพราะนอกจากข้อมูลพื้นฐานของตัวสินเชื่อบ้านเเลกเงินเเล้วเนี่ย ยังมีปัจจัยอื่น ๆ อีกเช่นกันครับที่ส่งผลการขอกู้เงินของเราในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นโปรโมชั่น ค่าใช้จ่าย และขั้นตอนในการดำเนินการ เป็นต้นครับ

ซึ่งถ้าเรารู้และเข้าใจองค์ประกอบเหล่านี้แล้วล่ะก็ การขอสินเชื่อบ้านแลกเงินของเราก็จะง่ายและได้รับเงินมาใช้ไวขึ้นด้วยเช่นกันครับ โดยปัจจัยที่ผมรวบรวมมาให้เพื่อน ๆ มีดังนี้เลยครับ

1.เปรียบเทียบโปรโมชั่น

 แน่นอนครับว่าแต่ละธนาคารเขาก็มีโปรโมชั่นออกมาเพื่อเพิ่มความสนใจของเราให้ขอสินเชื่อกับเขา ซึ่งแต่ละเจ้าเองก็มีโปรโมชั่นมากมายเลยล่ะ ทั้งแบบไม่ทำประกัน แบบทำประกัน ซึ่งอย่าว่าแต่เปรียบเทียบเจ้าต่อเจ้าเลยครับ แค่เราเปรียบเทียบแต่ละสินเชื่อของธนาคารเจ้าเดียวก็ตัดสินใจยากอยู่พอสมควร ดังนั้นเราควรศึกษาข้อมูลสินเชื่อแต่ละตัวให้ละเอียดและตรวจสอบความสามารถในการขอกู้ของเราด้วยนะครับ ซึ่งการรู้เขารู้เราแบบนี้ จะช่วยให้เพื่อน ๆ พบกับสินเชื่อที่ดีและเหมาะสมกับตัวเองที่สุดแน่นอนครับ

2.ค่าใช้จ่ายในการขอสินเชื่อบ้านแลกเงิน

การขอสินเชื่อบ้านแลกเงินช่วยให้เราเข้าถึงเงินจำนวนมากก็จริงครับ แต่ว่าก่อนที่เราจะได้เงินก้อนมา ก็มีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นในกระบวนขอสินเชื่อด้วยเช่นกันครับ ดังนั้นเราควรเตรียมเงินไว้สำหรับจ่ายค่าเบื้องต้น ดังนี้เลยครับ

  • ค่าจดจำนอง 1% ของวงเงินกู้
  • ค่าอากรแสตมป์ 0.05% ของวงเงินกู้
  • ค่าประเมินหลักทรัพย์
  • ค่าธรรมเนียมการขอสินเชื่อ
  • ค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย
  • ค่าเบี้ยประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ (ถ้าตัดสินใจเลือกขอในเงื่อนไขทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ)

3.ขั้นตอนการขอสินเชื่อบ้านแลกเงิน

หลังจากที่เราเปรียบเทียบ เลือก และเตรียมค่าใช้จ่ายแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไปไม่ได้เลยคือ การเข้าใจในขั้นตอนการขอสินเชื่อครับ ซึ่งแต่ละธนาคารก็มีจุดเด่นแตกต่างกันไป บางเจ้าอนุมัติภายใน 1 สัปดาห์ บางเจ้า 2 สัปดาห์ หรือบางเจ้าอนุมัติน้อยกว่า 1 สัปดาห์ก็มีนะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การเข้าใจขั้นตอนในการขอสินเชื่อเองก็ช่วยเราประหยัดเวลาได้ระดับหนึ่งเลยล่ะครับ ซึ่งขั้นตอนต่าง ๆ มีดังนี้ครับ

3.1. เตรียมตัวให้พร้อม ข้อนี้เหมือนที่ผมได้บอกไปข้างต้นครับว่า เตรียมตัวเราให้ดี ศึกษาข้อมูลสินเชื่อให้ละเอียด ก่อนตัดสินใจเลือกขอสินเชื่อจากธนาคารที่เหมาะสมกับเราที่สุดครับ

3.2. ยื่นเอกสารขอสินเชื่อหลังจากที่ตัดสินใจได้เเล้วว่าเลือกธนาคารไหน เราก็จะจัดเตรียมเอกสารต่าง ๆ ให้พร้อมก่อนธนาคารพิจารณาสินเชื่อครับ โดยมีเอกสารหลัก ๆ ตามนี้เลยครับ

  • เอกสารยืนยันตัวตน ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาใบเปลี่ยนชื่อ (ถ้ามี)
  • เอกสารยืนยันรายได้ ได้แก่ หนังสือรับรองเงินเดือน สลิปเงินเดือน รายการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน เป็นต้น
  • เอกสารยืนยันหลักทรัพย์ ได้แก่ สำเนาโฉนดที่ดิน และรูปถ่ายบ้านที่ใช้ขอสินเชื่อ

3.3. ประเมินราคาหลักทรัพย์ หลังจากพิจารณาการขอสินเชื่อของเราเเล้ว จะมีตัวแทนจากธนาคารมาประเมินสภาพบ้านที่เราใช้ขอสินเชื่อ เพื่อนำไปพิจารณามูลค่าทรัพย์สินที่ใช้ค้ำประกันและอนุมัติวงเงินกู้ในลำดับถัดไปครับ

3.4. ธนาคารพิจารณาอนุมัติ เมื่อข้อมูลทุกอย่างครบถ้วน ธนาคารจะพิจารณาและแจ้งผลการอนุมัติพร้อมอัตราดอกเบี้ยให้เพื่อน ๆ ทราบภายในเวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ครับ ซึ่งเพื่อน ๆ สามารถตอบรับวงเงิน หรือลดวงเงินตามที่ธนาคารเสนอมาให้ ขณะเดียวกัน เราสามารถเลือกธนาคารอื่นที่ดอกเบี้ยถูกกว่าได้เช่นกันครับ หากยอดผ่อนหรือดอกเบี้ยที่ธนาคารปัจจุบันแจ้งมา เกินความสามารถในการผ่อนของเรา

3.5. ทำสัญญาและจดจำนอง เมื่อทุกอย่างลงตัว เราจะทำสํญญาเงินกู้กับธนาคารครับ โดยธนาคารจะนัดเราไปเซ็นสัญญา และทำสัญญาจดจำนองที่ดิน ณ สำนักงานที่ดินใกล้บ้านของเรา และในท้ายที่สุด เพื่อน ๆ ก็จะได้เงินที่ขอกู้ไว้ มาหมุนใช้ในชีวิตเป็นที่เรียบร้อยครับ

แต่ถ้าเพื่อน ๆ คิดว่าที่อ่านมาทั้งหมดนี้ดูเยอะและยุ่งยากไปหมด บางคนอาจไม่มั่นใจว่าตัวเองศึกษาข้อมูลมาไม่ดีพอ สินเชื่อที่ขอไปจะเหมาะกับตัวเองหรือเปล่านะ  

ผมแนะนำให้ลองใช้บริการสินเชื่อบ้านแลกเงินจาก Refinn ดูครับ เพราะนอกจาก ไม่ต้องเสียเวลาเปรียบเทียบโปรโมชั่นเองให้สับสนแล้ว Refinn ยังมีพาร์ทเนอร์เป็นเหล่าธนาคารชั้นนำของประเทศที่สามารถขอวงเงินกู้ได้สูงสุดด้วยครับ แถมยังใช้บริการฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายในการสมัครอีก ไหนจะมีการติดตามผลอนุมัติสินเชื่อออนไลน์ ซึ่งช่วยเพิ่มความอุ่นใจให้กับเพื่อน ๆ ต้องการใช้เงินได้อย่างมากเลยล่ะครับ หากเพื่อนคนไหนสนใจลองคลิกลิ้งด้านบนดูนะครับ

สรุป

หลังจากที่เพื่อน ๆ ได้ทราบไปแล้วว่า สินเชื่อบ้านแลกเงินในปี 2566 นี้ที่ดีที่สุด (สำหรับเพื่อน ๆ) แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการเตรียมตัวและศึกษาข้อมูลให้ละเอียดก่อนก็เป็นสิ่งที่จำเป็นครับ เพราะการขอสินเชื่อนั้น คือ การนำเงินในอนาคตมาใช้จ่ายในปัจจุบัน ถ้าหากเราวางแผนไม่ดี อาจจะเป็นภาระให้กับเราในอนาคตได้ครับ  แต่ว่า หากเรามีตัวช่วยที่ทำให้พบกับตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดกับชีวิต นั่นอาจจะทำให้เราพบกับคำว่าโอกาสที่ต่อเติมให้กับชีวิตเราก็เป็นได้นะครับ

เผยแพร่เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2565
Refinn Writer
ช่วยเปรียบเทียบโปรโมชั่นที่ประหยัดดอกเบี้ยที่สุด ฟรี ไม่มีค่าบริการเพิ่มเติม