บ้านแลกเงิน

อยากรวมหนี้ อยากปิดหนี้ ใช้สินเชื่อบ้านแลกเงินดีไหม?

เปิดเรื่องมาแนวนี้ แน่นอนครับว่าเรากำลังจะคุยกับเรื่องภาระหนี้สิน ที่มาคุยกันเรื่องนี้เพราะว่าด้วยสถานการณ์การระบาทของโรคละลอกใหม่เอย สภาวะเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบเอยถ้าเราไม่หยิบยกเรื่องหนี้มาคุยกันก็คงจะไม่ได้เพราะเป็นความกังวลใจของใครหลายคนเลยครับในตอนนี้

ต้องบอกก่อนว่าที่เราจะมาคุยกันวันนี้ไม่ใช่เรื่องของคนที่กำลังจะประสบปัญหาทางการเงินอย่างเดียวนะครับ ใครที่การเงินไม่ได้มีปัญหาอะไรแล้วอยากบริการจัดการเงิน บริหารจัดการหนี้ให้ดีขึ้นก็แนะนำให้อ่านต่อเลยครับกับเรื่องของการพิจารณาว่าเราจะใช้ สินเชื่อบ้านแลกเงินมาทำการรวมหนี้หรือปิดหนี้ดีไหม

สินเชื่อบ้านแลกเงินคืออะไร

เพื่อใครยังไม่รู้จักเรามาทำความรู้จักกันก่อน แต่ถ้าใครทราบข้อมูลมาอยู่แล้วข้ามหัวข้อนี้ไปได้เลยครับ

สินเชื่อบ้านแลกเงิน พูดกันภาษาชาวบ้านเลยก็คือการเอาบ้านเราไปเข้าธนาคารเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินก้อนมาใช้ แล้วเราก็ยังอยู่บ้านได้เหมือนเดิมแล้วไปผ่อนกับธนาคารที่ให้สินเชื่อเราครับ


จริง ๆ มันก็คือการ "จำนองบ้าน" แหละครับ แต่ที่เราแนะนำจะเป็นการที่เราทำกับธนาคารโดยตรงมันก็จะมีความปลอดภัย เชื่อถือได้เพราะมีกฏหมายมารองรับ ดอกเบี้ยเป็นไปตามที่กำหนด อ่อเกือบลืมคนที่มีคอนโดก็สามารถนำมาทำได้นะครับอย่าเข้าใจผิดว่าทำได้แค่บ้าน

ตัวบ้านที่เรานำมาทำ บ้านแลกเงิน ก็ต้องเป็นบ้านที่ผ่อนหมดแล้วนะครับถึงจะนำมาทำได้ แต่ถึงเราทำบ้านแลกเงินไปแล้วเราก็ยังมีสิทธ์ในการอยู่บ้านได้ปกตินะครับ ไม่ใช่พอรับเงินมาแล้วต้องย้ายออกไปอยู่ที่อื่น

ส่วนใครที่มีบ้านหรือคอนโดที่ยังผ่อนไม่หมดจะต้องไปใช้วิธีการ รีไฟแนนซ์บ้านและขอวงเงินเพิ่ม แทนครับหรือใครที่ดูมีภาระหนี้สูง ๆ และบ้านก็ยังผ่อนอยู่เขาก็จะมีอีกตัวคือ รีไฟแนนซ์บ้านขอวงเงินเพิ่มเพื่อลดภาระหนี้ โดยเฉพาะเช่นกันโอกาสกู้ผ่านก็จะสูงกว่าครับ

ย้ำก่อนนะครับว่าคนที่จะทำสินเชื่อบ้านแลกเงิน ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่ต้องการใช้เงิน หรือ กำลังประสบปัญหาทางการเงินเท่านั้นนะครับเพราะว่าอะไรเดียวเราไปดูในหัวข้อต่อไปเลย

รวมหนี้หรือปิดหนี้ด้วยบ้านแลกเงินดีไหม

ถ้าถามว่าดีไหมก็ต้องตอบว่ามีทั้งดีและไม่ดี ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในการนำเงินที่ได้ไปใช้ต่อครับ ซึ่งผมจะแบ่งออกเป็น 2 เคสนะครับ

1. คนที่ไม่ได้มีปัญหาทางการเงิน ผ่อนจ่ายภาระหนี้ในแต่ละเดือนได้ปกติ 

เคสแบบนี้ถ้าเรามองหลักในการบริการจัดการเงินที่ดีแล้วนั้นจะเป็นพื้นฐานเลยก็ได้คือ “ให้เราปิดหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูงก่อน” เพราะนอกจากเงินต้นที่เราจ่าย ยิ่งเราโดนดอกเบี้ยสูงเท่าไรหาเราลดลงได้เราจะประหยัดเงินส่วนนี้แล้วทำให้เราประหยัดดอกเบี้ยและหมดหนี้เร็วขึ้นครับ

ดั้งนั้นหากคุณเป็นคนกลุ่มนี้แล้วหนี้ที่เรามีอยู่ตอนมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าบ้านแลกเงิน ก็ขอสินเชื่อบ้านแลกเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าไปปิดหนี้เพื่อเราลดดอกเบี้ยก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจนะครับ แต่ทั้งนี้ต้องดูในเรื่องของค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในการขอสินเชื่อประกอบด้วยนะครับแล้วนำมาเปรียบเทียบกันว่าแบบไหนคุ้มกว่ากัน

สำหรับอัตราดอกเบี้ยบ้านแรกเงินในปัจจุบันก็ที่ทางเรามีข้อมูลก็จะอยู่ประมาณ 5% - 9% ต่อปี ครับซึ่งก็ถือว่าถูกมากเมื่อเทียบกับสินเชื่อๆ เช่น สินเชื่อส่วนบุคคล ต่ำสุดในตลาดตอนนี้ก็ประมาณ 11% - 18% ต่อปี (สูงสุดไม่เกิน 25% ต่อปี) นี้ก็ห่างกันเท่าตัวหนึ่งเลยนะครับ หรือถ้าเป็นสินเชื่อบัตรเครดิตก็น่าจะอยู่ประมาณ 16% มองแบบนี้อาจจะไม่เห็นภาพ เดียวลองคำนวนให้ดูครับ

สมมุติผมกู้เงินมาและมีภาระหนี้ 350,000 บาท ดอกเบี้ยที่ต้องเสียต่อเดือน โดยผมจะลองเปรียบเทียบจากสินเชื่อ 3 ประเภทตามนี้ครับ

- สินเชื่อบ้านแลกเงินดอกเบี้ย 5% = (350,000 x 5% x 30 วัน) ÷ 365 วัน

ดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย = 1,439 บาท

- สินเชื่อส่วนบุคคลดอกเบี้ย 11% = (350,000 x 11% x 30 วัน) ÷ 365 วัน

ดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย = 3,165 บาท

- บัตรเครดิตดอกเบี้ย 16% = (350,000 x 16% x 30 วัน) ÷ 365 วัน

ดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย = 4,603 บาท

จากตัวอย่างเราจะเห็นได้ว่าดอกเบี้ยที่ต่างกันทำให้เราต้องเสียดอกเบี้ยเป็นจำนวนที่มากเลยทีเดียวครับ อย่างสินเชื่อบ้าน กับบัตรเครดิตมีความต่างกันอถึง 3,164 บาทเลยครับ

ถ้าเราลดตรงนี้ลงไปได้ก็เท่ากับเรามีเงินเพิ่ม หรือเราจะเอาเงินส่วนต่างตรงนี้ไปโป๊ะต่อก็ได้จะทำให้เราหมดหนี้ได้ไวขึ้น


อันนี้เป็นการคำนวณคร่าว ๆ ต่อเดือนนะครับ เราก็ลองคำนวนดูว่าถ้าเรายังคงผ่อนแบบเดิมต่อไปดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายแต่ละเดือนรวมตลอดสัญญา กับการใช้สินเชื่อที่มีดอกเบี้ยถูกกว่าอันไหนจะคุ้มค่ากับเราที่สุดครับ

คนมีภาระหนี้บัตรเครดิตอยู่เห็นแบบนี้ดีแล้วจะทำเลยก็ต้องใจเย็นก่อนนะครับต้องดูว่าดอกเบี้ยที่เราจ่ายอยู่คือเท่าไร บางทีคุณเป็นหนี้ก็จริงแต่คุณใช้สิทธิ์ผ่อน 0% ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยแบบนี้ก็ไม่มีความจะเป็นที่จะต้องหาสินเชื่ออื่นเพื่อมาปิด ยกเว้นเป็นในลักษณะแบบกรณีต่อไปครับ

2. ภาระที่ต้องจ่ายต่อเดือนสูง เริ่มขาดสภาพคล่อง

เหตุการณ์แบบนี้ก็จะประมาณภาระค่าจ่ายต่อเดือนที่สูงทำให้เงินที่เหลือใช้ต่อเดือนอาจจะไม่พอใช้ เช่น มีบัตรเครดิตหลายใบ ซึ่งบัตรก็จะให้เราจ่ายขั้นต่ำ 5%-10% พอหลายๆ ใบรวมกันเขาแล้วก็เป็นจำนวนที่มากและยังมีสินเชื่ออื่นอีก

ถ้าคุณเป็นคน ๆ นี้ คนที่รู้ว่าเริ่มไม่ไหวหากปล่อยไว้จนถึงวันที่ไม่ไหวแล้วโอกาสที่เราจะเกิดหนี้เสียนี้ก็มีมาก หากไปติดเครดิตบูโรขึ้นมาก็อาจจะไม่คุ้มครับ เราต้องรีบหาทางจัดการ

การใช้สินเชื่อบ้านแลกเงินมาปิดหนี้จึงเป็นหนึ่งตัวเลือก เพราะข้อดีนอกเหนือจากเรื่องดอกเบี้ยที่ถูกตามที่ได้เล่ามาในข้อแรกแล้ว ข้อดีอีกอย่างคือ ยอดผ่อนต่อเดือนที่ถูกลงในวงเงินกู้ที่เท่ากัน

สมมุติว่าผมเป็นหนี้บัตรเครดิต ปกติแล้วเกณฑ์ต่ำสุดที่บัตรเครดิตให้จ่ายจะอยู่ที่ 5%-10% ของยอดหนี้คงเหลือต่อเดือน สมมุติผมมีหนี้บัตรเครดิต 5 ใบรวมกัน 350,000 บาท และผมจ่ายเดือนละ 5% ผมจะหมดหนี้ภายใน 2 ปี แต่ผมต้องจ่ายเดือนละ 17,500 บาท โดยที่ยอดหนี้ยังไม่ได้นำมารวมดอกเบี้ยอีกนะครับ

แต่ถ้าเป็นสินเชื่อบ้านแลกเงินมาปิดหนี้ก้อนนี้ก็จะช่วยทำให้ยอดผ่อนนั้นถูกลงได้เพราะสินเชื่อบ้าน สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยจะให้ระยะเวลาผ่อนสูงสุดที่ 20 ปี แต่คงไม่มีใครอยากที่จะเป็นหนี้ยาวขนาดนี้ใช่ไหมละครับซึ่งเราก็สามารถเลือกระยะเวลาในการผ่อนได้ครับ เอาเป็นว่าเราเลือกผ่อนสัก 4 ปี ก็ได้ เป็นหนี้น่ากว่าการผ่อนบัตรเครดิตหน่อย แต่ยอดผ่อนต่อเดือนจะลดลงเหลือประมาณ 7,290 บาท (ยอดชำระหนี้นี้ยังไม่รวมดอกเบี้ยนะครับ) และถ้าผ่านไปสักปีเราเงินเดือนขึ้น มีโบนัสจะเอามาโป๊ะก็ได้หมดหนี้ก่อน 4 ปี แน่นอนครับ แต่ตอนนี้เอาที่ผ่อนไหวก่อนดีกว่า อย่าพึ่งกังวลว่าจะต้องผ่อนนานกี่ปี

ข้อควรพิจารณาในการใช้สินเชื่อบ้านแลกเงิน

เราฟังแต่ข้อดีของบ้านแลกเงินมาแล้ว ทีนี้เรามาดูข้อที่เราควรจะต้องพิจารณาให้ดีก่อนที่เราจะทำสินเชื่อนี้กันครับ

1. หากต้องการนำมาปิดหนี้ เราควรเช็คความคุ้มได้คุ้มเสียครับ

ต้องบอกว่าการจะนำสินเชื่อหนึ่ง มาปิดสินเชื่ออีกก้อนหนึ่งเราจะดูแค่ดอกเบี้ยไม่ได้ เราต้องดูในหลายๆ มิติ อาทิ

  • ดอกเบี้ย เปรียบเทียบดูว่าดอกเบี้ยภาระหนี้เดิม กับดอกเบี้ยบ้านแลกเงินที่จะนำไปปิดเทียบกันแล้วประหยัดไปได้เท่าไร คุ้มไหม
  • ค่าใช้จ่ายในการขอสินเชื่อ ก็จะมีค่าใช้จ่ายในการทำด้วยนะครับ เช่น ค่าประเมินหลักทรัพย์ ค่าใช้จ่ายในกรมที่ดิน ต้องนำยอดเงินที่ประหยัดได้มาคำนวณบวก ลบ ตรงนี้ด้วยครับ

2. วงเงินกู้ 

หลายท่านพอได้ทำบ้านแลกเงิน ธนาคารเสนอวงเงินมาให้สูงกว่าที่เราต้องการเพราะว่าให้ตามราคาประเมินของบ้าน ก็รู้สึกว่าอยากเก็บเงินก้อนไว้อุ่นใจดี แบบนี้ผมไม่แนะนำนะครับหากไม่ได้มีแผนจะใช้เงิน อยากให้รับเท่าที่จำเป็นต้องใช้ เพราะเงินก้อนนี้มันต้องเสียดอกเบี้ยด้วย หากอยากมีเงินไว้อุ่นใจ ผมอาจจะแนะนำว่าขอเกินมาสักนิดหน่อยเช่น ต้องการใช้เงิน 350,000 บาท เรารับมาสัก 400,000 บาท มีส่วนต่างสัก 50,000 บาท เพื่อมีเหตุในช่วงนี้พอดี แล้วก็พอเราปิดหนี้อื่นๆ แล้วสภาพคล่องเราก็จะเพิ่มขึ้นก็ค่อยเก็บเงินเอาครับน่าจะดีกว่า

3. ระยะเวลาในการขอสินเชื่อ

เนื่องจากการทำบ้านแลกเงินนั้นมีขั้นตอนที่ซับซ้อนกว่าพวกสินเชื่อ ส่วนบุคคล สินเชื่อรถ ทำให้ใช้ระยะเวลาที่นานกว่าอาจจะ 15 - 45 วันเลยครับ ดังนั้นหากต้องการใช้เงินแนะนำให้วางแผนดีๆ แต่หากต้องการใช้เงินด่วนก็ต้องลองไปมองสินเชื่อประเภทอื่นครับลองเข้าไปดูที่บทความนี้ครับ ต้องการเงินด่วนขอสินเชื่ออะไรดี

4. ระยะเวลาในการผ่อน

หลายคนบอกว่าไม่อยากเป็นหนี้นาน อยากผ่อนให้หมดเร็วๆ ถ้าคุณเป็นคนไม่ได้มีปัญหาทางการเงินแต่อยากลดดอกเบี้ยคิดแบบนี้ได้ครับ แต่ถ้าคุณกำลังขาดสภาพคล่องจะมามองจุดนี้ไม่ได้ คุณต้องเลือกเอาที่คุณคิดว่าถ้าทำสัญญากี่ปี แล้วยอดผ่อนจะเป็นเท่าไร เราผ่อนไหวไหม การเลือกผ่อนยาวไว้ก่อนไม่เสียหายอะไรนะครับ เพราะในทุก ๆ เดือน คุณสามาระจ่ายโป๊ะได้ครับดอกเบี้ยก็เป็นแบบลดต้น ลดดอกอยู่แล้ว เอาที่คุณรู้สึกว่าผ่อนได้สบายดีกว่า เพราะถ้าคุณขอสินเชื่อก้อนนี้มาแล้วยังมีปัญหาผ่อนไม่ไหวอีก แบบนี้อนาคตลำบากแน่นอนครับ

นี้ก็เป็นแนวทางที่แนะนำในการใช้สินเชื่อบ้านแลกเงินมารวมหนี้ หรือปิดภาระหนี้อื่น ๆ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งไอเดียร์ในการบริหารจัดการทางการเงินนะครับ ส่วนใครที่อยากลองเช็คดอกเบี้ยบ้านแลกเงิน ก็สามารถเข้าไปเช็คดูได้ที่ www.refinn.com ซึ่งในเว็บก็จะมีข้อมูลสำคัญที่จำเป็นทั้งหมดประกอบการตัดสินใจครับ และเรายังมีทีมงานคอยช่วยติดตามเคสและให้คำปรึกษาเพื่อให้การดำเนินการได้เร็วขึ้นด้วยครับซึ่งเป็นบริการเสริมฟรี และมีผู้ใช้บริการผ่านเราแล้วกว่า 200,000 คน หรือหากใครที่อยากลองเข้ามาปรึกษากับทาง Refinn ก็สามารถคลิ๊กเข้ามาคุยกันใน Inbox Facebook Refinn มาคุยกันได้เลยครับ ทางเรายินดีให้คำแนะนำครับ

ขอบคุณรูปภาพประกอบจาก freepik.com

เผยแพร่เมื่อวันที่ 02 ส.ค. 2564
Refinn Writer
ช่วยเปรียบเทียบโปรโมชั่นที่ประหยัดดอกเบี้ยที่สุด ฟรี ไม่มีค่าบริการเพิ่มเติม