บ้านไม้รีไฟแนนซ์บ้านได้ไหม

บ้านไม้สามารถรีไฟแนนซ์บ้านลดดอกเบี้ยได้ไหม

สวัสดีครับช่วงนี้กระแสการรีไฟแนนซ์บ้านกำลังมา แล้วผมเองก็ประจวบเหมาะที่บ้านหลังแรกของผมพึ่งผ่อนกำลังจะครบ 3 ปีพอดีเลยถือโอกาสยื่นเรื่องรีไฟแนนซ์บ้านผ่าน Refinn เลยครับ แต่ถ้าพูดเรื่องรีไฟแนนซ์บ้านทั่วไปก็คงจะธรรมดาไป ที่ผมจะมาเล่าวันนี้คือบ้านหลังที่ผมทำเรื่องรีไฟแนนซ์ไปนั้นเป็น “บ้านไม้” ที่อยู่ต่างจังหวัดของผมครับ

พอพูดว่าเป็นบ้านไม้ หลายคนก็น่าจะสงสัยใช่ไหมครับว่าสามารถทได้ไหม วันนี้ผมเลยจะเอาประสบการณ์ที่ผมมีมาอธิบายให้ฟังครับว่าบ้านไม้สามารถรีไฟแนนซ์ได้หรือเปล่า

ทำไมหลายคนเข้าใจว่าบ้านไม้รีไฟแนนซ์บ้านไม่ได้

โดยปกติที่เราพบกันบ่อย ๆ เวลาที่เห็นคนทำรีไฟแนนซ์บ้านกันก็จะเป็นพวกบ้านจัดสรร คอนโด ตามโครงการต่าง ๆ และส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นบ้านปูน หรือวัสดุก่อสร้างอื่น ๆ อย่างพวกพีแคส ซึ่งแน่นอนว่าเคสแบบนี้สามารถรีไฟแนนซ์ได้แน่นอนครับ เหตุผลเพราะ

1. บ้านโครงการการันตรีวัสดุและคุณภาพในการก่อนสร้าง

แน่นอนว่าบ้านโครงการก็มีเรื่องของแบรนด์มาเกี่ยวข้อง แบรนด์ดังมีคนรู้จัก บริษัทคู่ค้าที่เป็นบริษัทในการรับโครงการก่อนสร้างก็ย่อมมีความน่าเชื่อถือ เครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัย ก็ย่อมมีความน่าเชื่อถือกว่าบ้านที่เราสร้างเองจากผู้รับเหมาทั่ว ๆ ไปครับ

2. ชื่อเสียงของโครงการบ้าน

บ้านโครงการเป็นที่รู้จัก ชื่อเสียงดีก็ทำให้คนเชื่อมั่นในโครงการ หากในอนาคตเกิดผู้กู้มีปัญหาทางการเงินจนเกิดการยึดทรัพย์ แน่นอนว่าการนำมาขายทอดตลาดย่อมมีโอกาสขายต่อได้ง่ายกว่าบ้านที่สร้างเอง รวมถึงราคาของบ้านและที่ดินก็สามารถประเมินและอ้างอิงได้ง่าย 

3. วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง

ส่วนใหญ่จะเป็นบ้านปูน (ผมแบ่งวัสดุที่ใช้ก่อสร้างกว้าง ๆ เป็นปูนกับไม้นะครับ) ทางธนาคารแอบให้เหตุผลกับผมว่าอย่างบ้านปูนสร้างแล้วมันโยกย้ายแทบไม่ได้ ไม่เหมือนกับบ้านไม้ที่เราสามารถถอดชิ้นส่วนโครงสร้างได้ครับ ดังนั้นหากผู้กู้เกิดปัญหาทางการเงินขึ้นมาแล้วบ้านเป็นไม้ พอธนาคารมายึดก็อาจจะเจอแต่พื้นที่โล่ง ๆ ที่เคยมีบ้านก็ได้ครับ ซึ่งอันนี้ก็ถือว่าเป็นความเสี่ยงของธนาคารที่ต้องแบกรับครับ 

และวัสดุที่เป็นไม้ก็ค่อนข้างประเมินราคายาก เช่น เราซื้อไม้มาอาจจะเป็นไม้แผ่นใหญ่ราคาแพง แต่เวลาทีมธนาคารมาประเมินก็อาจจะไม่ได้อิงตามมูลค่าทางจิตใจ แต่พูดกันตามหลักประเมินครับ 

พูดง่าย ๆ ก็เหมือน การเช่าพระเครื่อง ซึ่งเป็นสิ่งที่ประเมินราคาได้ยากครับขึ้นอยู่กับความสัทธราวัตถุสิ่งนั้นซึ่งก็อาจจะตีราคาได้สูง แต่พอไปอยู่กับคนที่ไม่ได้มีความเข้าใจ ไม่มีความสัทธรา คนทั่วไปก็จะประเมินราคาให้จากสิ่งที่เห็นไม่มีเรื่องของความสัทธราเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะเห็นคุณค่าของสิ่ง ๆ นั้นที่ต่างกัน

บ้านไม้จะสามารถรีไฟแนนซ์ได้ไหม

พอได้อ่านทั้ง 3 ข้อข้างบนแล้วก็รู้สึกกันเลยว่าบ้านไม้นี้ไม่น่าจะสามารถทำการรีไฟแนนซ์ได้ใช่ไหมครับ แต่จริง ๆ แล้วบ้านไม้ก็ยังสามารถทำได้อยู่ครับแต่ก็จะมีข้อจำกัดที่มากกว่าบ้านทั่ว ๆ ไป จากที่ผมได้ทำการรีไฟแนนซ์บ้านในครั้งนี้ คือ

เรื่องของธนาคารที่รับและวงเงินในการปล่อยสินเชื่อครับ โดยปกติบ้านโครงการต่าง ๆ บ้านที่ก่อสร้างด้วยปูน ธนาคารจะปล่อยวงเงินสินเชื่อในการรีไฟแนนซ์อยู่ที่ประมาณ 80-100% ของราคาประเมินครับ 

ส่วนบ้านที่สร้างด้วยไม้ทั้งหลังอย่างของผม ธนาคารก็แจ้งตั้งแต่เบื้องต้นเลยว่า วงเงินที่ได้จะอยู่ที่ประมาณ 60% ของราคาประเมินครับ อาจจะมากกว่านี้นิดหน่อย 

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพมากขึ้น สมมุติผมกู้เงินสร้างบ้านไม้ 1,800,0000 บาท ผ่อนมา 3 ปี ผมเหลือยอดหนี้บ้านประมาณ 1,300,000 บาท และธนาคารมาประเมินราคาบ้านได้ราคา 2,400,000 บาท ถ้าผมทำการรีไฟแนนซ์บ้านโดยธนาคารให้วงเงินสูงสุดที่ 60% ก็จะคิดเป็นเงินประมาณ 1,400,000 บาท อันนี้ผมก็ทำเรื่องรีไฟแนนซ์บ้านได้ปกติเพราะเงินที่รีไฟแนนซ์ได้เกินยอดหนี้เดิมที่มีอยู่

แต่ถ้าบ้านผมธนาคารมาประเมินแล้วได้ราคา 2,000,000 บาท วงเงินรีไฟแนนซ์ที่ได้ 60% คือ 1,200,000 บาท แต่ยอดหนี้บ้านผมเหลืออยู่ 1,300,000 บาท ถ้าผมจะรีไฟแนนซ์ไปธนาคารใหม่ ผมจำเป็นต้องหาส่วนต่างมาเติมอีก 100,000 บาทไปจ่ายกับธนาคารเดิมเพื่อที่จะสามารถรีไฟแนนซ์ได้ 

บ้านไม้รีไฟแนนซ์บ้านดีไหม

พอเหตุขอจำกัดแล้วก็รู้สึกว่าเอ๊ะ เราจะรีไฟแนนซ์บ้านดีหรือเปล่า สำหรับผมแนะนำแบบนี้ครับ

1. ทำเรื่องขอลดดอกเบี้ยบ้านกับธนาคารเดิม แล้วดูว่าธนาคารเดิมจะลดให้ได้ประมาณเท่าไร โดยปกติขั้นตอนนี้จะให้เวลาประมาณ 7-14 วันเราก็จะทราบดอกเบี้ยที่ทางธนาคารลดให้

2. เช็คอัตราดอกเบี้ยธนาคารใหม่ว่าได้ประมาณเท่าไร ซึ่งจริง ๆ เราสามารถทำได้ไปพร้อม ๆ กับการเช็คดอกเบี้ยกับธนาคารเดิมเลยนะครับ และขอเน้นย้ำว่า ให้พูดกับธนาคารใหม่ที่เราไปเช็คอย่างชัดเจนเลยนะครับว่าบ้านของเราเป็นบ้านไม้ สร้างด้วยไม้อะไร ลักษณะโครงสร้างเบื้องต้นเป็นอย่างไร (บ้านชั้นเดียว บ้านสองชั้น) เพราะไม่ใช่ว่าทุกธนาคารจะรับพิจารณาบ้านไม้ครับ หาเราพูดไปชัดเจนแต่แรกจะได้ไม่มีปัญหาตามาภายหลังครับ

3. ธนาคารใหม่เข้าไปประเมินหลักทรัพย์ (ประเมินราคาบ้าน) อันนี้ก็อยากให้เช็คให้ดีนะครับว่าธนาคารมีค่าใช้จ่ายในการเข้าไปประเมินหลักทรัพย์ไหม แล้วดูว่าธนาคารใหม่ให้ราคาหลักทรัพย์ของเราอยู่กี่บาท ครอบคลุมยอดหนี้ที่เหลือเราไหม หรือต้องมีการเพิ่มส่วนต่างเท่าไร

4. นำดอกเบี้ยและขอจำกัดมาตัดสินใจอีกที เช่น ธนาคารเก่าลดดอกเบี้ยบ้านให้เหลือ 3.3% ส่วนธนาคารใหม่ลดให้เหลือ 2.5% แต่ว่าวงเงินไม่ครอบคลุมทั้งหมดต้องหาเงินมาปิดส่วนต่างอีกประมาณ 50,000 บาท บวกกับค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์อีก เราก็ต้องมานั่งคิดอีกทีละครับว่าจะอยู่ธนาคารเดิมต่อหรือย้ายไปธนาคารใหม่ดี

ถ้าเป็นเคสนี้นะครับถ้าผมไม่ได้ลำบากเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนต่าง การย้ายไปรับดอกเบี้ยใหม่ที่ต่างกัน 0.8% ก็น่าจะคุ้มกว่าครับ แม้ว่าจะรวมค่าใช้จ่ายการรีไฟแนนซ์แล้วก็ยังประหยัดได้เยอะกว่า แต่ถ้าเราไม่สะดวกเรื่องค่าใช้จ่ายต่าง ๆ อยู่ธนาคารเดิมก็ได้ ยังไงก็ยังได้ลดดอกเบี้ยจากเดิมอยู่ดีครับ

นี้ก็เป็นประสบการณ์และแนวทางที่ผมใช้ในการทำและตัดสินใจตอนที่ผมรีไฟแนนซ์บ้านที่สร้างด้วยไม้ของผมครับ ผู้อ่านก็ลองนำไปเป็นแนวทางในการ Refinance บ้าน ดูได้ครับถ้าคุณเป็นบ้านไม้ ส่วนใครที่สนใจจะลองยื่นรีไฟแนนซ์บ้านก็สามารถลองยื่นผ่าน Refinn ได้ครับ เราช่วยเปรียบเทียบโปรโมชั่นรีไฟแนนซ์บ้านจากธนาคารชั้นนำ รวมถึงเรามีทีมงานที่คอยติดตามเรื่องจากธนาคารและคอยให้คำแนะนำด้วยครับ ที่สำคัญใช้บริการฟรีครับ

เผยแพร่เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2564
Refinn Writer
ช่วยเปรียบเทียบโปรโมชั่นที่ประหยัดดอกเบี้ยที่สุด ฟรี ไม่มีค่าบริการเพิ่มเติม