ค่าใช้จ่ายบ้านมือสอง

ซื้อบ้านมือสองต้องเตรียมค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง 

การซื้อบ้านมือสองอาจจะทำให้เราได้ทำเลที่ถูกใจ หรืออาจจะได้ในราคาที่ถูกลงเมื่อเที่ยบกับบ้าน หรือคอนโดมือ 1 พื้นที่ใกล้เคียงกันจึงช่วยประหยัดเงินไปได้พอสมควร ทว่าบางคนอาจหลงลืมไปว่าค่าใช้จ่ายบ้านมือสองนั้นไม่ได้มีแค่ราคาซื้อขายแต่ยังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีกด้วย มีอะไรบ้าง วันนี้เราได้รวบรวมข้อมูลมาให้แล้ว จะช่วยให้คุณสามารถเตรียมตัวเรื่องเงินได้พร้อม แล้วการซื้อบ้านมือสองจะราบรื่นไร้ปัญหา

5 ค่าใช้จ่ายต้องเตรียมเมื่อซื้อบ้านมือสอง 

1. ค่าประเมินราคาบ้านมือสอง

ค่าประเมินราคาบ้านนี้จะมีเมื่อผู้ซื้อทำเรื่องกู้ซื้อบ้านกับธนาคาร โดยที่ธนาคารต้องมาทำการประเมินราคาทรัพย์สินนั่นเอง ซึ่งเป็นมาตรฐานหนึ่งที่เมื่อยื่นกู้ต้องทำกันเป็นเรื่องปกติ ค่าประเมินราคาทรัพย์สินก็จะเป็นไปตามเงื่อนไขธนาคารกำหนด ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ที่ประมาณ 2,000 - 3,000 บาท ขึ้นอยู่กับทำเล และประเภททรัพย์ แต่หากซื้อเงินสดไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายด้านนี้

2. ค่าขอมิเตอร์น้ำ – ไฟฟ้า

อย่าลืมตรวจสอบสิทธิ์การใช้และเงินประกันค่าน้ำ – ไฟฟ้าด้วย โดยตรวจสอบกับเจ้าของบ้านคนเก่า หากเจ้าของบ้านเดิมถือสิทธิ์อยู่แล้วเราก็โอนกรรมสิทธิ์ได้เลย ซึ่งต้องเตรียมเอกสารการโอนค่ามิเตอร์น้ำ – ไฟฟ้าให้พร้อมด้วย นอกจากนี้ยังมีค่าประกันในการโอนเปลี่ยนชื่อ ค่าขอมิเตอร์น้ำ – ไฟฟ้า ที่ต้องจ่ายด้วยครับ ค่าใช้จ่ายตรงนี้ก็ลองต่อรองกับคนขายบ้านครับว่าใครเป็นคนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้

3. ค่าจดจำนองซื้อบ้านมือสอง

จริง ๆ แล้วสำหรับค่าจดจำนองนั้นไม่ใช่เฉพาะแค่บ้านมือสองอย่างเดียวหรอกครับ เวลาเราซื้อขายบ้านจะมือ 1 มือ 2 ก็จะมีค่าจดจำนอง โดยค่าธรรมเนียมจดจำนองจะคิด 1% ของวงเงินที่เรากู้ซึ่งค่าใช้จ่ายบ้านมือสองในการจดจำนองนี้จะจ่ายเมื่อได้ทำเรื่องกู้ซื้อกับธนาคาร ซื้อเงินสดไม่มีค่าใช้จ่ายด้านนี้

4. ค่าประกันบ้านมือสอง

อันนี้จะแบ่งเป็น 2 ส่วนนะครับสำหรับประกันบ้าน คือ

1. ประกันบ้านภาคบังคับ

ถ้าเรากู้ซื้อบ้านกฏหมายจะบังคับให้เราต้องทำประกันอัคคีภัยครับ ซึ่งจะให้ความคุ้มครองด้านโครงสร้างบ้านกรณีที่เกิดไฟไหม้ครับ อันนี้เลี่ยงไม่ได้ที่จะไม่ทำ เนื่องจากเป็นประกันภาคบังคับราคาก็เลยจะถูกควบคุมให้ไม่สูงครับ โดยราคาก็จะอิงตามมูลค่าบ้านครับ อย่างคอนโดผม ยอดหนี้ประมาณ 2.5 ล้านกว่าบาทประกันประมาณ 2 พันต้น ๆ

2. ประกันบ้านภาคสมัครใจ

สำครับภาคสมัครใจก็ตามชื่อเลยครับ กฏหมายไม่ได้บังครับทำเราสามารถเลือกได้ว่าจะทำหรือไม่ทำ ก็จะมีประกันอีก 2 ตัว คือ

- ประกันคุ้มครองทรัพย์สินภายในบ้าน (ประกันทรัพย์สินภายในบ้านคืออะไร : คลิกอ่านต่อ )

อย่างที่บอกไปประกันอัคคีภัยที่บังคับทำนั้นให้ความคุ้มครองโครงสร้างบ้านใช่ไหมครับ แต่เอาเข้าจริง ๆ เวลาไฟไหม้บ้านมันไม่ได้ไหมแค่โครงสร้างแต่ของในบ้านเราทั้งหมดมันก็พัง เสียหายไปด้วย ดังนั้นประกันคุ้มครองทรัพย์สินภายในบ้านนี้จะเข้ามาดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายของความเสียหายในส่วนนี้ รวมถึงความเสียหายจากภัยอื่น ๆ นอกเหนือจากไฟไหมด้วยครับ เช่น ภัยจากน้ำ ฝนตก ผนังน้ำซึม วอเปเปอร์พัง ก็ได้รับความคุ้มครองตรงนี้ ซึ่งเบี้ยประกันก็ถือว่าไม่สูงอยู่ที่ปีละประมาณ 800 บาทครับ ใครสนใจลองดูคลิ๊กเข้าไปดูได้ที่นี้เลยครับ : คุ้มครองทรัพย์สินภายในบ้าน

- ประกันคุ้มครองสินเชื่อบ้าน หรือ ประกัน MRTA

อันนี้คนส่วนใหญ่ที่ซื้อบ้านมือ 1 จะรู้จัก แต่บ้านมือ 2 ก็มีเช่นกันครับ น่าจะรู้จักก็คือประกันที่ให้ความคุ้มครองในกรณีที่ผู้กู้เสียชีวิต หรือทุพลภาพถาวร ประกันก็จะมาจ่ายยอดหนี้ส่วนที่เหลือของวงเงินที่กู้มาให้ ทำให้คนที่ได้รับผลประโยชน์ เช่น ลูก หรือภรรยา ไม่ต้องมานั่งผ่อนบ้านต่อครับ

แต่สำหรับประกันตัวนี้คนมักเข้าใจผิดว่าต้องทำ ซึ่งจริง ๆ แล้วขอย้ำว่า "กฏหมายไม่ได้บังคับ" นะครับ หลายท่านที่เขามาปรึกษา Refinn มักจะเล่าว่า "ถ้าไม่ทำธนาคารจะไม่ปล่อยสินเชื่อ หรือปล่อยสินเชื่อยาก" ซึ่งในมุมมองของผมการปล่อยสินเชื่อยากหรือง่ายนั้นไม่ได้เกี่ยวกับทำหรือไม่ทำ แต่ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติผู้กู้ว่าถ้ากู้ไปแล้วธนาคารดูว่าจะผ่อนไหวหรือเปล่าครับ

ถ้าจะทำแนะนำว่าทำเพราะเห็นถึงประโยชน์ของตัวประกันจริง ๆ เนื่องจากประกัน MRTA นั้นมีราคาสูง และแนะนำว่าก่อนที่จะซื้อก็อยากให้ลองเปรียบเทียบราคาเบี้ยประกันกับความคุ้มครองก่อน ไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อกับธนาคารที่กู้เรากู้ซื้อบ้านมือสองครับ (ประกันทรัพย์คุ้มครองสินเชื่อบ้านราคาพิเศษ >> www.refinn.com/ประกันmrta )

5. ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ 

ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ที่จะเกิดขึ้น นี้ ก็ได้แก่ ค่าอากร 0.5% ของราคาซื้อขาย ค่าภาษีเงินได้ โดยจะหักตามจำนวนปีถือครอง ค่าอื่น ๆ เช่น ค่าพยาน 20 บาท ค่าคำขอ 20 บาท เป็นต้น 

  • ค่าธรรมเนียมการโอนบ้าน 2% ของราคาราคาซื้อขาย ซึ่งค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ทั่วไปผู้ซื้อและผู้ขายจะรับผิดชอบกันคนละครึ่งครับ หรือหากผู้ซื้อต่อรองให้ผู้ขายยอมจ่ายได้ก็จะประหยัดส่วนนี้ไปครับ
  • ค่าอากรแสตมป์ 0.5% ของราคาซื้อขาย
  • ค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
  • ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ

สำหรับค่าใช้จ่าย 2 อย่างหลังทั้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีธุรกิจเฉพาะ โดยทั่วไปแล้วค่าใช้จ่าย 2 ตัวนี้ผู้ขายบ้านจะเป็นผู้รับผิดชอบครับ ซึ่งผู้ขายก็น่าจะบวกเข้ามาในราคาที่ขายอยู่แล้ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นตอนที่จะซื้อก็ให้สอบถาม พูดคุยต่อรองกันให้เรียบร้อยก่อนครับ เพราะบางผู้ขายบางท่านอาจจะไม่รู้ว่ามีค่าใช้จ่ายส่วนนี้ก็จะยกให้มาเป็นทางผู้ซื้อเป็นคนจ่าย และกฏหมายก็ไม่ได้ระบุไว้ด้วยว่าใครต้องเป็นคนจ่ายครับ

นอกจากนี้ ยังมีค่าใช้จ่ายบ้านมือสองอื่น ๆ เช่น ค่าส่วนกลางที่นิติบุคคลอาจจะเรียกเก็บ เพื่อไปบำรุงส่วนกลางสำหรับผู้ที่ซื้อบ้านมือสองอย่างไรก็ตาม หากใครต้องการเปรียบเทียบหาดอกเบี้ยธนาคารหาที่ถูกที่สุด ผ่อนเบาที่สุด Refinn เราก็ได้รวมมาไว้ให้แล้วครับโปรเดียวกับหน้าสาขา ไม่ต้องเดินทางไปให้เสี่ยงโควิด แล้วเรายังมีทีมงานค่อยให้การช่วยเหลือ และติดตามให้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายครับ ดูโปรโมชั่นสินเชื่อบ้านมือสอง คลิก

รวมถึง Refinn ยังให้บริการรีไฟแนนซ์ เช่น รีไฟแนนซ์บ้าน รีไฟแนนซ์รถ รวมไปถึงรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต บิรการทุกอย่างเรามีทีมงานค่อยให้การช่วยเหลือ สามารถคลิกดูโปรโมชั่นได้เลยครับ

เผยแพร่เมื่อวันที่ 08 เม.ย. 2564
Refinn Writer
ช่วยเปรียบเทียบโปรโมชั่นที่ประหยัดดอกเบี้ยที่สุด ฟรี ไม่มีค่าบริการเพิ่มเติม