อัปเดตค่าใช้จ่ายรีไฟแนนซ์บ้าน 2569 เตรียมพร้อมก่อนขอสินเชื่อ
Key takeaway
การวางแผนเตรียมค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์บ้านเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้การย้ายธนาคารคุ้มค่าที่สุด โดยค่าใช้จ่ายที่ต้องจัดเตรียม เช่น ค่าประเมินหลักทรัพย์ ค่าจดจำนองใหม่ 1% ค่าอากรแสตมป์ และค่าประกันอัคคีภัย โดยที่ผู้กู้ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์แต่อย่างใด แต่เมื่อนำค่าใช้จ่ายเริ่มต้นเหล่านี้ไปหักลบกับส่วนต่างดอกเบี้ยที่จะประหยัดได้หลักแสนในระยะยาว ก็ถือเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าอย่างแน่นอน ทั้งนี้ยังสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายก้อนนี้ได้ด้วยการเปรียบเทียบโปรโมชันฟรีค่าธรรมเนียมจากธนาคารต่าง ๆ หรือพิจารณาทางเลือกการขอลดดอกเบี้ยกับธนาคารเดิม เพื่อหาข้อเสนอที่ตอบโจทย์สภาพคล่องทางการเงินได้ดีที่สุด

การรีไฟแนนซ์บ้านเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ทางการเงินที่ชาญฉลาดสำหรับคนมีบ้าน เพราะคือการเปลี่ยนสัญญาสินเชื่อบ้านจากธนาคารเดิมไปใช้บริการของธนาคารใหม่ที่ให้อัตราดอกเบี้ยถูกกว่า ซึ่งช่วยให้ประหยัดเงินได้หลายแสนบาทตลอดอายุสัญญา
แต่คำถามที่หลายคนมักจะกังวลและค้นหาข้อมูลกันมากที่สุดก็คือ รีไฟแนนซ์บ้านต้องเสียค่าอะไรบ้าง จะคุ้มค่ากับส่วนต่างดอกเบี้ยที่ลดลงหรือไม่ บทความนี้จาก Refinn จะเป็นไกด์ไลน์ที่ละเอียดที่สุด เพื่อให้การตัดสินใจย้ายธนาคารครั้งนี้คุ้มค่าและไม่ทำให้เงินในกระเป๋าต้องสะเทือนไปกว่าเดิม
ค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์บ้าน 2569 มีอะไรบ้าง ?
การทำความเข้าใจเรื่องค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์บ้าน เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะจะส่งผลโดยตรงต่อความคุ้มค่าที่คุณจะได้รับในระยะยาว เรามาเจาะลึกกันว่ารีไฟแนนซ์บ้าน ต้องเสียค่าอะไรบ้าง ?
ค่าไถ่ถอนจำนอง
ค่าไถ่ถอนจำนองคือค่าธรรมเนียมที่คุณต้องจ่ายให้กับกรมที่ดินเพื่อดำเนินการปลดภาระจำนองบ้านของคุณออกจากธนาคารเดิม ซึ่งเป็นคนละส่วนกับค่าจดจำนองที่ต้องจ่ายให้กับธนาคารใหม่
ค่าจดจำนอง
เมื่อคุณย้ายไปธนาคารใหม่ การจำนองเดิมกับธนาคารเก่าจะถูกไถ่ถอนและต้องจดจำนองใหม่กับธนาคารใหม่ที่กรมที่ดิน โดยมีค่าธรรมเนียม 1% ของวงเงินกู้ใหม่สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนนี้เป็นข้อบังคับตามกฎหมาย แต่ในปัจจุบันหลายธนาคารมักมีโปรโมชันฟรีค่าจดจำนองเพื่อดึงดูดลูกค้า
ค่าประเมินหลักทรัพย์
ค่าใช้จ่ายนี้คือค่าธรรมเนียมที่ธนาคารเรียกเก็บเพื่อส่งเจ้าหน้าที่มาประเมินมูลค่าบ้านหรือทรัพย์สินของคุณใหม่ โดยปกติจะอยู่ระหว่าง 2,000-3,000 บาท หรืออาจคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของราคาประเมิน ค่าใช้จ่ายนี้สำคัญมากเพราะราคาประเมินใหม่นี้จะถูกใช้เป็นฐานในการอนุมัติวงเงินรีไฟแนนซ์บ้าน
ค่าธรรมเนียมสินเชื่อ
ค่าธรรมเนียมการจัดการสินเชื่อเป็นอีกหนึ่งในค่าใช้จ่ายหลักที่ธนาคารอาจเรียกเก็บเมื่อมีการอนุมัติวงเงิน โดยมักจะคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของวงเงินกู้ใหม่ตั้งแต่ 0-1% ซึ่งบางแห่งอาจยกเว้นให้ตามแคมเปญโปรโมชันในช่วงนั้น ๆ
ค่าอากรแสตมป์
ในการทำสัญญากู้เงินใหม่ จะมีค่าอากรแสตมป์จำนวน 0.05% ของวงเงินกู้ใหม่สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายให้กับกรมสรรพากร
ค่าประกันอัคคีภัยและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
กฎหมายกำหนดให้ผู้กู้ต้องทำประกันอัคคีภัยเพื่อคุ้มครองหลักประกัน นอกจากนี้อาจมีประกันชีวิตคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ หรือ MRTA ซึ่งส่วนนี้มักขึ้นอยู่กับความสมัครใจหรือเงื่อนไขการรับอัตราดอกเบี้ยพิเศษของแต่ละธนาคาร
คลายข้อสงสัย รีไฟแนนซ์บ้านเสียค่าโอนไหม ?
อีกหนึ่งคำถามยอดฮิตที่สร้างความสับสนคือรีไฟแนนซ์บ้านเสียค่าโอนไหม ? คำตอบคือ “ไม่เสียค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ 2% อย่างแน่นอน” เนื่องจากกระบวนการรีไฟแนนซ์เป็นเพียงการเปลี่ยนธนาคารผู้รับจำนอง หรือการเปลี่ยนเจ้าหนี้เท่านั้น ไม่ใช่การซื้อขายเพื่อเปลี่ยนมือผู้ถือกรรมสิทธิ์ จึงจ่ายเพียงแค่ค่าธรรมเนียมการจดจำนองใหม่ 1% เท่านั้น
ทำไมการรีไฟแนนซ์บ้านบางครั้งถึงมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น?
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมการรีไฟแนนซ์ที่ควรจะช่วยประหยัดเงิน ถึงได้มีรายจ่ายงอกเงยขึ้นมา นี่คือปัจจัยหลักที่อาจส่งผลให้ค่ารีไฟแนนซ์บ้านเพิ่มสูงขึ้น
- ระยะเวลาการรีไฟแนนซ์: หากดำเนินการรีไฟแนนซ์ก่อนครบกำหนดสัญญาตามที่ระบุไว้ ตัวอย่างเช่นการปิดบัญชีก่อนครบกำหนด 3 ปี ธนาคารเดิมอาจเรียกเก็บค่าปรับ ซึ่งมักจะอยู่ที่ประมาณ 2-3% ของวงเงินกู้ ทำให้ค่าใช้จ่ายรีไฟแนนซ์บ้านโดยรวมสูงขึ้น
- การเลือกโปรโมชันของธนาคาร: แม้บางธนาคารจะมีโปรโมชันคำนวณดอกเบี้ยบ้านที่ต่ำมาก แต่หากไม่มีการยกเว้นค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เช่น ค่าจดจำนอง หรือค่าประเมิน ก็จะทำให้ยอดรวมค่าใช้จ่ายเริ่มต้นสูงขึ้น
- ราคาประเมินทรัพย์สินใหม่: หากราคาประเมินบ้านต่ำกว่าที่คาดไว้ อาจส่งผลให้ต้องนำเงินสดส่วนตัวมาโปะส่วนต่างเพื่อปิดหนี้ก้อนเดิม ทำให้เกิดภาระทางการเงินที่ตึงตัวขึ้น
วิธีวางแผนให้ค่าใช้จ่ายรีไฟแนนซ์บ้านคุ้มค่าที่สุด
การรีไฟแนนซ์บ้านให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุดไม่ได้ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการวางแผนการเงินอย่างรอบคอบ นี่คือหลักการที่ Refinn อยากแนะนำ

เปรียบเทียบส่วนต่างดอกเบี้ยกับค่าใช้จ่าย
วิธีที่ง่ายที่สุดคือการนำยอดเงินดอกเบี้ยที่จะประหยัดได้ตลอด 3 ปีจากการย้ายไปธนาคารใหม่ มาหักลบกับค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้น หากผลลัพธ์คือมีเงินเหลือเก็บในกระเป๋ามากกว่าการอยู่กับธนาคารเดิม ก็ถือว่าการรีไฟแนนซ์บ้านเป็นการตัดสินใจที่คุ้มค่า
หาข้อมูลธนาคารที่ให้ดอกเบี้ยและเงื่อนไขดีที่สุด
ปัจจุบันมีธนาคารหลายแห่งที่แข่งขันกันออกโปรโมชันพิเศษ การศึกษาข้อมูลและเปรียบเทียบข้อเสนอจากหลาย ๆ ธนาคาร จะช่วยให้เลือกได้ว่าจะรีไฟแนนซ์บ้านธนาคารไหนดี เพื่อให้ได้ทางเลือกที่ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากที่สุด
เลือกสินเชื่อที่เหมาะสม
พิจารณาสภาพคล่องทางการเงินของคุณก่อนเลือกประเภทสินเชื่อ หากคุณต้องการลดภาระผ่อนบ้านต่อเดือนให้ต่ำลง ควรเลือกสินเชื่อที่มีระยะเวลาผ่อนที่ยาวขึ้น หรือหากคุณต้องการให้หมดหนี้เร็วขึ้น อาจเลือกสินเชื่อที่มีอัตราดอกเบี้ยคงที่ในระยะเวลาที่สั้นกว่า
ต่อรองค่าธรรมเนียม
อย่าลังเลที่จะสอบถามและต่อรองเรื่องค่าใช้จ่ายกับเจ้าหน้าที่สินเชื่อ เพราะบางธนาคารอาจมีนโยบายยืดหยุ่นหรือมีโปรโมชันพิเศษที่คุณอาจไม่ทราบ การต่อรองจะช่วยให้คุณประหยัดเงินได้อีกมาก
หลีกเลี่ยงก่อหนี้เพิ่ม
แม้ว่าการรีไฟแนนซ์บ้านจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยลง แต่การก่อหนี้เพิ่มขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกันอาจส่งผลเสียต่อการพิจารณาสินเชื่อใหม่ได้ และอาจทำให้ผ่อนบ้านไม่ไหวในอนาคต
สรุปเรื่องค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์บ้าน
การตัดสินใจย้ายธนาคารเพื่อให้ภาระการผ่อนบ้านราคาถูกลงคือก้าวสำคัญที่จะช่วยให้มีอิสระทางการเงินมากขึ้น แม้จะมีค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์บ้านเกิดขึ้นในช่วงเริ่มต้น แต่เมื่อคำนวณความคุ้มค่าอย่างรอบด้านแล้วจะพบว่า เงินที่ประหยัดได้จากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงนั้นคุ้มค่ากว่าค่ารีไฟแนนซ์บ้านที่จ่ายไปอย่างแน่นอน
หากกำลังมองหาตัวช่วยในการวางแผนและเปรียบเทียบดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้านจากธนาคารชั้นนำ หรือแม้แต่ผู้ที่ต้องการข้อมูลเรื่องการรีไฟแนนซ์คอนโดแบบครบจบในที่เดียว Refinn คือแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เราได้รวบรวมข้อมูลสินเชื่อและโปรโมชันยกเว้นค่าธรรมเนียมต่าง ๆ มาให้เปรียบเทียบได้อย่างง่ายดาย ช่วยลดขั้นตอนการรีไฟแนนซ์บ้านได้ พร้อมเครื่องมือช่วยคำนวณและวิเคราะห์ความคุ้มค่าอย่างละเอียดโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น เตรียมตัวให้พร้อมแล้วให้ Refinn เป็นเพื่อนร่วมทางที่จะช่วยลดภาระทางการเงินให้เบาลงได้อย่างยั่งยืน
Refinn เป็นแพลตฟอร์มที่รวบรวมข้อเสนอด้านสินเชื่อและผลิตภัณฑ์ทางการเงินจากสถาบันการเงินชั้นนำ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถเปรียบเทียบข้อมูลได้อย่างโปร่งใส ใช้งานสะดวกผ่านระบบออนไลน์ และไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
- LINE OA: @Refinn
- โทร: 02-079-5119
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายรีไฟแนนซ์บ้าน (FAQs)
Q: รีไฟแนนซ์บ้าน 2569 มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยเท่าไหร่ ?
A: โดยเฉลี่ยแล้วค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์บ้านจะอยู่ที่ประมาณ 2-3% ของวงเงินกู้ใหม่ และอาจเพิ่มขึ้นถึงประมาณ 4% หากมีค่าปรับกรณีปิดบัญชีก่อนกำหนด หรือมีการทำประกันชีวิตคุ้มครองวงเงินสินเชื่อเพิ่มเติม
Q: รีไฟแนนซ์บ้าน ถ้าเปลี่ยนแค่ดอกเบี้ยกับธนาคารเดิมต้องเสียค่าโอนไหม ?
A: หากใช้วิธีการขอรีเทนชัน หรือการเจรจาขอลดดอกเบี้ยกับธนาคารเดิมโดยไม่มีการเปลี่ยนธนาคารผู้รับจำนอง จะไม่ต้องจดจำนองใหม่ จึงไม่ต้องเสียค่าจดจำนอง หรือที่หลายคนมักเข้าใจผิดเรียกว่าค่าโอน
Q: รีไฟแนนซ์บ้านก่อนครบ 3 ปีทำได้ไหม และต้องจ่ายอะไรเพิ่ม ?
A: สามารถทำได้ แต่ธนาคารเดิมมักจะคิดค่าปรับประมาณ 0-3% ของวงเงินกู้ตามเงื่อนไขที่ระบุในสัญญากู้เดิม ดังนั้นจึงควรคำนวณอย่างรอบคอบว่า ส่วนต่างดอกเบี้ยที่ประหยัดได้จากธนาคารใหม่นั้นคุ้มค่ากับค่าปรับที่ต้องเสียไปหรือไม่
Q: รีไฟแนนซ์บ้านกู้เพิ่มวงเงิน จะทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นแค่ไหน ?
A: เมื่อมีการขอกู้เพิ่มวงเงิน ค่าใช้จ่ายหลักอย่างค่าจดจำนองและค่าอากรแสตมป์จะถูกคำนวณจากฐานวงเงินกู้ใหม่ที่สูงขึ้น ทำให้ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย แม้ว่าภาระดอกเบี้ยต่อเดือนโดยรวมอาจจะลดลงก็ตาม
Q: รีไฟแนนซ์คอนโด ค่าใช้จ่ายต่างจากรีไฟแนนซ์บ้านไหม ?
A: โครงสร้างค่าใช้จ่ายหลักจะเหมือนกันทั้งหมด ได้แก่ ค่าจดจำนอง ค่าประเมินหลักทรัพย์ ค่าธรรมเนียมสินเชื่อ และค่าประกันอัคคีภัย แต่ตัวเลขค่าใช้จ่ายจริงจะแตกต่างกันไปตามมูลค่าของห้องชุด รวมถึงโปรโมชันของแต่ละธนาคารในช่วงเวลานั้น
Q: มีวิธีลดค่าใช้จ่ายรีไฟแนนซ์บ้านแบบไม่ต้องเสียเต็ม 2-3% หรือไม่ ?
A: สามารถลดค่าใช้จ่ายได้โดยการเปรียบเทียบและเลือกธนาคารที่มีโปรโมชันฟรีค่าประเมินหรือฟรีค่าจดจำนอง หรือเลือกใช้วิธีการขอลดดอกเบี้ยกับธนาคารเดิม รวมถึงการเจรจาต่อรองอัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขค่าธรรมเนียมต่างๆ กับเจ้าหน้าที่สินเชื่อโดยตรง




