รวมเอกสารรีไฟแนนซ์บ้านปี 2026 ก่อนทำต้องเตรียมอะไรไปบ้าง ?
เอกสารรีไฟแนนซ์บ้าน

รวมเอกสารรีไฟแนนซ์บ้านต้องเตรียมอะไรบ้าง ยื่นง่ายผ่านไว

Key Takeaways 

เอกสารรีไฟแนนซ์บ้านมี 3 ประเภทหลัก ได้แก่ เอกสารส่วนบุคคล เอกสารแสดงรายได้ และเอกสารหลักประกัน นอกจากนี้ควรเข้าใจขั้นตอนการยื่นและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น เช่น ค่าปรับไถ่ถอนก่อนกำหนด ค่าธรรมเนียมธนาคารใหม่ และค่าจดจำนองที่กรมที่ดิน เพื่อวางแผนการเงินได้รอบคอบและผ่านการอนุมัติได้เร็วขึ้น

การรีไฟแนนซ์บ้านก็เหมือนการขอสินอีกครั้งหนึ่งกับสถาบันการเงินแห่งใหม่ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่ธนาคารใหม่จะต้องการตรวจสอบตัวตน ประวัติการเงิน และความมั่นคงของผู้กู้ว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่ธนาคารกำหนดหรือไม่ ด้วยการขอเอกสารต่างๆ ไปพิจารณา ซึ่งโดยปกติแล้วแต่ละธนาคารจะขอเอกสารที่คล้ายกัน แต่ก็ไม่ถึงกับเหมือนกันทั้งหมด

ในบทความนี้ได้รวบรวมเอกสารขอรีไฟแนนซ์บ้านหลัก ๆ ที่จำเป็นต้องเตรียม ซึ่งสามารถใช้ยื่นได้กับเกือบทุกธนาคาร เพื่อช่วยให้การดำเนินเรื่องเป็นไปอย่างรวดเร็วและราบรื่นที่สุด หากธนาคารไหนต้องการเอกสารเพิ่มเติมเป็นพิเศษ ก็สามารถจัดเตรียมเพิ่มตามที่ขอได้ในภายหลัง

รีไฟแนนซ์บ้าน ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ?

เอกสารในการยื่นรีไฟแนนซ์บ้าน จะถูกแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ประกอบไปด้วย เอกสารแสดงข้อมูลส่วนบุคคล, เอกสารแสดงรายได้ และเอกสารด้านหลักประกัน ซึ่งในแต่ละประเภทจะมีรายละเอียดเอกสารย่อยที่ต้องเตรียม ดังนี้

เอกสารรีไฟแนนซ์มีอะไรบ้าง เตรียมความพร้อมก่อนยื่นดำเนินการขอรีไฟแนนซ์

1. เอกสารแสดงข้อมูลส่วนบุคคล

เอกสารรีไฟแนนซ์ประเภทนี้จะเป็นเอกสารเกี่ยวกับผู้กู้ เพื่อให้ธนาคารสามารถยืนยันตัวตนได้ว่า เป็นตัวผู้กู้จริง ๆ ไม่ใช่บุคคลอื่นมาแอบอ้าง โดยส่วนใหญ่เอกสารประเภทนี้จะประกอบด้วย

  1. สำเนาบัตรประชาชน
  2. สำเนาทะเบียนบ้าน
  3. สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี)
  4. สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน ของคู่สมรส (ถ้ามี)
  5. สำเนาทะเบียนสมรส (ถ้ามี) / หย่า (ถ้ามี)
  6. สำเนาใบมรณบัตร และทะเบียนสมรสของคู่สมรส (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต)

*ถ้ามีผู้กู้ร่วม ต้องให้ผู้กู้ร่วมเตรียมเอกสารแสดงข้อมูลส่วนบุคคลเช่นเดียวกัน

2. เอกสารแสดงรายได้

ในส่วนนี้จะเป็นส่วนหลักที่ธนาคารใช้พิจารณาว่าเราเข้าเงื่อนไขของธนาคารหรือไม่ เพราะสามารถแสดงสถานะการเงิน รายได้ และประวัติการเดินบัญชี ซึ่งเอกสารประเภทนี้จะถูกแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

2.1 กรณีบุคคลมีรายได้ประจำ

  1. สลิปเงินเดือน ย้อนหลัง 3 เดือน หรือหนังสือรับรองการทำงาน
  2. สำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน
  3. หนังสือผ่านสิทธิสวัสดิการ (ถ้ามี)
  4. สำเนารับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) (สำหรับบางธนาคารเท่านั้น)

2.2 กรณีบุคคลที่ประกอบธุรกิจส่วนตัว

  1. สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน/ใบทะเบียนการค้า
  2. สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีชื่อผู้กู้/ผู้กู้ร่วม
  3. สำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง 12 เดือน (ทั้งในนามบุคคล และกิจการ)
  4. สำเนา ภ.พ. 30 (ถ้ามี) หรือ ภงด. 50/51 ย้อนหลัง 5 เดือน (ถ้ามี)

หมายเหตุ: หากมีผู้กู้ร่วม ต้องให้ผู้กู้ร่วมเตรียมเอกสารแสดงรายได้เช่นเดียวกัน และสำหรับเอกสารประเภทนี้ บางธนาคารที่เข้มงวดอาจขอเอกสารย้อนหลังนานถึง 12 เดือน

3. เอกสารด้านหลักประกัน

จะเป็นเอกสารที่ยืนยันความเป็นเจ้าของหลักประกันที่จะนำมารีไฟแนนซ์ซึ่งมีทั้งเอกสารจากธนาคารเดิม และเอกสารจากกรมที่ดิน ประกอบด้วย

  1. สำเนาเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์หลักประกัน เช่น โฉนดที่ดิน หรือ หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด อช.2
  2. สำเนาหนังสือสัญญาขายที่ดิน ทด.13 หรือ สัญญาให้ที่ดิน ทด.14 หรือ สัญญาซื้อขายห้องชุด
  3. สำเนาหนังสือสัญญาจำนองบ้าน จำนองที่ดิน หรือ สำเนาสัญญาจำนองห้องชุด
  4. สำเนาสัญญาเงินกู้กับสถาบันการเงินเดิม
  5. สำเนาใบเสร็จผ่อนชำระค่างวดบ้าน หรือ ถ้าผ่อนชำระแบบตัดค่างวดอัตโนมัติ ให้ใช้ รายการเดินบัญชีย้อนหลัง 12 เดือน

จะเห็นว่าเอกสารที่ใช้นั้นไม่ได้แตกต่างไปกับการยื่นกู้บ้านใหม่เท่าไหร่นัก จะมีเพิ่มเติมก็คือเอกสารด้านหลักประกันที่ได้มาหลังจากจำนองกับกรมที่ดินตอนซื้อบ้านหรือคอนโดแล้ว และสัญญาเงินกู้กับธนาคารเดิมนั่นเอง

เรื่องอื่น ๆ ที่ควรรู้นอกเหนือจากเอกสารยื่นรีไฟแนนซ์บ้าน

การเตรียมเอกสารเป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้น แต่การเข้าใจกระบวนการทั้งหมดจะช่วยให้วางแผนการเงินได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ขั้นตอนการรีไฟแนนซ์บ้าน

3 ขั้นตอนการรีไฟแนนซ์บ้าน ตั้งแต่การสมัคร เตรียมเอกสารรีไฟแนนซ์ และจดจำนอง

ขั้นตอนการรีไฟแนนซ์บ้าน คือ อีกสิ่งหนึ่งที่ควรทำความเข้าใจและให้ความสำคัญ เพราะเป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้ผ่อนบ้านหมดไวขึ้น แถมยังประหยัดเงินถึงหลักแสน โดยขั้นตอนต่าง ๆ มีตามนี้

  1. ตรวจสอบสัญญากู้ของตัวเอง ว่ารีไฟแนนซ์ได้เมื่อไหร่ (โดยส่วนมากจะอยู่ที่ 3 ปี)
  2. เลือกธนาคารที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง ถ้าเลือกดี ๆ ได้ตัวที่ดอกเบี้ยถูกที่สุด จะประหยัดดอกเบี้ยได้หลักแสน
  3. เตรียมเอกสารประกอบการยื่นรีไฟแนนซ์ ประกอบด้วย เอกสารแสดงข้อมูลส่วนบุคคล, เอกสารแสดงรายได้, เอกสารด้านหลักประกัน (ตามหัวข้อข้างต้น)
  4. ยื่นเรื่องรีไฟแนนซ์กับธนาคารใหม่ ซึ่งใช้เวลาพิจารณาอนุมัติประมาณ 2-4 สัปดาห์ 
  5. สอบถามยอดหนี้คงเหลือ และนัดวันไถ่ถอนจากธนาคารเก่า
  6. ทำสัญญาเงินกู้ฉบับใหม่และดำเนินการจดจำนองที่กรมที่ดิน

หากเพื่อน ๆ คนไหนต้องการทราบข้อมูลแบบละเอียดสามารถอ่านได้ที่: ขั้นตอนการรีไฟแนนซ์บ้าน

ค่าใช้จ่ายรีไฟแนนซ์บ้าน

เอกสารรีไฟแนนซ์บ้าน เตรียมให้พร้อมก่อนยื่นเรื่องดำเนินการกับสถาบันการเงินใหม่

1. ค่าปรับกรณีไถ่ถอนหลักประกันก่อนกำหนด

โดยส่วนมากจะอยู่ที่ประมาณ 3 ปีแรกของการกู้ โดยจ่ายประมาณ 2-3% ของยอดหนี้คงเหลือ นั่นหมายความว่า ถ้าเรารีไฟแนนซ์ในช่วง 3 ปีแรกของสัญญา เราต้องจ่ายค่าปรับตัวนี้ด้วย แต่ถ้ายื่นเรื่องขอรีไฟแนนซ์ในปีที่ 4 เป็นต้นไป ก็ไม่ต้องจ่ายค่าปรับ ซึ่งจะช่วยประหยัดเงินไปได้เยอะพอสมควร อย่างไรก็ตาม อย่าลืมตรวจสอบเงื่อนไขของสถาบันการเงินเดิมให้ละเอียดก่อนเสมอ ว่ามีเงื่อนไขระยะเวลาห้ามไถ่ถอนกี่ปี เพื่อจะได้วางแผนไม่ให้พลาดเสียค่าปรับโดยไม่จำเป็น

2. ค่าใช้จ่ายในการขอสินเชื่อรีไฟแนนซ์กับธนาคารใหม่

เนื่องจากการรีไฟแนนซ์ คือการยื่นขอสินเชื่อบ้านกับสถาบันการเงินแห่งใหม่ ดังนั้นจึงมีค่าธรรมเนียมเบื้องต้นที่ต้องจ่ายให้กับธนาคารใหม่ด้วย เช่น ค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ หรือค่าธรรมเนียมการจัดการสินเชื่อ ค่าใช้จ่ายส่วนนี้อาจถูกยกเว้นได้ ขึ้นอยู่กับโปรโมชันส่งเสริมการขายของแต่ละธนาคารในช่วงเวลานั้น ๆ ผู้กู้จึงควรเตรียมเงินสำรองไว้สำหรับดำเนินการในส่วนนี้

3. ค่าใช้จ่ายกับกรมที่ดิน (ค่าจดจำนอง)

เมื่อเปลี่ยนสถาบันการเงินใหม่ ก็ต้องมีการไปจดจำนองหลักประกันใหม่ที่กรมที่ดินเช่นกัน โดยจะมีค่าธรรมเนียมจดจำนองอยู่ที่อัตรา 1% ของวงเงินกู้ และมีค่าอากรแสตมป์อีก 0.05% ของวงเงินกู้ ถือเป็นค่าใช้จ่ายก้อนสำคัญที่ผู้กู้ต้องเตรียมเงินสด หรือแคชเชียร์เช็คไว้ให้พร้อมสำหรับวันนัดหมายทำสัญญาที่สำนักงานที่ดิน 

ข้อควรรู้เพิ่มเติม “การรีไฟแนนซ์บ้าน” ต่างจาก “สินเชื่อบ้านแลกเงิน” อย่างไร ?

สำหรับผู้ที่ผ่อนบ้านมาระยะหนึ่งแล้วต้องการเงินก้อนไปหมุนเวียนใช้จ่าย อาจจะกำลังสับสนระหว่างการรีไฟแนนซ์เพื่อขอวงเงินเพิ่มกับการทำสินเชื่อบ้านแลกเงิน ซึ่งผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 รูปแบบนี้ มีเงื่อนไขที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนตามสถานะของบ้าน ดังนี้

  • การรีไฟแนนซ์บ้าน (แบบกู้เงินเพิ่ม): เหมาะสำหรับคนที่ "ยังผ่อนบ้านไม่หมด" แต่อยากย้ายไปธนาคารใหม่เพื่อลดดอกเบี้ยให้ถูกลง พร้อมกับขออนุมัติเงินก้อนส่วนต่างออกมาใช้งาน
  • สินเชื่อบ้านแลกเงิน: เหมาะสำหรับคนที่ "ผ่อนบ้านหมดเรียบร้อยแล้ว" แต่ต้องการนำโฉนดที่ดินหรือที่อยู่อาศัยนั้น มาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันกับธนาคารเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินก้อนสดในการสร้างสภาพคล่องทางการเงิน

ดังนั้น หากบ้านของคุณยังติดจำนองอยู่ การเลือกใช้บริการ "รีไฟแนนซ์บ้าน" จึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์และตรงจุดที่สุดในการบริหารสภาพคล่อง

สรุปเรื่องเอกสารขอรีไฟแนนซ์บ้าน

การจัดเตรียมเอกสารรีไฟแนนซ์บ้านให้ถูกต้องและครบถ้วนตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยลดเวลาในการดำเนินการและเพิ่มโอกาสในการอนุมัติจากธนาคารใหม่ได้เร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม รายการเอกสารที่ระบุข้างต้นเป็นเพียงเอกสารพื้นฐานเท่านั้น ธนาคารแต่ละแห่งอาจมีการขอเอกสารเฉพาะทางเพิ่มเติมตามเงื่อนไขของแต่ละบุคคล

สำหรับใครที่กำลังวางแผนลดดอกเบี้ยบ้าน แต่ไม่อยากเสียเวลาหาข้อมูลและวิ่งยื่นเอกสารทีละธนาคาร ให้ Refinn เป็นตัวช่วยขับเคลื่อนความคุ้มค่าให้คุณ เราคือแพลตฟอร์มออนไลน์ที่รวบรวมและเปรียบเทียบโปรโมชันรีไฟแนนซ์บ้านจากสถาบันการเงินชั้นนำทั่วประเทศอย่างตรงไปตรงมา พร้อมคำนวณสิทธิประโยชน์และการยกเว้นค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เพื่อให้คุณได้รับข้อเสนอที่ประหยัดที่สุดโดยไม่มีค่าบริการใด ๆ ทั้งสิ้น เริ่มต้นค้นหาดอกเบี้ยที่ดีที่สุดและยื่นสมัครผ่านระบบออนไลน์ของ Refinn ได้แล้ววันนี้ เพื่อเปลี่ยนการรีไฟแนนซ์บ้านให้เป็นเรื่องง่ายและคุ้มค่า

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเอกสารรีไฟแนนซ์บ้าน (FAQs)

Q: รีไฟแนนซ์บ้าน ใช้เอกสารอะไรบ้าง ?

A: การรีไฟแนนซ์บ้านต้องใช้เอกสารหลัก 3 ประเภท คือ

  1. เอกสารส่วนบุคคล เช่น บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน
  2. เอกสารแสดงรายได้ เช่น สลิปเงินเดือน หนังสือรับรองการทำงาน สเตทเมนต์
  3. เอกสารหลักประกัน เช่น สำเนาโฉนดที่ดิน สัญญาเงินกู้และสัญญาจำนองจากธนาคารเดิม และใบเสร็จค่างวดล่าสุด

Q: รีไฟแนนซ์บ้านต้องใช้สลิปเงินเดือนกี่เดือน ?

A: สำหรับพนักงานประจำ โดยทั่วไปธนาคารจะขอสลิปเงินเดือนย้อนหลังล่าสุด 3 เดือน ควบคู่กับรายการเดินบัญชี (Statement) ย้อนหลัง 6 เดือน เพื่อตรวจสอบความมั่นคงและความต่อเนื่องของรายได้ แต่หากเป็นผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัวหรือฟรีแลนซ์ จะใช้เป็นหลักฐานการเดินบัญชีขยับเพิ่มเป็น 6-12 เดือนแทนสลิปเงินเดือน

Q: หากมีผู้กู้ร่วม ต้องเตรียมเอกสารขอรีไฟแนนซ์บ้านอย่างไร ?

A: ในกรณีที่มีผู้กู้ร่วม ผู้กู้ร่วมจะต้องจัดเตรียมเอกสารสำคัญให้ครบถ้วนเหมือนกับผู้กู้หลักทุกประการ ทั้งเอกสารแสดงข้อมูลส่วนบุคคล อาทิ สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน และเอกสารแสดงที่มาของรายได้ เพื่อให้ธนาคารนำไปประเมินความสามารถในการร่วมผ่อนชำระหนี้

Q: เอกสารจากธนาคารเดิมที่ต้องใช้ในการยื่นรีไฟแนนซ์บ้านมีอะไรบ้าง และหาได้จากไหน ?

A: เอกสารที่ต้องใช้คือ สำเนาสัญญาเงินกู้ สำเนาสัญญาจำนอง และสำเนาใบเสร็จการผ่อนชำระค่างวดบ้านล่าสุด หรือสเตทเมนต์บัญชีที่หักค่างวดอัตโนมัติย้อนหลัง 12 เดือน ซึ่งเอกสารเหล่านี้สามารถค้นหาจากเอกสารสัญญาที่เคยทำไว้ตอนกู้ซื้อบ้านครั้งแรก หรือขอคัดสำเนาและขอเอกสารสรุปยอดหนี้คงเหลือจากธนาคารเดิมที่ผ่อนอยู่ได้

เผยแพร่เมื่อวันที่ 23 ส.ค. 2566
Refinn Writer
Refinn ช่วยคุณหาดีลธนาคารที่ดีที่สุด